Support
MaldivesLover
(02) 538-1374, (081) 701-0091, (090) 912-0987
Your shopping cart
ดูตะกร้าสินค้าของคุณ
ไม่มีสินค้าในตะกร้าของคุณ
guest

Post : 2024-12-22 21:28:53.0     Forum: Review Resorts and Useful Information  >  รีวิวรีสอร์ทใหม่ล่าสุด CENTARA MIRAGE LAGOON MALDIVES ในเครือ CENTARA

รีวิว CENTARA MIRAGE LAGOON MALDIVES

ทีมงาน All About Maldives และ Maldives Lover เพิ่งจะกลับมาจากรีสอร์ทแกะกล่องใหม่ล่าสุดในเครือ CENTARA ซึ่งก็คือ CENTARA MIRAGE LAGOON MALDIVES ที่ได้เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการเมื่อปลายปี 2567 ที่ผ่านมา เลยจะมารีวิวให้ทุกคนได้รู้จักกับรีสอร์ทนี้กันค่ะ

รีสอร์ท CENTARA MIRAGE LAGOON MALDIVES ตั้งอยู่ทางเหนือของ Male Atoll ซึ่งจะใช้ Speedboat ในการเดินทางเข้าและออกรีสอร์ท ประมาณ 35-40 นาที ซึ่งนับว่าสะดวกมากค่ะ

เมื่อเดินทางมาถึงจะพบกับเจ้าหน้าที่ของรีสอร์ทมาคอยต้อนรับที่ท่าเรือ พร้อมนำไปที่ Reception ที่ออกแบบมาอย่างสวยงาม

รีสอร์ท CENTARA MIRAGE LAGOON MALDIVES นับเป็นรีสอร์ทที่ 3 ของเครือ CENTARA ที่ได้เปิดให้บริการในประเทศมัลดีฟส์ โดยจุดเด่นของรีสอร์ทนี้คือการเน้นความเป็น FAMILY ORIENTED RESORT หรือเหมาะกับครอบครัวที่เดินทางกับเด็ก ซึ่งมีหลายองค์ประกอบที่เห็นได้ชัด

  • ห้องพักที่ขึ้นต้นด้วย MIRAGE จะเป็นห้องสำหรับครอบครัวที่เข้าพัก 2 ผู้ใหญ่ + 2 เด็ก (อายุ 0 – 11.99 ปี) หรือ 2 วัยรุ่น (อายุ 12 – 15.99 ปี) ซึ่งภายในห้องมีเตียงใหญ่สำหรับผู้ใหญ่และจะมีห้องเล็กที่มีเตียง 2 ชั้น พร้อมมุมเก็บเสื้อผ้าของน้องๆ แบ่งเป็นสัดส่วน ซึ่งเป็นห้องที่ไม่ค่อยมีให้บริการในประเทศมัลดีฟส์ และที่สำคัญเด็กสามารถพักกับผู้ใหญ่ในห้องกลางน้ำได้
  • KIDS CLUB ที่มีกิจกรรมหลากหลายในแต่ละวันให้เด็กได้ร่วมกิจกรรม อาทิ การวาดรูป ระบายสี, การ paint henna, การเตะฟุตบอลหรือการเล่นว่าว นอกจากนี้ด้านบนของ KIDS CLUB ยังมีพื้นที่ให้สนุกในธีมเรือโจรสลัดกันอีกด้วย
  • E-ZONE พื้นที่สำหรับวัยรุ่นที่จะสามารถมาเล่น Play Station หรือสนุกกับปิงปอง, โต๊ะบอล
  • สระว่ายน้ำและสวนน้ำที่มี Lazy River ให้ทั้งผู้ใหญ่และเด็กๆ สามารถลอยตัวผ่านด่านต่างๆ นอกจากนี้ยังมี Slider ให้ได้สนุกกัน
  • ร้านไอศกรีม SCOOP ที่คอยเสิร์ฟไอศกรีม Homemade อร่อยๆ
  • ในห้องอาหาร THE SAILHOUSE จะมีมุมสำหรับเด็ก หรือจะเลือกรับประทานอาหารอื่นใน BUFFET LINE ก็ได้ นอกจากนี้ในห้องอาหารพิเศษ Acqua และสวนบัว ก็จะมีเมนูสำหรับเด็กให้เลือกรับประทาน

ในส่วนของห้องพักของ CENTARA MIRAGE LAGOON MALDIVES จะมีทั้งห้องบนหาดและห้องกลางน้ำ ซึ่งห้องบนหาดจะมีลักษณะเป็นอาคาร 2 ชั้น โดยชั้นบนจะมีคำว่า PANORAMIC และชั้นล่างจะมีคำว่า BEACHFRONT โดยห้องบนหาดจะมีทั้งหมด 6 แบบ

ห้อง MIRAGE PANORAMIC ROOM เป็นห้องชั้น 2 สามารถพักได้ 2 ผู้ใหญ่ +  2 เด็ก (อายุ 0 – 11.99 ปี) หรือ 2 วัยรุ่น (อายุ 12 – 15.99 ปี) มีเตียงใหญ่สำหรับผู้ใหญ่และห้องเตียง 2 ชั้นสำหรับเด็ก 2 ท่าน ที่ระเบียงมองออกมาจะเห็นวิวทะเลสวยๆจากด้านบน มีอ่างอาบน้ำให้สามารถแช่ดูวิวได้

ห้อง MIRAGE BEACHFRONT ROOM เป็นห้องชั้นล่าง สามารถพักได้ 2 ผู้ใหญ่ +  2 เด็ก (อายุ 0 – 11.99 ปี) หรือ 2 วัยรุ่น (อายุ 12 – 15.99 ปี) มีเตียงใหญ่สำหรับผู้ใหญ่และห้องเตียง 2 ชั้นสำหรับเด็ก 2 ท่าน สามารถเดินออกมาที่ระเบียงสัมผัสกับพื้นทราย หากมีเด็กๆ เข้าพักด้วยจะสามารถเล่นทรายได้เลยหรือจะวิ่งไปลงทะเลก็ง่าย มีอ่างอาบน้ำให้สามารถแช่ดูวิวได้

 

ห้อง PANORAMIC LAGOON ROOM WITH OPEN AIR-BATH เป็นห้องชั้น 2 สามารถพักได้ 2 ผู้ใหญ่ จึงเหมาะกับคู่รักหรือคู่เพื่อน ที่ระเบียงมองออกมาจะเห็นวิวทะเลสวยๆจากด้านบน มีอ่างอาบน้ำให้สามารถแช่ดูวิวได้ห้อง BEACHFRONT ROOM WITH OPEN AIR-BATH เป็นห้องชั้นล่าง สามารถพักได้ 2 ผู้ใหญ่ จึงเหมาะกับคู่รักหรือคู่เพื่อน สามารถเดินออกมาที่ระเบียงสัมผัสกับพื้นทรายหรือจะวิ่งไปลงทะเลก็ง่าย มีอ่างอาบน้ำให้สามารถแช่ดูวิวได้

 

ห้อง MIRAGE PANORAMIC ROOM WITH JACUZZI เป็นห้องชั้น 2 สามารถพักได้ 2 ผู้ใหญ่ +  2 เด็ก (อายุ 0 – 11.99 ปี) หรือ 2 วัยรุ่น (อายุ 12 – 15.99 ปี) มีเตียงใหญ่สำหรับผู้ใหญ่และห้องเตียง 2 ชั้นสำหรับเด็ก 2 ท่านที่ระเบียงมองออกมาจะเห็นวิวทะเลสวยๆจากด้านบน มีอ่าง Jacuzzi ให้สามารถแช่ดูวิวได้

ห้อง MIRAGE BEACHFRONT ROOM WITH JACUZZI เป็นห้องชั้นล่าง สามารถพักได้ 2 ผู้ใหญ่ +  2 เด็ก (อายุ 0 – 11.99 ปี) หรือ 2 วัยรุ่น (อายุ 12 – 15.99 ปี) มีเตียงใหญ่สำหรับผู้ใหญ่และห้องเตียง 2 ชั้นสำหรับเด็ก 2 ท่าน สามารถเดินออกมาที่ระเบียงสัมผัสกับพื้นทราย หากมีเด็กๆ เข้าพักด้วยจะสามารถเล่นทรายได้เลยหรือจะวิ่งไปลงทะเลก็ง่าย มีอ่าง Jacuzzi ให้สามารถแช่ดูวิวได้

ข้อดีของห้องบนหาด คือใกล้กับพื้นที่ส่วนกลางของรีสอร์ท โดยเฉพาะห้องอาหารหลัก สวนน้ำ สปาและ Kids Club

ส่วนห้องกลางน้ำจะมีทั้งหมด 6 แบบ ซึ่งจะเป็นที่นิยมสำหรับนักท่องเที่ยวคนไทย

ห้อง MIRAGE OVERWATER VILLA WITH JACUZZI  เป็นห้องกลางน้ำที่เหมาะสำหรับครอบครัวที่มีเด็กเดินทางด้วย สามารถพักได้ 2 ผู้ใหญ่ +  2 เด็ก (อายุ 0 – 11.99 ปี) หรือ 2 วัยรุ่น (อายุ 12 – 15.99 ปี) มีเตียงใหญ่สำหรับผู้ใหญ่และห้องเตียง 2 ชั้นสำหรับเด็ก 2 ท่าน ห้องแบบนี้จะอยู่ทางฝั่งตะวันตกของรีสอร์ท ซึ่งใกล้ห้องอาหารหลัก ห้องอาหารอิตาเลี่ยน สวนน้ำ ที่ระเบียงห้องสามารถเดินลงทะเลได้เลยและยังมีอ่าง Jacuzzi เอาไว้ให้แช่อีกด้วยหรือจะนอนถ่ายรูปบนตาข่าย Hammock ก็ทำได้

ห้อง OVERWATER VILLA WITH JACUZZI เป็นห้องกลางน้ำที่เหมาะสำหรับคู่รักหรือคู่เพื่อน เพราะสามารถพักได้ 2 ผู้ใหญ่ ห้องแบบนี้จะอยู่ทางฝั่งตะวันออกของรีสอร์ท ห้องฝั่งนี้จะใกล้กับห้องอาหารสวนบัวและ Reception ที่ระเบียงห้องสามารถเดินลงทะเลได้เลยและยังมีอ่าง Jacuzzi เอาไว้ให้แช่อีกด้วยหรือจะนอนถ่ายรูปบนตาข่าย Hammock ก็ทำได้

ห้อง MIRAGE OVERWATER SUNSET VILLA WITH JACUZZI เป็นห้องกลางน้ำที่หันทางทิศตะวันตก สามารถมองเห็นพระอาทิตย์ตกดินได้ ห้องนี้เหมาะสำหรับครอบครัวที่มีเด็กเดินทางด้วย สามารถพักได้ 2 ผู้ใหญ่ +  2 เด็ก (อายุ 0 – 11.99 ปี) หรือ 2 วัยรุ่น (อายุ 12 – 15.99 ปี) มีเตียงใหญ่สำหรับผู้ใหญ่และห้องเตียง 2 ชั้นสำหรับเด็ก 2 ท่าน ห้องแบบนี้ใกล้ห้องอาหารหลัก ห้องอาหารอิตาเลี่ยน สวนน้ำ ที่ระเบียงห้องสามารถเดินลงทะเลได้เลยและยังมีอ่าง Jacuzzi เอาไว้ให้แช่อีกด้วยหรือจะนอนถ่ายรูปบนตาข่าย Hammock ก็ทำได้

ห้อง OVERWATER SUNRISE VILLA WITH JACUZZI เป็นห้องกลางน้ำที่หันทางทิศตะวันออก สามารถมองเห็นพระอาทิตย์ขึ้นได้ เหมาะสำหรับคู่รักหรือคู่เพื่อน เพราะสามารถพักได้ 2 ผู้ใหญ่ ห้องฝั่งนี้จะใกล้กับห้องอาหารสวนบัวและ Reception ที่ระเบียงห้องสามารถเดินลงทะเลได้เลยและยังมีอ่าง Jacuzzi เอาไว้ให้แช่อีกด้วยหรือจะนอนถ่ายรูปบนตาข่าย Hammock ก็ทำได้

ห้อง MIRAGE OVERWATER SUNRISE POOL VILLA และ ห้อง MIRAGE OVERWATER SUNSET POOL VILLA เป็นห้องประเภทสูงสุดของรีสอร์ท มีขนาดใหญ่ที่สุด และที่สำคัญมีสระว่ายน้ำที่ระเบียงห้อง พร้อมตาข่าย Hammock สำหรับนอนเล่นหรือถ่ายรูป ห้อง 2 ประเภทนี้มีเพียง 9 วิลล่า ซึ่งตั้งอยู่ทั้ง 2 ฝั่งของห้องกลางน้ำ ด้านในห้องเหมือนกัน ต่างกันที่ทิศที่ตั้งว่าห้องทางทิศตะวันตกหรือทิศตะวันออก สามารถพักได้ 2 ผู้ใหญ่ หรือจะพัก 2 ผู้ใหญ่ +  2 เด็ก (อายุ 0 – 11.99 ปี) หรือ 2 วัยรุ่น (อายุ 12 – 15.99 ปี) เพราะมีเตียงใหญ่สำหรับผู้ใหญ่และห้องเตียง 2 ชั้นสำหรับเด็ก 2 ท่าน

ข้อดีของห้องกลางน้ำ คือสามารถลงทะเลจากทางห้องพักได้เลย และในวันที่แดดสวยๆ จะเห็นท้องทะเลสีฟ้าสวยจากห้องพักอีกด้วย

นอกจากนี้ Amenity ต่างๆในห้องพักของที่ CENTARA MIRAGE LAGOON MALDIVES จะมีดังนี้

  • MINI BAR สำหรับผู้ที่ซื้อแบบ All Inclusive ที่รวมไวน์ให้วันละ 1 ขวด, เบียร์กระป๋อง, น้ำอัดลม, น้ำผลไม้, ช๊อคโกแลต, เยลลี่, ขนมขบเคี้ยว, ชาและกาแฟ รวมถึงน้ำเปล่า
  • ไดร์เป่าผม, สบู่, แชมพู, โลชั่น, รองเท้าแตะ, ตู้เซฟ, เสื้อคลุม, ผ้าเช็ดตัวและผ้าเช็ดตัวชายหาด
  • ปลั๊กต่างๆ เป็นแบบ Universal แล้ว และขอบอกว่าที่ CENTARA MIRAGE LAGOON MALDIVES มีปลั๊กเยอะมาก ไม่ต้องเตรียม Universal Adaptor ไปเลย

กิจกรรมต่างๆระหว่างวันที่ CENTARA MIRAGE LAGOON MALDIVES มีให้เลือกทำอยู่หลายอย่างดังนี้

สระว่ายน้ำและสวนน้ำ ซึ่งเป็น Highlight ของรีสอร์ท CENTARA MIRAGE LAGOON MALDIVES สามารถสนุกกับ Slider หรือ Lazy River ได้

กิจกรรมทางน้ำ เช่น การยืมอุปกรณ์หน้ากากดำน้ำตื้น, การเล่นเรือถีบ, การพายคายัค หรือการเล่น Stand up Paddle Board นอกจากนี้หากต้องการร่วมกิจกรรม Excursion ต่างๆ อาทิ Sunset Fishing, Dolphin Quest ก็สามารถไปซื้อเพิ่มเติมได้ที่รีสอร์ท

กิจกรรมที่ Kids Club และ E-Zone ที่มีตารางออกมาในแต่ละวัน

สปาที่ Cenvaree ซึ่งมีตั้งแต่การนวด Aromatherapy, การนวดเท้า, การนวดไทย ที่สำคัญในแต่ละเดือนจะมีโปรโมชั่นที่น่าสนใจออกมา

ห้องอาหารและบาร์วันที่ CENTARA MIRAGE LAGOON MALDIVES จะมีให้เลือกถึง 3 ห้องอาหารและ 2 บาร์

ห้องอาหาร THE SAILHOUSE เป็นห้องอาหารหลักที่ให้บริการ Buffet มื้อเช้า กลางวันและค่ำ อาหารเป็น International และมีมุมอาหาร Kids Corner ให้เด็กๆอีกด้วย ที่นั่งจะเป็นแบบ Open Air

ห้องอาหาร ACQUA เป็นห้องอาหารพิเศษที่ตั้งอยู่ใกล้ห้องอาหาร THE SAILHOUSE ให้บริการอาหารอิตาเลี่ยนแบบ 3 คอร์สเมนูสำหรับผู้ใหญ่และยังมีเมนูสำหรับคุณหนูอีกด้วย ที่ห้องอาหาร ACQUA ให้บริการมื้อกลางวันและมื้อค่ำ แนะนำให้จองที่นั่งสำหรับมื้อค่ำ เพราะที่นั่งค่อนข้างมีจำกัด

ห้องอาหาร สวนบัว เป็นห้องอาหารพิเศษที่มีชื่อของรีสอร์ทในเครือ CENTARA ให้บริการอาหารไทยแบบ 3 คอร์สเมนูสำหรับผู้ใหญ่และมีเมนูสำหรับเด็กๆ มีเจ้าหน้าที่คนไทยให้บริการ ซึ่งให้บริการมื้อกลางวันและมื้อค่ำ แนะนำให้จองที่นั่งสำหรับมื้อค่ำ เพราะที่นั่งค่อนข้างมีจำกัด

DOLPHIN POOL BAR เป็นบาร์ที่ติดกับสระว่ายน้ำส่วนกลาง สามารถสั่งเครื่องดื่มแบบมีและไม่มีแอลกอฮอลล์ได้

THAI RUM BAR เป็นบาร์ที่ติดกับห้องอาหารสวนบัว สามารถสั่งเครื่องดื่มแบบมีและไม่มีแอลกอฮอลล์ได้ ทั้งนี้จะเน้นเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของ Rum

นอกจากนี้ใน 3 วันต่อสัปดาห์จะมี Pop Up Bar ที่จะหมุนเวียนไปเปิดให้บริการตามจุดต่างๆของรีสอร์ท พร้อมเสิร์ฟเครื่องดื่มแบบมีและไม่มีแอลกอฮอลล์ในช่วงเย็นๆ

SCOOP ร้านไอศกรีมที่คอยเสิร์ฟไอศกรีม Homemade อร่อยๆ ตั้งแต่ 10:00 – 17:00 น. ของทุกวัน

​​​​​​​หากจะถามว่าที่ CENTARA MIRAGE LAGOON MALDIVES เหมาะกับใคร ทีมงาน All About Maldives ขอบอกว่าเหมาะกับนักท่องเที่ยวที่มองหารีสอร์ทใหม่ในประเทศมัลดีฟส์ ห้องพักใหม่ มีพนักงานคนไทยให้บริการ การบริการแบบไทยๆ มีห้องอาหารหลายห้องอาหารให้บริการ รวมถึงห้องอาหารไทย รวมถึงมีกิจกรรมและพื้นที่สำหรับเด็กๆให้ได้สนุกระหว่างเข้าพัก ซึ่งจะไม่เบื่อกันเลย

หากท่านใดๆต้องการข้อมูลเพิ่มเติมหรือสนใจจองแพคเกจห้องพัก CENTARA MIRAGE LAGOON MALDIVES สามารถติดต่อทีมงานได้ทั้งทาง Line @allaboutmaldives, โทร 081-701-0091/ 090-912-0987 หรือ inbox มาหาทีมงานได้นะคะ 

*รีวิวเขียนเมื่อ Dec 2025 รายละเอียดอาจมีการเปลี่ยนแปลง

guest

Post : 2024-09-19 15:06:47.0     Forum: Review Resorts and Useful Information  >  รีวิว ADAARAN PRESTIGE VADOO รีสอร์ทระดับ 5 ดาวมาแรงในเครือ ADAARAN ที่สุดคุ้ม

รีวิว ADAARAN PRESTIGE VADOO รีสอร์ทระดับ 5 ดาวมาแรงในเครือ ADAARAN ที่สุดคุ้ม

ทีมงานได้มีโอกาสไปพักที่ ADAARAN PRESTIGE VADOO MALDIVES ที่เป็นรีสอร์ทในเครือประเทศศรีลังกาและอยากจะมารีวิวให้ทุกคนได้ทราบกัน เพราะมีความน่าสนใจในรีสอร์ทนี้ในหลายๆ เรื่องโดยเฉพาะคู่รักที่มองหารีสอร์ทสำหรับผู้ใหญ่ ทีมงานจะมาบอกในส่วนของ Highlight ของรีสอร์ทกันก่อนค่ะ

  • เดินทางสะดวกด้วย Speedboat เพียง 15 นาที 
  • มี Butler ดูแลทุกห้องพัก
  • ห้องพักมีแต่แบบกลางน้ำซึ่งมีสระว่ายน้ำขนาดเล็กและอ่าง Jacuzzi ที่ห้องพัก
  • เหมาะกับผู้เข้าพักที่เป็นคู่รักเพราะผู้เข้าพักจะต้องมีอายุ 18 ปีขึ้นไป
  • ให้บริการ เป็น Premium All Inclusive plan ที่ครอบคลุมในทุกๆอย่างที่ต้องการไม่ว่าจะเป็นอาหาร เครื่องดื่มแบบมีและไม่มีแอลกอฮอลล์ อาหารว่าง ไอศกรีม มินิบาร์ในห้อง
  • รอบๆรีสอร์ทมีแนวปะการังสามารถ snorkeling ได้
  • ให้บริการ Around the clock Breakfast ที่จะให้เมนูอาหารเช้าที่ห้องพักตลอดทั้งวัน
  • สามารถใช้ Shisha 1 ครั้งต่อวันที่บาร์
  • ใกล้จุดที่สามารถSnorkeling กับฉลามพยาบาลได้ (มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม)

 

 

สำหรับรายละเอียดแต่ละส่วนของ ADAARAN PRESTIGE VADOO MALDIVES ทีมงานขอมาเล่า แยกตามนี้ค่ะ

การเดินทางเข้ารีสอร์ท

ADAARAN PRESTIGE VADOO MALDIVES ตั้งอยู่ใกล้สนามบินมาเล่ใช้เรือเร็ว (Speedboat) ในการเดินทางเพียง 15 นาที  

ห้องพัก

ADAARAN PRESTIGE VADOO MALDIVES มีห้องพัก ประเภท จำนวน 50 ห้อง ซึ่งเป็นห้องกลางน้ำทั้งหมดเริ่มจาก Sunrise Water Villa with Private Pool & Jacuzzi, Sunset Water Villa with Private Pool & Jacuzzi และ Honeymoon Water Villa with Private Pool & Jacuzzi ภายในของทุกห้องจะมีสระขนาดเล็กเอาไว้ถ่ายรูป รวมถึงJacuzzi ในห้องน้ำ พร้อมกระจกที่พื้นห้องน้ำสามารถมองเห็นทะเลใต้ห้องพักได้เลยค่ะ

แผนที่รีสอร์ท

ห้อง Sunrise Water Villa with Private Pool & Jacuzzi หันทางทิศตะวันออก มีขนาด 95 ตร.พักได้ทั้ง และ ท่านต่อห้อง

ห้อง Sunset Water Villa with Private Pool & Jacuzzi หันทางทิศตะวันตกมีขนาด 95 ตร.พักได้ทั้ง และ ท่านต่อห้อง

ห้อง Honeymoon Water Villa with Private Pool & Jacuzzi มีขนาด110 ตร.พักได้ทั้ง ท่านต่อห้อง

ห้องอาหารและบาร์เครื่องดื่ม

รีสอร์ท Adaaran Prestige Vadoo จะมีห้องอาหารทั้งหมด ห้องอาหาร ซึ่งจะให้บริการแบบ Set Menu จาก A La Carte เมนู

  • ห้องอาหารหลัก Farivalhu Fine Dining Restaurant ให้บริการทั้ง มื้อเช้า กลางวัน และค่ำ ซึ่งในมื้อเช้าจะสั่งจากเมนูได้ไม่จำกัดแต่ในมื้อกลางวันและมื้อค่ำจะสั่งเป็น Set Menu 

  • ห้องอาหารญี่ปุ่น Kithajima Restaurant ให้บริการทั้ง มื้อกลางวันและค่ำ โดยจะสามารถสั่งเป็น Set Menu

  • ห้องอาหาร Kakuni Barefoot Beach Restaurant ให้บริการมื้อค่ำโดยจะสามารถสั่งเป็น Set Menu

หมายเหตุห้องอาหาร Kithajima และ Kakuni แนะนำให้จองล่วงหน้าเพราะจำนวนที่นั่งมีจำกัด

 

ในส่วนของ Bar เครื่องดื่มจะมีให้บริการ 2 Bars คือ Kandolhi Bar และ Dhoni Bar ซึ่งให้บริการทั้งเครื่องดื่มที่มีและไม่มีแอลกอฮอลล์ตามเวลาเปิดและปิดของบาร์ค่ะ

 

Kandolhi Bar เป็นบาร์ที่มี ชั้นชั้นล่างจะเป็นห้องแอร์ส่วนด้านบนจะเป็น Deck กลางแจ้งซึ่งสามารถมานั่งจิบเครื่องดื่มชมพระอาทิตย์ตกได้

Dhoni Bar เป็นบาร์กลางแจ้งที่มีบาร์เป็นลักษณะเรือ Dhoni ของประเทศมัลดีฟส์ที่สามารถมาใช้บริการ Shisha ได้รวมถึงกลางคืนจะมี Theme Night Entertainment

 

Facilities ส่วนกลางของรีสอร์ท

  • สระว่ายน้ำส่วนกลางของรีสอร์ท

 

  • Gym ของรีสอร์ท

 

  • สปาของรีสอร์ทที่ตั้งอยู่กลางทะเล

ภายในรีสอร์ทยังมีบริการอื่นๆที่รวมให้ในการเข้าพักอีกด้วยค่ะ

  • เจ้าหน้าที่ต้อนรับที่สนามบินมาเล่
  • เจ้าหน้าที่ Butler ดูแลตลอดการเข้าพัก
  • ฟรี Wi-Fi ภายในห้องพักและรอบๆรีสอร์ท
  • Mini Bar ภายในห้องพักที่ให้เยอะมากๆเติมให้วันละครั้ง
  • ชิงช้าเอาไว้ถ่ายรูปสวยๆ

 

นอกจากนี้หากสนใจกิจกรรมทางทะเล  อาทิ Snorkeling กับฉลามพยาบาลทริป วันที่จะออกไป Snorkeling กับฉลามพยาบาลการว่ายน้ำกับโลมาการถ่ายรูปกับกระเบนและไปยัง Sand Bank ที่สามารถซื้อเพิ่มเติมได้ค่ะ

 

ส่วนใครสนใจ snorkeling แถวๆรีสอร์ทสามารถมายืมอุปกรณ์หน้ากากการดำน้ำตื้นได้ฟรีรวมถึงสามารถยืม คายัคและ Stand Up Paddle Board ไปเล่นในลากูนของรีสอร์ทได้ค่ะ 

ทีมงานหวังว่าการรีวิวในครั้งนี้จะช่วยให้ทุกคนได้ทราบข้อมูลของ ADAARAN PRESTIGE VADOO MALDIVES มากขึ้นและช่วยในการตัดสินใจเลือกรีสอร์ทได้ง่ายขึ้นค่ะหากต้องการข้อมูลใดๆเพิ่มเติมสามารถติดต่อทีมงานได้ที่ Line @allaboutmaldives หรือ 081-701-0991/ 090-912-0987 ค่ะ

guest

Post : 2024-06-13 17:22:46.0     Forum: Review Resorts and Useful Information  >  JOY ISLAND MALDIVES รีสอร์ทระดับ 5 ดาวใหม่ในเครือ Cocoon ที่มีสีสันสดใสและน่าสนใจ

JOY ISLAND MALDIVES ที่จะทำให้คุณสนุกไปตามชื่อของรีสอร์ท

 

วันนี้ทีมงานมีรีสอร์ทใหม่ในเครือ Cocoon Collection ที่มีชื่อว่า JOY ISLAND MALDIVES มาแนะนำให้รู้จักกัน เพราะทีมงานได้มีโอกาสไป inspection มาและรู้สึกว่าเป็นอีกรีสอร์ทที่น่าสนใจ และหลายๆคนอาจจะยังไม่ค่อยรู้จัก ที่นี่มีหลายๆองค์ประกอบของรีสอร์ทที่ทำให้ทีมงานประทับใจกับการเข้าพักในครั้งนี้ อาทิ มีทะเลแบบลากูนที่มีสีสวย เหมาะจะว่ายและถ่ายรูปเป็นที่สุด, แพ็คเกจเป็น All Inclusive จึงสามารถคุมงบประมาณได้, ใกล้จุดที่สามารถไป snorkeling กับฉลามพยาบาลและกระเบนราหูได้ (ตามฤดูกาล)

Highlight Resort

  • เดินทางสะดวกด้วย Speedboat เพียง 55 นาที 
  • เด็กอายุ 0 – 15.99 ปี สามารถพักกับผู้ใหญ่ 2 ท่านในห้องกลางน้ำได้ 
  • มี Kids Club ที่ค่อนข้างใหญ่ พร้อม game zone สำหรับ teen
  • Meal plan เริ่มต้นที่ All Inclusive plan 
  • มี Theme Night Entertainment ในแต่ละคืนที่แตกต่างกัน
  • ใกล้ๆที่พักห้องกลางน้ำมีแนวปะการัง สามารถ snorkeling ได้
  • พนักงานอัธยาศัยดีมากๆๆๆๆๆๆ คอนเฟิร์ม 

 

สำหรับรายละเอียดแต่ละส่วนของ JOY ISLAND MALDVES ทีมงานขอมาเล่าแยกตามนี้ค่ะ

การเดินทางเข้ารีสอร์ท

ทริปนี้จะพาทุกคนไปยังทางเหนือของมาเล่ อะทอลล์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของ JOY ISLAND MALDIVES ใช้เรือเร็ว (Speedboat) ในการเดินทางประมาณ 55 นาที  

ห้องพัก 

ห้องพักของ JOY ISLAND MALDIVES 151 ห้อง ซึ่งแบ่งเป็นห้องบนหาดและห้องกลางน้ำ รวม 8 ประเภท สำหรับห้องบนหาด Beach Villa, Beach Suite, Family Beach Villa, Beach Suite Pool และ Beach Residence และห้องกลางน้ำ Lagoon Villa, Lagoon Suite, Lagoon Suite with Pool และ Lagoon Residence ค่ะ

 

ห้องพัก Beach Villa เป็นห้องพักแบบแรกที่ด้านหน้าห้องเป็นลากูนสวยๆให้ลงเล่นน้ำได้เลย ภายในห้องตกแต่งด้วยสีสันน่ารักค่ะ

 

ห้อง Beach Suite และ Beach Suite Pool เป็นห้องที่มีขนาดใหญ่ขึ้นและในห้องน้ำจะมีอ่างขนาดใหญ่ สามารถแช่และถ่ายรูปได้เลยในห้อง ทั้ง 2 ประเภทห้องพัก ภายในจะเหมือนกัน แต่จะต่างกันที่สระว่ายน้ำด้านนอก ซึ่งมีขนาดใหญ่ประมาณนึงค่ะ 

ห้อง Beach Residence จะเป็นห้องบนหาดที่มีขนาดใหญ่ที่สุด สามารถพักได้ถึง 6 ผู้ใหญ่หรือ 4 ผู้ใหญ่ + 2 เด็ก มีพื้นที่ส่วนกลางเป็นห้องนั่งเล่นและสระว่ายน้ำ ห้องนอนทั้ง 2 ห้องเหมือนกัน รวมถึงห้องน้ำที่มีอ่าง

 

ในครั้งนี้ทีมงานได้พักห้องกลางน้ำแบบ Lagoon Villa ซึ่งห้องกว้างขวาง แบ่งสัดส่วนได้ลงตัว ห้องนอนจะมีเตียงใหญ่ 1 เตียงและ Sofa ที่ปรับเป็นเตียงเสริมได้ ส่วนที่ทีมงานชอบเป็นพิเศษคือมีห้องสำหรับวางกระเป๋าและแต่งตัวในห้องเดียวกัน ซึ่งสะดวกในการใช้สอยมากๆ กุญแจเข้าห้องเต่าน้อยเป็นแบบดังเดิม เพราะต้องการช่วยเรื่องรักษาสิ่งแวดล้อม

   

ห้องกลางน้ำอีกแบบจะเป็น Lagoon Suite จะเป็น 1 หลัง 1 วิลล่า การจัดวางห้องเป็นสัดส่วนดี คล้ายๆกับ Lagoon Villa ส่วนใครชอบห้องกลางน้ำที่มีสระว่ายน้ำขอแนะนำเป็น Lagoon Suite Pool ที่ภายในห้องตกแต่งเหมือนกับ Lagoon Suite ต่างกันที่สระว่ายน้ำที่มีขนาดกว้างที่ระเบียงห้องพัก  

 

หากใครมาเป็นครอบครัวใหญ่และสนใจพักห้องกลางน้ำ แนะนำเป็น Lagoon Residence ซึ่งมีเพียง 1วิลล่าทั้งรีสอร์ท สามารถพักได้ถึงมากสุด 6 ผู้ใหญ่ มีห้องนอนใหญ่ 2 ห้องมีพื้นที่ส่วนกลาง เป็นห้องนั่งเล่น ที่สามารถเปลี่ยนเป็นห้องนอนเสริม อีกทั้งยังมีสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ที่ระเบียงอีกด้วยค่ะ

 

ห้องอาหารและบาร์เครื่องดื่ม

- ห้องอาหารหลักของทั้ง 3 มื้อใน All Inclusive plan ของ JOY ISLAND MALDIVES จะมีชื่อว่า The Market ที่มี concept คล้ายๆกับตลาดที่จะมีซุ้มอาหารต่างๆให้บริการ ทั้งที่แบบปรุงสดๆและแบบที่เตรียมเอาไว้แล้ว Highlight ของ The Market น่าจะเป็นห้องที่มีชื่อว่า THE ROOM OF SIN ซึ่งเป็นห้องขนมหวานหลากหลายแบบ หมุนเวียนเปลี่ยนไปในแต่ละวัน หากเป็นช่วงกลางวันจะมีไอศกรีม Gelato ให้บริการด้วย พื้นที่ตรงกลางจะเป็นรถ truck สีเขียวสดใส ให้บริการเมนูพิเศษของแต่ละมื้อ

การตกแต่งของ The Market จะเป็นแบบ Open Air จึงมีลมพัดตลอดเวลา พนักงานที่ JOY ISLAND MALDIVES ให้ความใส่ใจกับผู้เข้าพักทุกท่าน จะเดินทางเข้ามาถามตลอดว่าทุกอย่าง ok มั้ยและต้องการอะไรเพิ่มเติมมั้ย อัธยาศัยดีมากๆๆๆๆๆค่ะ 

 

- ห้องอาหารพิเศษที่ JOY ISLAND MALDVIES จะมี 2 ห้อง ห้องแรกคือห้องอาหาร Italian ที่มีชื่อว่า II Basilico จะบริการ Home Made Pizza ในมื้อกลางวันและค่ำ แต่จะไม่รวมใน All Inclusiveและห้องอาหารอีกห้องชื่อว่า Palm Beach ให้บริการมื้อกลางวันและมื้อค่ำ หากเป็นมื้อกลางวันจะเสิร์ฟข้าวผัดสเปนชื่อ Paella ให้สำหรับผู้จอง All Inclusive plan แต่มื้อค่ำจะไม่รวมใน All Inclusive plan ค่ะ

 

- ส่วนของบาร์หลักจะชื่อ Rainbow ซึ่งให้บริการเครื่องดื่มแบบทั้งมีและไม่มีแอลกอฮอลล์ ขอบอกว่า Mocktailอร่อยมากๆ และจะมีอีกบาร์ที่มีชื่อว่า Palm Beach ตั้งอยู่ใกล้ห้องกลางน้ำ นอกจากเครื่องดื่มแล้วที่นี่ยังให้บริการอาหารว่างช่วงบ่ายอีกด้วยค่ะ

 

Facilities ส่วนกลาง

ส่วนกลางที่เด่นของ JOY ISLAND MALDIVES คือสระว่ายน้ำส่วนกลางที่มีขนาดใหญ่และสวยมากค่ะ แต่สำหรับผู้เดินทางกับเด็กที่ JOY ISLAND MALDIVES มี Kids Club ที่มีห้องเล่นบอลขนาดใหญ่ รวมถึงกิจกรรมมากมายในแต่ละวัน สามารถมาฝากน้องอายุ 4 ปีขึ้นไปกับเจ้าหน้าที่ได้เลย และยังมีตู้เกมส์ อาทิ Pin Ball, Futsball ให้วัยรุ่นเล่นได้ด้วยค่ะ ในส่วนของสปาก็มีห้องทั้งแบบ Air Con และ Open Air ให้บริการ นอกจากนี้ยังมี GYM, สนาม Tennis และสนาม Padel เอาไว้ให้ได้ออกกำลังกายกันค่ะ

 

กิจกรรมต่างๆ 

กิจกรรมในเกาะที่เป็นจุดเด่นของ JOY ISLAND MALDIVES จะมี JOY PARTY ที่จัดทุกวันพุธ บริเวณสระว่ายน้ำ ที่ผู้เข้าพักทุกคนจะได้เสื้อยืด JOY เพื่อใส่มาร่วมกิจกรรมกัน นอกจากนี้จะเป็น Night Entertainment ที่จะมี Theme เปลี่ยนไปในแต่ละคืน วันที่ไปเป็น Theme “Glow in The Dark” ซึ่งจะมีกิจกรรม paint หน้าเป็นสีสะท้อนแสง แจกสร้อยคอ/มือที่สะท้อนแสง และจัดแสงสีของบาร์ Rainbow ให้สะท้อนแสง พร้อมเสียงเพลงสนุกๆ ให้เต้นกัน

 

นอกจากนี้หากสนใจกิจกรรมทางทะเล  อาทิ Snorkeling กับฉลามพยาบาล, Snorkeling กับกระเบนราหู, Snorkeling แนวปะการังสวยๆ หรือกับเต่าทะเล ที่ Water Sport Center ของ JOY ISLAND MALDIVES ก็มีให้บริการ ส่วนใครสนใจ snorkeling แถวๆรีสอร์ท สามารถมายืมอุปกรณ์หน้ากากการดำน้ำตื้นได้ฟรี รวมถึงสามารถยืมคายัคและ Stand Up Paddle Board ไปเล่นในลากูนของรีสอร์ทได้ค่ะ

 

ทีมงานหวังว่าการรีวิวในครั้งนี้จะช่วยให้ทุกคนได้ทราบข้อมูลของ JOY ISLAND MALDIVES มากขึ้น และช่วยในการตัดสินใจเลือกรีสอร์ทได้ง่ายขึ้นค่ะ หากต้องการข้อมูลใดๆ เพิ่มเติม สามารถติดต่อทีมงานได้ที่ Line @allaboutmaldives หรือ 081-701-0991/ 090-912-0987 ค่ะ

 

guest

Post : 2023-11-08 11:00:02.0     Forum: Review Resorts and Useful Information  >  รีวิว GRAND PARK KODHIPPARU รีสอร์ทจิ๋วแต่แจ๋วในประเทศมัลดีฟส์

GRAND PARK KODHIPPARU รีสอร์ทสัญชาติสิงคโปร์ รีสอร์ทใกล้มาเล่ ที่มีขนาดเล็กแต่ครบครันในการบริการและความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรทางทะเล

GRAND PARK KODHIPPARU เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2017 ระดับ 5 ดาวที่น่าสนใจอีกรีสอร์ทของประเทศมัลดีฟส์ ด้วยที่ตั้งที่ไม่ไกลจากสนามบินมาเล่จึงเดินทางเข้าและออกสะดวก อีกทั้งเป็นรีสอร์ทที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก จึงไปไหนมาไหนได้ง่ายรอบๆ รีสอร์ทมีน้ำทะเลสีสวยงาม สำหรับ Hilight ของรีสอร์ท GRAND PARK KODHIPPARU จะมีดังนี้

  • เดินทางเข้าและออกด้วย Speedboat เพียง 20 นาที
  • สามารถSnorkeling รอบๆรีสอร์ทได้เพราะมีแนวปะการังและสัตว์น้ำน้อยใหญ่อุดมสมบูรณ์โดยเฉพาะฝั่งห้อง Reef Pool Water Villa ซึ่งค่อนข้างหายากในรีสอร์ทที่เดินทางด้วย Speedboat
  • มีบริเวณ Lagoon ที่น้ำค่อนข้างสงบจึงสามารถเล่น Non-Motorized Water Sport ได้สบายๆอาทิ Stand Up Paddle Board
  • ห้องกลางน้ำมีจำนวนมากกว่าห้องบนหาดห้องกลางน้ำเป็นห้องประเภทแรกของรีสอร์ทนอกจากนี้ยังมีห้อง 2 ห้องนอนกลางน้ำที่ตอบโจทย์ครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อนที่ต้องการพักด้วยกันใน1 วิลล่า

 

ที่ตั้งและการเดินทางเข้าสู่รีสอร์ท GRAND PARK KODHIPPARU

GRAND PARK KODHIPPARU ตั้งอยู่ทางใน Male Atoll ในการเดินทางเข้าและออกรีสอร์ทจึงใช้ Speedboat ในการรับและส่งผู้เข้าพักที่รีสอร์ท เมื่อออกมาจากสนามบินมาเล่แล้วจะมีเจ้าหน้าที่ของรีสอร์ทถือป้ายของรีสอร์ทคอยต้อนรับอยู่และจะพาไปยังท่าเรือเพื่อลงเรือไปยังรีสอร์ท เมื่อลงเรือแล้วเจ้าหน้าที่จะมีผ้าเย็นและน้ำเปล่าเอาไว้บริการใช้เวลาเพียง 20 นาทีก็มาถึงท่าเรือของรีสอร์ท เมื่อมาถึงรีสอร์ทแล้วจะมี ISLAND HOST หรือผู้ช่วยตลอดการเข้าพักมาคอยต้อนรับและพาไปเช็คอินที่ห้องพักกันเลยทีเดียว

จำนวนและประเภทห้องพักรีสอร์ท GRAND PARK KODHIPPARU

รีสอร์ท GRAND PARK KODHIPPARU ประกอบด้วยห้องพักจำนวน 120 ห้องรวม 6 ประเภทห้องพักที่รีสอร์ทนี้เริ่มต้นที่ห้องกลางน้ำ ซึ่งตกแต่งเอาไว้อย่างสวยงามและที่ห้องกลางน้ำทุกห้อง จะมีพื้นกระจกสามารถเห็นท้องทะเลมัลดีฟส์ได้เลย โดยห้องพักที่นี่มีขนาดตั้งแต่ 1 ห้องนอนและ 2 ห้องนอนเพื่อรองรับการเข้าพักของแขกทั้งคู่รัก กลุ่มเพื่อนและครอบครัวโดยจะมีห้องพักตามนี้ค่ะ

 

LAGOON WATER VILLA มีขนาดประมาณ 80 ตร.ม. สามารถพัก 2 ผู้ใหญ่ + 2 เด็กหรือ 3 ผู้ใหญ่ตั้งอยู่บริเวณ Lagoon ของรีสอร์ทซึ่งมีน้ำทะเลใสสวยเอาไว้ให้ว่ายน้ำเล่นจากที่ห้องได้เลยค่ะ

 

OCEAN WATER VILLA มีขนาด 80 ตร.ม. สามารถพัก 2 ผู้ใหญ่ + 2 เด็กหรือ 3 ผู้ใหญ่ซึ่งมีขนาดเท่ากับ LAGOON WATER VILLA รวมถึงภายในห้องพักมีลักษณะคล้ายกันจะแตกต่างกันในส่วนของทิศที่ตั้ง 

 

BEACH POOL VILLA ห้องบนหาดแบบเดียวของรีสอร์ท GRAND PARK KODHIPPARU มีขนาดประมาณ 78 ตร.ม. สามารถพัก 2 ผู้ใหญ่ + 2 เด็กหรือ 3 ผู้ใหญ่ มีสระว่ายน้ำด้านหน้าของห้องพักให้พักผ่อนได้ด้านหลังห้องเป็นห้องน้ำที่กว้างขวาง

 

POOL WATER VILLA เป็นห้องกลางน้ำที่มีสระว่ายน้ำขนาดเล็กที่ห้องพักมีขนาดประมาณ 93 ตร.ม.ตั้งอยู่บน Jetty เดียวกับห้อง LAGOON WATER VILLA และ OCEAN WATER VILLA สามารถพัก 2 ผู้ใหญ่ + 2 เด็กหรือ 3 ผู้ใหญ่

 

REEF POOL WATER VILLA เป็นห้องกลางน้ำอีกแบบที่มีสระว่ายน้ำขนาดเล็กที่ห้องพัก มีขนาดประมาณ 93 ตร.ม. แต่จะตั้งอยู่ฝั่งที่มีแนวปะการังของรีสอร์ทจึงสะดวกสำหรับคนที่ชอบดำน้ำตื้นดูความสวยงามของปลาและปะการังอีกทั้งยังใกล้กับห้องอาหารหลักอีกด้วยสามารถพัก 2 ผู้ใหญ่ + 2 เด็กหรือ 3 ผู้ใหญ่

GRAND RESIDENCE เป็นห้อง 2 ห้องนอนแบบเดียวในรีสอร์ท GRAND PARK KODHIPPARU มีขนาดประมาณ 210 ตร.ม. สามารถเข้าพักได้ 4 ผู้ใหญ่ + 2 เด็ก หรือ 5 ผู้ใหญ่ มีจำนวนถึง 5 หลัง เอาไว้ให้บริการผู้เดินทางที่เป็นกลุ่มเพื่อน หรือ ครอบครัวที่ต้องการพักด้วยกัน อีกทั้งมีห้องนั่งเล่นและสระว่ายน้ำขนาดเล็กที่ระเบียงเป็นพื้นที่ส่วนกลางให้สามารถสนุกกันอีกด้วยค่ะ

ห้องอาหารและบาร์เครื่องดื่มภายในรีสอร์ท GRAND PARK KODHIPPARU

รีสอร์ท GRAND PARK KODHIPPARU มีร้านอาหารและบาร์ทั้งหมด 3 แห่ง ซึ่งมีบรรยากาศที่แตกต่างกัน ทั้งนี้ทางรีสอร์ทได้คัดสรรวัตถุดิบที่ดีและสดใหม่มาให้บริการ

 

THE EDGE – ALL DAY DINING เป็นห้องอาหารหลักที่ให้บริการอาหารนานาชาติทั้งแบบบุฟเฟ่ต์ และ Live Cooking station ที่คอยพร้อมให้บริการอาหารสดใหม่ และในบางมื้อจะให้บริการแบบ Course Menu ห้องอาหารนี้ให้บริการมื้อเช้า กลางวันและค่ำ 

 

BREEZE - POOLSIDE DINNING & BAR ห้องอาหารที่ตั้งอยู่ใกล้กับสระว่ายน้ำหลักของรีสอร์ท ให้บริการอาหารเอเชี่ยนและเมดิเตอร์เรเนียน อาทิ เบอเกอร์, พาสต้า, ก๋วยเตี๋ยว และอื่นๆ ให้บริการมื้อเที่ยงและมื้อค่ำ รวมถึงหลากหลายเมนูของเครื่องดื่มแบบมีและไม่มีแอลกอฮอลล์

 

FIREDOOR – FINE DINING ห้องอาหารที่จะให้บริการเฉพาะมื้อค่ำแบบ Fine Dining ตั้งอยู่บนทะเลตรงกลางของห้องอาหารจะเป็นช่องสามารถดูปลาว่ายไปมาขณะรับประทานอาหาร

 

นอกจากร้านอาหารและบาร์แล้ว GRAND PARK KODHIPPARU ยังมีบริการอื่นๆเพื่อไม่ให้การพักผ่อนของคุณน่าเบื่อไม่ว่าจะเป็น Spa, Kids Club ที่รวมกิจกรรมสำหรับเด็กๆเอาไว้ให้สนุกกัน หรือจะเป็น GAME RECREATION ที่จะมีอุปกรณ์ความสนุกต่างๆเอาไว้ให้ได้เล่น ไม่ว่าจะเป็น โต๊ะบอล, PLAY STATION, โต๊ะปิงปองอีกด้วย

นอกจากนี้สำหรับสายออกกำลังกายก็สามารถ enjoy กับกิจกรรมโยคะทั้งเช้าและเย็นหรือจะเป็นห้อง GYM

หากใครสนใจกิจกรรมทางน้ำก็จะมีเจ้าหน้าที่ของ WATER SPORT ของรีสอร์ทที่จะคอยให้บริการและแนะนำกิจกรรมให้ตรงกับความต้องการไม่ว่าจะเป็นทริปล่องเรือชมพระอาทิตย์ตก, ทริปดูโลมา หรือใครจะไปดำน้ำตื้นรอบๆรีสอร์ทก็สามารถมายืมหน้ากากดำน้ำตื้น+ ตีนกบ ไปใช้ระหว่างการเข้าพักได้เลยค่ะ หากใครจองเป็น ALL INCLUSIVE PLAN จะได้สิทธิ์ในการใช้อุปกรณ์ Non-Motorized อาทิ แคนู, Stand up Paddle Board หรือเรือถีบได้อีกด้วยซึ่งบริเวณใกล้ท่าเรือ และWATER SPORT จะเป็น Lagoon ที่น้ำค่อนข้างนิ่งจึงเหมาะกับการเล่นกิจกรรมเป็นอย่างมากค่ะ

สำหรับรีสอร์ท GRAND PARK KODHIPPARU นับเป็นรีสอร์ที่มีขนาดเล็กแต่เต็มไปด้วยองค์ประกอบต่างๆที่ครบถ้วนในการสัมผัสประสบการณ์ในการพักผ่อนที่ประเทศมัลดีฟส์เลยที่เดียว

 

หากสนใจจองแพ็คเกจห้องพักหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อทีมงานได้ที่

Line Official: @allaboutmaldives

Facebook: Allaboutmaldives

Tel: 081-701-0091 หรือ 090-912-0987 

guest

Post : 2023-09-07 14:05:55.0     Forum: Review Resorts and Useful Information  >  รีวิว FUSHIFARU บูทีครีสอร์ท 5 ดาวที่ได้รับรางวัลมากมาย

รีสอร์ทบูทีคที่ผสมผสานความเป็นมัลดีเวี่ยนเอาไว้ได้อย่างลงตัว FUSHIFARU MALDIVES

 

FUSHIFARU MALDIVES รีสอร์ทระดับ ดาวในประเทศมัลดีฟส์ที่ผสมผสานวัฒนธรรมมัลดีฟส์และการออกแบบที่บูทีคเอาไว้ภายในรีสอร์ทได้อย่างลงตัว ด้วยจำนวนห้องพักที่ไม่เยอะ จึงให้ความเป็นส่วนตัว ที่นี่ต้อนรับทั้งผู้เดินทางที่เป็นครอบครัวกลุ่มเพื่อน และที่สำคัญคู่รัก อีกทั้งยังได้รับการโหวตจากผู้เข้าพักให้ได้รับรางวัลมากมายไม่ว่าจะเป็น Traveler Review Award จาก Booking.com และล่าสุดกับรางวัล Best Boutique Resort จากTravel Trade Maldives (TTM) ซึ่งในรีวิวนี้จะรวมรายละเอียดเกี่ยวกับรีสอร์ท FUSHIFARU MALDIVES เอาไว้ให้เป็นข้อมูลสำหรับผู้ที่กำลังมองหาแพ็คเกจห้องพักรีสอ์ทในมัลดีฟส์ค่ะ

 

HILIGHT ของรีสอร์ท FUSHIFARU MALDIVES
เป็นรีสอร์ทที่มีความเงียบสงบ เพราะจำนวนห้องพักมีจำนวนไม่เยอะ จึงไม่รู้สึกถึงความพลุกพล่าน

 

มีจุดถ่ายรูปเก๋ไก๋ใต้ทะเลที่อยู่ไม่ไกลจากรีสอร์ทที่เรียกว่า Underwater Playground เป็นชิงช้าและรถจักรยาน ซึ่งไม่เหมือนที่รีสอร์ทไหน ใกล้ๆกันจะมีการปลูกปะการังที่มีปลาน้อยใหญ่มาว่ายเล่นให้เห็น

 

ห้องพักแบบกลางน้ำตั้งอยู่ใกล้แนวปะการังของรีสอร์ทจึงสะดวกสำหรับผู้ที่ชอบกิจกรรมการดำน้ำตื้น นอกจากนี้ยังตั้งอยู่ใกล้ Fushifaru Thilla บริเวณนี้ได้รับการดูแลระบบนิเวศทางทะเล จึงมีสัตว์ทะเลที่หลากหลาย บางฤดูกาลจะมีปลากระเบนราหูให้สามารถพบเจอได้

* Sand Bank ส่วนตัวที่สวยและใกล้กับรีสอร์ทมากๆ สามารถใช้เป็นกิจกรรม Picnic แบบส่วนตัวได้เลย

 

ที่ตั้งและการเดินทางเข้าสู่รีสอร์ท FUSHIFARU MALDIVES

FUSHIFARU MALDIVES ตั้งอยู่ทางใน Lhaviyani Atoll ทางเหนือของประเทศมัลดีฟส์และยังอยู่ใกล้กับ Dive Site หลายๆจุดที่น่าสนใจสำหรับนักดำน้ำลึก นอกจากนี้จุดเด่นของ FUSHIFARU MALDIVES ก็คือตั้งอยู่ไม่ไกลจาก Fushifaru Thilla ที่เป็นจุดที่สามารถ snorkeling กับกระเบนราหูตามฤดูกาล

ในการเดินทางเข้าและออกรีสอร์ทมี ทางเลือกดังนี้ค่ะ

- Seaplane (เครื่องบินน้ำโดยใช้เวลาประมาณ 35 นาที (ทั้งนี้ไม่รวมเวลารอ)

- Domestic Plane 20 นาทีต่อด้วย Speedboat 35 นาที

ด้วยความเป็นรีสอร์ทระดับ ดาวจึงจะ มีLounge เอาไว้ให้บริการที่ Seaplane Terminal โดยที่ FUSHIFARU ใช้ Coral Lounge เพื่ออำนวยความสะดวกในการรอภายใน Lounge จะมีอาหารร้อนของว่างพร้อมเครื่องดื่มหลากหลายเอาไว้ให้บริการรวมไปถึง Free Wifi ให้บริการขณะรอ Seaplane ค่ะ สำหรับที่ FUSHIFARU MALDIVES นั้นจะมี Platform จอด Seaplane ด้านหน้าของรีสอร์ทของตนเองจึงสะดวกมากๆ และเมื่อออกมาจาก Seaplane แล้วจะได้รับการต้อนรับแบบมัลดีเวี่ยนดั้งเดิม คือการแสดงการตีกลอง Bodu Beru และการเป่าแตรด้วยเปลือกหอยสังข์ค่ะ 

 

จำนวนและประเภทห้องพักรีสอร์ท FUSHIFARU MALDIVES 

รีสอร์ท FUSHIFARU MALDIVES ประกอบด้วยห้องพักจำนวน 63 ห้อง ทั้งแบบบนหาดและกลางน้ำ เพื่อรองรับการเข้าพักของแขกทั้งคู่รัก กลุ่มเพื่อนและครอบครัว โดยจะมีห้องพักตามนี้ค่ะ

สำหรับห้องบนหาดมีทั้งหมด 44 หลัง จะมีทั้งหมด ประเภท

  • BEACH VILLA SUNRISE จำนวน หลัง และ BEACH VILLA SUNSET จำนวน 15 หลัง ขนาดเท่ากันทั้ง แบบคือ 96 ตร.ห้อง ประเภทนี้จะต่างกันที่ทิศที่ตั้ง ด้านในห้องพักจัดสรรเป็นสัดส่วน ห้องน้ำแบบเป็นห้องอาบน้ำและอ่างอาบน้ำ

  • POOL BEACH VILLA SUNRISE จำนวน 10 หลัง และ BEACH VILLA SUNSET จำนวน 10 หลัง ขนาดเท่ากันทั้ง แบบ คือ 122 ตร.ห้อง ประเภทนี้จะต่างกันที่ทิศที่ตั้ง ภายในห้องพักจะเหมือนกับห้อง BEACH VILLA แต่จะต่างที่มีสระว่ายน้ำที่บริเวณหน้าห้องพัก

  • BEACH DUPLEX VILLA เป็นแบบ ห้องนอน เหมาะกับครอบครัวที่มาพักผ่อนพร้อมกัน มีขนาด 240 ตร.มีทั้งหมด หลัง ภายในของทั้ง ห้องนอนจะเหมือนกับ BEACH VILLA แต่จะมีห้องนั่งเล่นที่เชื่อมต่อ วิลล่าด้วยกันและด้านหน้าของห้องจะมีสระว่ายน้ำ

  • PREMIUM BEACH DUPLEX VILLA แบบ ห้องนอนมีเพียง หลังสามารถเข้าพักได้ถึง ผู้ใหญ่ เหมาะกับครอบครัว เป็นห้องที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในรีสอร์ท คือ มีขนาด 500 ตร.จะมีห้องนั่งเล่นที่เชื่อมต่อ วิลล่าด้วยกันและด้านหน้าของห้องจะมีสระว่ายน้ำที่มีขนาดใหญ่กว่าห้อง BEACH DUPLEX VILLA 

สำหรับห้องกลางน้ำจะมีเพียง 19 ห้องทั้งหมด ประเภท

  • JACUZZI WATER VILLA มีทั้งหมด 11 หลัง ขนาด 96 ตร.จะตั้งอยู่ 2 Jetty ภายในห้องกว้างขวางและแบ่งห้องเป็นสัดส่วน ด้านระเบียงมีพื้นที่กว้างขวางและมีอ่างจากุซซี่เอาไว้ให้แช่มองทะเลสวยๆของมัลดีฟส์อีกด้วย

  • POOL WATER VILLA มีเพียง หลังขนาด 122 ตร.ภายในห้องจะเหมือนกับห้อง JACUZZI WATER VILLA แต่จะต่างที่ระเบียงจะมีสระว่ายน้ำ Plunge Pool ให้ลงได้

  • PREMIUM POOL WATER VILLA มีเพียง หลังขนาด 122 ตร.ภายในจะเหมือนกับห้อง JACUZZI WATER VILLA แต่ที่ระเบียงจะมีสระว่ายน้ำให้ว่ายเล่นได้และจะมีตาข่าย Hammock ที่ระเบียงเพิ่มเติมจากห้อง POOL WATER VILLA และตั้งอยู่ปลายสุดของกิ่งห้องกลางน้ำ

 

ห้องอาหารและบาร์เครื่องดื่มภายในรีสอร์ท FUSHIFARU MALDIVES 

รีสอร์ท FUSHIFARU MALDIVES มีร้านอาหารและบาร์ทั้งหมด จุด

Korakali – ห้องอาหารหลักที่ให้บริการอาหารทั้งมื้อเช้า กลางวันและค่ำ แบบอาหาร Buffet ที่มีความหลากหลายรวมทั้งยังมีการเปลี่ยน Theme อาหารในทุกคืน เช่น Asian Night, Italian Night มีพื้นที่นั่งทานอาหารทั้งด้านในและด้านนอกให้เลือก

 

Raakani – ห้องอาหารที่ให้บริการมื้อเที่ยงและมื้อค่ำ แบบ A La Carte เมนูจะเป็น Fine Dining ในห้องอาหาร

Raakani จะมีพื้นที่บางส่วนที่เป็นอาหารแบบ Teppanyaki ซึ่งจะมีจำนวนที่นั่งจำกัดจึงควรสำรองที่นั่งล่วงหน้า

 

Fanihandhi Bar – เป็นบาร์หลักของรีสอร์ท ตั้งอยู่ใกล้กับสระว่ายน้ำหลักให้บริการเครื่องดื่มทั้งมีและไม่มีแอลกอฮอลล์ รวมถึงอาหารว่างสไตล์มัลดีเวี่ยนและโฮมเมดไอศกรีม ช่วงกลางคืนจะมี entertainment อาทิ Karaoke,การโชว์กะบองไฟLive Band 

 

Thundi Bar – บาร์เก๋ไก๋ในสไตล์รถตู้ ซึ่งสามารถเป็นจุดในการถ่ายรูปได้อีกจุดของรีสอร์ท เครื่องดื่มที่ให้บริการจะเป็นสมูทตี้หรือไอศกรีม ตั้งอยู่ใกล้กับห้องกลางน้ำ

 

ในส่วนของ Meal Plan ที่รีสอร์ท FUSHIFARU MALDIVES มีให้เลือกหลายแบบ

Bed & Breakfast 

อาหารเช้าที่ห้องอาหารหลักแบบบุฟเฟต์ที่ KORAKALI

Half Board Plan 

อาหารมื้อเช้าที่ห้องอาหารหลักแบบบุฟเฟต์ที่ KORAKALI

อาหารค่ำสามารถไปใช้บริการห้องอาหารบุฟเฟต์ KORAKALI หรือจะรับส่วนลด 20% ในการสั่งอาหาร A La Carte ที่ห้องอาหาร RAAKANI 

ในมื้อค่ำสามารถสั่งเครื่องดื่ม แก้วในมื้ออาหารสามารถเลือกจาก เบียร์ไวน์น้ำผลไม้, Soft Drink หรือชา/กาแฟ

Full Board Plan 

อาหารมื้อเช้าและมื้อเที่ยงที่ห้องอาหารหลักแบบบุฟเฟต์ที่ KORAKALI

อาหารค่ำสามารถไปใช้บริการที่ห้องอาหาร KORAKALI หรือ RAAKANI 

ในมื้อเที่ยงและค่ำสามารถสั่งเครื่องดื่ม แก้วในมื้ออาหารสามารถเลือกจาก เบียร์ไวน์น้ำผลไม้, Soft Drink หรือชา/กาแฟ

All Inclusive Plan 

อาหารมื้อเช้าที่ห้องอาหารหลักแบบบุฟเฟต์ที่ KORAKALI

- อาหารเที่ยงสามารถเลือกรับประทานอาหารบุฟเฟต์ได้ที่ KORAKALI หรือจะทาน set menu ที่บาร์ FANIHANDHI หรือจะรับส่วนลด 20% ในการสั่งอาหารที่ RAAKANI

อาหารค่ำสามารถไปใช้บริการที่ห้องอาหารบุฟเฟต์ KORAKALI หรือจะสั่ง set menu ที่ห้องอาหาร RAAKANI หรือจะรับส่วนลด 20% ในการสั่งอาหารที่ RAAKANI

เครื่องดื่มแบบมีและไม่มีแอลกอฮอลล์วิสกี้คอนยัควอดก้ารัมบรั่นดีจินเทอกีล่าค๊อกเทลม๊อคเทลไวน์ขาว/แดง/โรเซ่เบียร์น้ำผลไม้น้ำอัดลมชาและกาแฟที่ บาร์Fanidhanhi ตามเวลาเปิดและปิดที่รีสอร์ทกำหนด

ในมื้อเที่ยงและค่ำสามารถสั่งเครื่องดื่ม แก้วในมื้ออาหารสามารถเลือกจาก เบียร์ไวน์น้ำผลไม้, Soft Drink หรือชา/กาแฟ

- Afternoon Tea ตามสไตล์มัลดีเวี่ยนตั้งแต่เวลา16:00 – 17:00 ที่บาร์ Fanidhanhi

โฮมเมดไอศกรีมระหว่างวันที่บาร์ Fanidhanhi

- Mini Bar ที่ห้องพักเติมวันละครั้ง

- ส่วนลด 20% สำหรับกิจกรรม excursions (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ)

  o Turtle Quest Snorkelling 2 ชั่วโมง
  o Dolphin Quest 2 ชั่วโมง
  o Local Island Experience by Dhoni ชั่วโมง

  o Windsurfing, Catamaran or Kite Surfing Rental 1 ชั่วโมง

  o Fun Toys หรือ Banana Boat Ride 10 นาที

  o Fun Dive (for certified divers only) 

- 50 นาที Spa Body Massage 1 ครั้งต่อการเข้าพัก สำหรับการเข้าพัก วันขึ้นไป (สำหรับผู้ใหญ่ ท่านแรก)

กิจกรรม Snorkeling Extravaganza 2 ชั่วโมง หรือ Sunset Fishing 2 ชั่วโมง ครั้งต่อการเข้าพัก สำหรับการเข้าพัก วันขึ้นไป (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ, ที่นั่งว่างและตารางกิจกรรม)

 

นอกจากนี้ยังมีบริการอื่นๆที่รวมให้ในการเข้าพักอีกด้วยค่ะ

  • เจ้าหน้าที่ต้อนรับที่สนามบินมาเล่
  • เจ้าหน้าที่ Island host ดูแลตลอดการเข้าพัก
  • ฟรี Wi-Fi ภายในห้องพักและรอบๆรีสอร์ท
  • การยืมอุปกรณ์หน้ากากดำน้ำตื้น 
  • การใช้อุปกรณ์กิจกรรมทางน้ำแบบไม่มีเครื่องยนต์ แคนู, stand up paddle board และ paddle boat
  • การใช้ห้องยิมและกิจกรรมกีฬาต่างๆ อาทิ สระว่ายน้ำหลักแบบ Infinity, วอลเล่ย์บอลชายหาด, เทนนิส, บิลเลียตและแบดมินตัน
  • การใช้บริการที่ Kokko Kids Club สำหรับเด็กอายุ 4-11ปี

 

นอกจากนี้ทางรีสอร์ทยังมีสปาที่ให้บริการเพิ่มเติมที่มีชื่อว่า HEYLHI ซึ่งจะมีสระว่ายน้ำเล็กๆให้บริการอีกด้วยค่ะ

 

หากสนใจจองแพ็คเกจห้องพักหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อทีมงานได้ที่

Line Official: @allaboutmaldives

Facebook: Allaboutmaldives

Tel: 081-701-0091 หรือ 090-912-0987 

guest

Post : 2023-06-08 10:58:21.0     Forum: Review Resorts and Useful Information  >  รีวิว LILY BEACH RESORT & SPA MALDIVES รีสอร์ทที่ได้รับการการันตีด้วยรางวัล THE AWARD-WINNING ALL-INCLUSIVE RESORT IN THE MALDIVES ทั้งในเอเซียและทั่วโลก

ในรีสอร์ทที่นับว่าให้บริการแพ็คเกจที่คุ้มค่าในประเทศมัลดีฟส์ตอนนี้จะเป็น LILY BEACH RESORT & SPA MALDIVES ด้วย PLATINUM PLAN แบบเดียวที่รวมให้ทั้งอาหารมื้อเช้า กลางวัน และค่ำพร้อมเครื่องดื่มแบบมีและไม่มีแอลกอฮอลล์อีกทั้งยังรวมกิจกรรมให้ถึง อย่างอีกด้วยนับว่าพักที่ LILY BEACH RESORT & SPA MALDIVES แล้วแทบไม่ต้องกังวลกับค่าใช้จ่ายใดๆอีกเลยค่ะ

 

LILY BEACH RESORT & SPA MALDIVES เป็นรีสอร์ทแรกๆในประเทศมัลดีฟส์ที่ให้บริการ ALL INCLUSIVE PLAN และได้รับรางวัลเป็นการันตีถึงความดีเยี่ยมของ PLATINUM PLAN กับรางวัล THE AWARD-WINNING ALL-INCLUSIVE RESORT IN THE MALDIVES ทั้งในเอเซียและทั่วโลก

 

ทีมงานได้มีโอกาสไป inspection ที่ LILY BEACH RESORT & SPA MALDIVES รีสอร์ทหรูระดับ ดาวที่ตั้งอยู่ทางใต้ของ Ari Atoll และอยู่ไม่ไกลจากจุดชมฉลามวาฬชื่อดังของประเทศมัลดีฟส์มารู้สึกประทับใจกับหลายๆอย่างเมื่อเข้าพักที่ LILY BEACH RESORT & SPA MALDIVES จึงอยากมารีวิวให้ทราบกันค่ะ

 

การเดินทางเข้าและออก Lily Beach Resort & Spa Maldives 

การเดินทางเข้าและออกรีสอร์ท สามารถเลือกได้ระหว่าง Seaplane 25 นาทีหรือ Domestic Plane 25 นาทีต่อด้วย Speedboat 20 นาที ด้วยความเป็นรีสอร์ทหรูจึงจะมี Lounge ที่ Seaplane Terminal ซึ่งออกแบบมาอย่างดีเพื่อให้ช่วงเวลาในการรอไม่น่าเบื่ออีกต่อไปการให้บริการภายใน Lounge จะมีเครื่องดื่มอาหารว่างและ Free Wifi ให้บริการขณะรอ Seaplane และสำหรับท่านที่เลือกเดินทางด้วย Domestic Plane ก็สามารถใช้บริการ Lounge ส่วนกลางสนามบินได้สะดวกมากๆค่ะ

ห้องพักแบบต่างๆที่ LILY BEACH RESORT & SPA MALDIVES 

รีสอร์ท LILY BEACH RESORT & SPA MALDIVES ประกอบด้วยห้องพักจำนวน 125 ห้องทั้งแบบที่ตั้งอยู่บนหาดและที่ตั้งอยู่กลางน้ำรวม ประเภทจึงตอบโจทย์ความต้องการของผู้เดินทางทุกประเภทไม่ว่าจะเป็นคู่รักหรือครอบครัวค่ะ

 

สำหรับห้องที่ตั้งบนหาดจะมี แบบได้แก่ BEACH VILLA, BEACH FAMILY VILLA, BEACH SUITE, BEACH SUITE WITH JACUZZI, BEACH SUITE WITH POOL และ BEACH RESIDENCE 

 

ห้อง BEACH VILLA ขนาด 68 ตารางเมตรพักได้ ผู้ใหญ่ หรือ ผู้ใหญ่+ 2 เด็ก (อายุ 0 – 11.99 ปีห้องบนหาดแบบแรกที่ไม่ธรรมดาเลยเพราะในห้องน้ำมีอ่างด้วยซึ่งไม่ค่อยมีในห้อง Beach Villa ที่รีสอร์ทอื่นๆ

 

ห้อง BEACH FAMILY VILLA ขนาด 136 ตารางเมตรพักได้ ผู้ใหญ่ หรือ ผู้ใหญ่+ 2 เด็ก (อายุ 0 – 11.99 ปีหรือ ผู้ใหญ่+ 4 เด็ก (อายุ 0 – 11.99 ปีเป็นห้องที่เหมาะกับครอบครัวที่เดินทางกับเด็กและต้องการพักอยู่ใกล้กัน

 

ห้อง BEACH SUITE ขนาด 76 ตารางเมตร พักได้ ผู้ใหญ่ หรือ ผู้ใหญ่+ 2 เด็ก(อายุ 0 – 11.99 ปี) ห้องที่ได้รับการ renovate แล้ว ออกแบบได้สวยลงตัวเป็นอย่างดี

 

ห้อง BEACH SUITE WITH JACUZZI ขนาด 76 ตารางเมตร พักได้ ผู้ใหญ่ หรือ ผู้ใหญ่+ 2 เด็ก (อายุ 0 – 11.99 ปี) ห้องนี้จะมีอ่าง Jacuzzi เอาไว้ให้บริการ

 

ห้อง BEACH SUITE WITH POOL ขนาด 76 ตารางเมตร พักได้ ผู้ใหญ่ หรือ ผู้ใหญ่+ 2 เด็ก (อายุ 0 – 11.99 ปี) ห้องนี้จะมีสระว่ายน้ำเอาไว้ให้บริการ

 

ห้อง BEACH RESIDENCE ขนาด 225 ตารางเมตร พักได้ ผู้ใหญ่ หรือ ผู้ใหญ่+ 2 เด็ก (อายุ 0 – 11.99 ปีห้องที่มีขนาดใหญ่สุดในประเภทห้องพักบนหาดตกแต่งอย่างสวยงามและลงตัวแบ่งเป็นห้องนั่งเล่นห้องนอนและมีสระว่ายน้ำให้พักผ่อนที่ห้องได้อีกด้วยค่ะ

 

สำหรับห้องที่อยู่กลางน้ำจะมี แบบได้แก่ LAGOON VILLA (SEMI-WATER VILLA), DELUXE WATER VILLA และ SUNSET WATER SUITE 

 

ห้อง LAGOON VILLA ขนาด 90 ตารางเมตรพักได้ ผู้ใหญ่ หรือ ผู้ใหญ่+ 2 เด็ก (อายุ 0 – 11.99 ปีห้องแบบนี้จะเป็นแบบ Semi Water Villa เพราะส่วนนึงของห้องพักจะอยู่บนชายหาดและอีกส่วนจะอยู่บนทะเลการลงทะเลสามารถทำได้ง่ายๆและยังใกล้กับแนวปะการังของรีสอร์ทอีกด้วยค่ะ

 

ห้อง DELUXE WATER VILLA ขนาด 126 ตารางเมตร พักได้ ผู้ใหญ่+ 2 เด็ก (อายุ 0 – 11.99 ปีเป็นห้องที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เพราะสามารถลงทะเลจากห้องพักได้เลย และมีพื้นเป็นกระจกขนาดใหญ่สามารถมองเห็นน้ำทะเลที่อยู่เบื้องล่างได้ ถือว่าเป็น highlight ของห้อง Deluxe Water Villa เลยค่ะ การจัดแบ่งห้องก็เป็นสัดส่วนทั้งห้องนอน ห้องน้ำที่มีทั้งอ่างน้ำและบริเวณ shower นอกจากนี้ยังมี Private Jacuzzi Pool ที่ระเบียงห้องอีกด้วย บริเวณรอบๆ DELUXE WATER VILLA จะมีแนวปะการังให้สามารถ snorkeling ได้เลยค่ะ

 

ห้อง SUNSET WATER SUITE ขนาด 182 ตารางเมตร พักได้ ผู้ใหญ่ หรือ ผู้ใหญ่+ 2 เด็ก (อายุ 0 – 11.99 ปี)

เป็นห้องกลางน้ำ type สูงสุดตั้งอยู่ปลายสุดของเกาะมีบริการ Butler เพียงห้องประเภทเดียวห้องพักกว้างขวางแบ่งสัดส่วนห้องนั่งเล่น ห้องนอน และห้องน้ำได้อย่างลงตัว อีกทั้งยังมี Private JacuzziPool ขนาดใหญ่กว่าห้อง Deluxe Water Villa ที่ระเบียงห้องอีกด้วย

 

เมื่อพูดถึงความคุ้มค่าของแพ็คเกจ อีกสิ่งที่ควรให้ความสำคัญคือ ห้องอาหารและบาร์เครื่องดื่มซึ่ง LILY BEACH RESORT & SPA MALDIVES ให้บริการห้องอาหาร ห้องอาหารและบาร์ บาร์ด้วยกันค่ะ

- LILY MAA ห้องอาหารหลักที่เสิร์ฟอาหาร BUFFET มื้อเช้า กลางวัน และค่ำ โดยในมื้อค่ำจะเป็น Theme ที่แตกต่างกันในแต่ละวันซึ่งมีทั้ง Live Station, Sushi Bar และอาหารให้เลือกมากมาย

 

- TAMARIND ห้องอาหารที่ตั้งอยู่กลางน้ำให้บริการมื้อค่ำประเภทอาการไทยและอาหารอินเดีย (สำหรับท่านที่พัก 4 คืนขึ้นไป สามารถใช้บริการได้ฟรี 1 ครั้ง)

 

- AQUA POOL BAR ห้องอาหารและบาร์ที่ให้ความเงียบสงบและมีสระว่ายน้ำสำหรับผู้ใหญ่ให้บริการสามารถใช้บริการอาหารเที่ยงที่ห้องอาหารนี้ได้

 

- TEPPANYAKI ห้องอาหารเทปันยากิที่ตั้งอยู่ใน AQUA POOL BAR ให้บริการเฉพาะมื้อค่ำและสามารถรองรับผู้เข้าใช้บริการได้ 12 ท่านต่อครั้ง (ไม่รวมใน Platinum Plan)

 

- VIBES BAR ให้บริการอาหารเที่ยงและอาหารทานเล่นในช่วงบ่ายในช่วงกลางคืนจะมี night entertainment ให้บริการอีกทั้งยังมีสระว่ายน้ำที่อนุญาตให้เด็กมาเล่นสนุกได้อีกด้วย

 

- SPIRIT BAR & LOUNGE ตั้งอยู่ติดกับ Lobby ซึ่งให้บริการเครื่องดื่มทั้งมีและไม่มีแอลกอฮอลล์

 

- BEACH BAR ตั้งอยู่ติดกับ Water Sports ซึ่งให้บริการเครื่องดื่มทั้งมีและไม่มีแอลกอฮอลล์

 

ทำอะไรดีเมื่อเข้าพักที่  LILY BEACH RESORT & SPA MALDIVES

ในรีสอร์ท LILY BEACH RESORT & SPA MALDIVES มีกิจกรรมให้ทำหลายอย่างทั้งแบบที่รวมใน PLATINUM PLAN และที่สามารถซื้อเพิ่มเติมเองได้เราจะมาเริ่มกันที่กิจกรรมที่รวมใน PLATINUM PLAN กันก่อน

กิจกรรม อย่างที่สามารถเลือกจาก อย่าง Coral Garden snorkeling, Fishing trip, Sunset cruise หรือ trip local island 

กิจกรรมกีฬาต่างอาทิ Gym โยคะ เทนนิส ปิงปอง บิลเลียต วอลเลย์บอล สระว่ายน้ำ สระ

การยืมหน้ากากดำน้ำ snorkeling และอุปกรณ์ Non-motorized อาทิ คายัค

เด็กๆอายุ 3-12 ปี สามารถ enjoy กิจกรรมมากมายที่ Turtle Kids Club ได้

Entertainment ยามค่ำคืนที่จะเปลี่ยนไปในแต่ละคืนเช่น DJ NIGHT, LIVE MUSIC

 

แต่หากสนใจทำกิจกรรมนอเหนือจากในแพ็คเกจ PLATINUM PLAN ยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจดังนี้

หากเป็นสายดำน้ำลึกที่รีสอร์ทก็มีบริการ Scuba Diving สำหรับผู้มี Certified 

อีกกิจกรรมที่น่าสนใจ สำหรับผู้ที่สนใจจะไปดำน้ำตื้นคือกิจกรรม Ocean Adventure เป็นกิจกรรมที่น่าสนใจมากเพราะมีโอกาสได้สัมผัสกับ 2 ยักษ์ใหญ่ใจดีแห่งท้องทะเลคือ Whale Sharks และ Manta Rays หากได้เจอจะเป็นประสบการณ์และความทรงจำดีๆไปอีกนานแสนนานเลยค่ะ นอกจากนี้ยังมีอีกหลายกิจกรรมที่สามารถเลือกซื้อได้เพิ่มเติมที่รีสอร์ทเช่น Turtle Tour, Dolphin Safari, Sunset Fishing เป็นต้นค่ะ

สปาก็นับเป็นอีกการผ่อนคลายที่น่าสนใจเมื่อไปพักผ่อนซึ่ง LILY BEACH RESORT & SPA MALDIVES มีห้องให้บริการถึง ห้องตั้งอยู่กลางน้ำบรรยากาศดีมาก

 

โดยสรุป รีสอร์ท LILY BEACH RESORT & SPA MALDIVES มีองค์ประกอบดีๆหลายส่วนที่ทำให้การพักผ่อนของคุณในประเทศมัลดีฟส์จะไม่น่าเบื่ออีกต่อไป

 

หากสนใจจองแพ็คเกจห้องพักหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อทีมงานได้ที่

Line Official: @allaboutmaldives

Facebook: Allaboutmaldives

Tel: 081-701-0091 หรือ 090-912-0987 

guest

Post : 2023-05-18 15:44:57.0     Forum: Review Resorts and Useful Information  >  รีสอร์ท AVANI+ FARES MALDIVES ในเครือ Minor ประเทศมัลดีฟส์

รีสอร์ท AVANI+ FARES MALDIVES ในเครือ MINOR ที่ประเทศมัลดีฟส์

 

AVANI+ FARES MALDIVESรีสอร์ทแรกของ Brand AVANI ที่เปิดในประเทศมัลดีฟส์และนับเป็นรีสอร์ทที่ 6 ในเครือ Minor ที่ให้บริการในประเทศมัลดีฟส์ AVANI+ FARES MALDIVES เป็นรีสอร์ทระดับ 5 ดาวที่มีความน่าสนใจไม่น้อยด้วยตัวแบรนด์ AVANI, จำนวนห้องพักที่มีให้เลือกหลากหลาย, ที่ตั้งของรีสอร์ท และหลายๆอย่างที่ออกแบบมาเป็นอย่างดีค่ะ งั้นเรามาทราบรายละเอียดของรีสอร์ท AVANI+ FARES MALDIVES กันดีกว่าค่ะ

 

ที่ตั้งและการเดินทางเข้าสู่รีสอร์ท AVANI+ FARES MALDIVES

 

AVANI+ FARES MALDIVES ตั้งอยู่ทางใน Baa Atoll ใกล้กับ HANIFARU BAY ซึ่งเป็นจุดชมกระเบนราหูและฉลามวาฬยักษ์ใหญ่ใจดีแห่งท้องทะเลประเทศมัลดีฟส์ นอกจากนี้ยังมีโอกาสเห็นโลมาที่ใกล้ๆกับรีสอร์ทอีกด้วย ในการเดินทางเข้าและออกรีสอร์ทมี 2 ทางเลือกดังนี้ค่ะ

- Seaplane (เครื่องบินน้ำ) โดยใช้เวลาประมาณ 35 นาที ทั้งนี้ไม่รวมเวลารอ

- Domestic Plane 20 นาที ต่อด้วย Speedboat 35 นาที

ด้วยความเป็นรีสอร์ทหรู จึงจะมี Lounge ของ MINOR ให้บริการที่ Seaplane Terminal พร้อมเครื่องดื่ม อาหารว่างและ Free Wifi ให้บริการขณะรอ Seaplane หรือหากเลือกที่จะเดินทางด้วย Domestic Plane ก็สามารถใช้ lounge ส่วนกลางที่สะดวกสบายไม่ต่างกันได้เช่นกันค่ะ

 

จำนวนและประเภทห้องพักรีสอร์ท AVANI+ FARES MALDIVES

รีสอร์ท AVANI+ FARES MALDIVES ประกอบด้วยห้องพักจำนวน 176 ห้องในแบบสตูดิโอ, บีชพาวิลเลียน, บีชพูลวิลล่าและวิลล่าเหนือน้ำ เพื่อรองรับการเข้าพักของแขกทั้งคู่รัก กลุ่มเพื่อนและครอบครัวโดยห้องพักที่นี่มีขนาดตั้งแต่ 1 ห้องนอนไปจนถึง 4 ห้องนอนกันเลยทีเดียว โดยจะมีห้องพักตามนี้ค่ะ

 

STUDIOS & PAVILLIONS ในกลุ่มนี้จะมีห้องพักประเภท Avani Sea View Studio, Avani Beach Studio, Avani Two Bedroom Sea View Studio, Avani Two Bedroom Beach Studio และ Avani Four Bedroom Beach Pavilion หากมาเป็นกลุ่มครอบครัว เพื่อนหรือ Outing สามารถที่จองแบบ 4 ห้องนอน (ทั้งหลัง) เสมือนพักที่บ้านของคุณเองเลยค่ะ

 

BEACH VILLA จะมีแบบ 1 และ 2 ห้องนอนในกลุ่มนี้ ซึ่งจะมีห้องพักประเภท Avani Beach Villa, Avani Beach Pool Villa, Avani Two Bedroom Beach Villa และ Avani Two Bedroom Beach Pool Villa ซึ่งจะเหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบความใกล้ของชายหาด

 

OVERWATER VILLA ซึ่งเป็นห้องพักที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวชาวไทยมากที่สุด เพราะสามารถลงทะเลจากห้องพักได้เลย โดยมีให้เลือกทั้งแบบมีสระว่ายน้ำแบบ 1 ห้องนอน, 2 ห้องนอนและ 3 ห้องนอนกันเลยทีเดียวค่ะ ห้องพักออกแบบมาลงตัวและสวยงาม มีอุปกรณ์ต่างๆครบครัน ในกลุ่มนี้จะมีห้อง Avani Over Water VillaAvani Sunset Over Water Villa, Avani Over Water Pool Villa, Avani Sunset Over Water Pool Villa, Avani Two Bedroom Over Water Pool Villa, Avani Two Bedroom Sunset Over Water Pool Villa และ Avani Three Bedroom Sunset Over Water Pool Villa

 

สำหรับห้องแบบ 1 ห้องนอน ภายในห้องพักจะเหมือนกัน จะแตกต่างกันที่ทิศที่ตั้งและสระว่ายน้ำที่ระเบียงค่ะ

ห้อง 1 Bedroom AVANI Over Water Villa และ AVANI Sunset Over Water Villa

 

ห้อง 1 Bedroom AVANI Over Water Pool Villaและ AVANI Sunset Over Water Pool Villa

 

ห้องอาหารและบาร์เครื่องดื่มภายในรีสอร์ท AVANI+ FARES MALDIVES

รีสอร์ท AVANI+ FARES MALDIVES มีร้านอาหารและบาร์ทั้งหมด 7 จุดซึ่งนับว่ามีความหลากหลายให้เลือกระหว่างเข้าพักที่รีสอร์ทนี้ นอกจากนี้ร้านอาหารในรีสอร์ทเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกจากฟาร์มของรีสอร์ทรวมถึงอาหารทะเลสดใหม่ทุกวันจากชาวประมงในพื้นที่ 

The Ocean Terrace – ห้องอาหารหลักที่ตั้งอยู่ด้านหน้า ให้บริการทั้งมื้อเช้า กลางวันและค่ำ แบบอาหารนานาชาติและอาหารสไตล์มัลดีเวียน

Hammock – ที่เสิร์ฟอาหารว่างแบบแกรปแอนด์โกและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพคอมบูชา

Skipjack – บาร์ริมสระว่ายน้ำที่ให้บริการพิซซ่า แฮมเบอร์เกอร์ แซนวิซและเครื่องดื่ม

Smuggler’s Shack – บีชบาร์ที่ให้บริการเครื่องดื่มนานาชนิดตั้งแต่ยามเย็นไปจนถึงค่ำคืนและยังนำเสนอตัวเลือกเหล้ารัมที่มากที่สุดในมัลดีฟส์อีกด้วย

Tribe – บาร์ที่เหมาะจะไป Hang out ในช่วงพระอาทิตย์ตกดินกับเครื่องดื่มเย็นๆ และฟังเพลงเพราะๆโดย DJ Charcoal – ร้านอาหารทะเลสไตล์ปิ้งย่างที่เป็น Singature Restaurant ของรีสอร์ท

Petit Bistro – ร้านอาหารสำหรับเด็กโดยเฉพาะ ที่นับว่าเป็นแห่งแรกในมัลดีฟส์ซึ่งนอกจากอาหารจานอร่อยที่ถูกต้องตามหลักโภชนาการแล้วเด็กยังสามารถเล่นด้วยกันได้อย่างเต็มที่

ในส่วนของ Meal Plan ที่รีสอร์ท AVANI+ FARES MALDIVES มีให้เลือกหลายแบบ

- Bed & Breakfast ที่จะให้บริการอาหารเช้าที่ห้องอาหาร The Ocean Terrace

Half Board Plan ที่จะให้บริการอาหารมื้อเช้าและค่ำที่ห้องอาหาร The Ocean Terrace 

Full Board Plan ที่จะให้บริการอาหารมื้อเช้า กลางวัน และค่ำที่ห้องอาหาร The Ocean Terrace หรือจะเลือกรับประทานอาหาร 2 courses จากเมนูที่ห้องอาหาร Skipjack 1 ครั้งต่อการเข้าพัก (อาจจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับบางเมนู) หรือจะรับประทานอาหารที่ห้องอาหาร Charcoal Signature โดยใช้เครดิต USD$40 สำหรับผู้ใหญ่และ USD$20 สำหรับเด็ก 1 ครั้ง (สำหรับผู้ที่พักอย่างน้อย 5 คืน)

All Inclusive with Non-Alcoholic ที่จะให้บริการอาหารเช้าที่ห้องอาหาร The Ocean Terrace, มื้อเที่ยงที่ห้องอาหาร Smuggler’s Shack Beach Bar กับอาหาร Tapas และขนมหวาน ส่วนมื้อค่ำสามารถไปรับประทานได้ที่ห้องอาหาร The Skipjack Bar เลือก 2 courses จาก A la carte’ Menu หรือห้องอาหาร Tribe เลือก 3 Tapas ต่อคน หรือจะรับประทานอาหารที่ห้องอาหาร Charcoal Signature โดยใช้เครดิต USD$40 สำหรับผู้ใหญ่ และ USD$20 สำหรับเด็ก 1 ครั้ง (สามารถรับประทานได้ 2 ครั้งต่อการเข้าพัก) รวมเครื่องดื่มแบบไม่มีแอลกอฮออล์ อาทิ Sparkling Wines/ Non-Alcoholic Bottled Beers/ Soft Drinks/ Mocktails/ selected Fresh Juices และSmoothies. 

All Inclusive with Alcoholic ที่จะให้บริการอาหารเช้าที่ห้องอาหาร The Ocean Terrace, มื้อเที่ยงที่ห้องอาหาร Smuggler’s Shack Beach Bar กับอาหาร Tapas และขนมหวาน ส่วนมื้อค่ำสามารถไปรับประทานได้ที่ห้องอาหาร The Skipjack Bar เลือก 2 courses จาก A la carte’ Menu หรือห้องอาหาร Tribe เลือก 3 Tapas ต่อคน หรือจะรับประทานอาหารที่ห้องอาหาร Charcoal Signature โดยใช้เครดิต USD$40 สำหรับผู้ใหญ่ และ USD$20 สำหรับเด็ก 1 ครั้ง (สามารถรับประทานได้ 2 ครั้งต่อการเข้าพัก) รวมเครื่องดื่มแบบไม่มีแอลกอฮออล์และมีแอลกอฮอลล์ อาทิ Sparkling Wines/ Non-Alcoholic Bottled Beers/ Soft Drinks/ Mocktails/ selected Fresh Juices/ Smoothies/ Unlimited House Red / White / Rose / Sparkling Wines by the Glass, Draught Beers, Standard Spirits, Soft Drinks, Cocktails / Mocktails selected Fresh Juices และ Smoothies. 

 

นอกจากร้านอาหารและบาร์แล้ว AVANI+ FARES MALDIVES ยังมีบริการอื่นๆ เพื่อไม่ให้การพักผ่อนของคุณน่าเบื่อ ไม่ว่าจะเป็น AVANI Spa, AVANI Adventures และ Excursions กับทริปไปยัง HANIFARU BAY, การตกปลา, การว่ายน้ำกับเต่าทะเลและอีกมากมาย รวมไปถึงอุปกรณ์ Water Sport อีกมากมายที่ให้ได้สนุกกัน

 

อีก 1 กิจกรรมที่นับเป็นสวรรค์ของเด็กๆ ที่เดินทางมาพักผ่อนที่ AVANI+ FARES MALDIVES ก็คือ AVANIKIDS & TEEN CLUB ที่จะให้สนุกไปกับกิจกรรมมากมายรอบๆรีสอร์ท, ห้องอาหารสำหรับเด็กและสวนน้ำขนาดเล็ก ในส่วนของ Teen ก็สามารถสนุกไปกับ Board Games และ game stations ต่างๆ

หากสนใจจองแพ็คเกจห้องพักหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อทีมงานได้ที่

Line Official: @allaboutmaldives

Facebook: Allaboutmaldives

Tel: 081-701-0091 หรือ 090-912-0987 

 

guest

Post : 2023-02-26 18:22:50.0     Forum: Review Resorts and Useful Information  >  Club Med Sahoro สกีรีสอร์ทชื่อดังใน Hokkaido ประเทศญี่ปุ่น แบบ All Inclusive สุดคุ้ม

CLUB MED SAHORO 1 ในสกีรีสอร์ท CLUB MED ใน HOKKAIDO ประเทศญี่ปุ่น

 

เราคงคุ้นชื่อกับ Club Med ประเทศมัลดีฟส์ แต่ Club Med ไม่ได้มีให้บริการแค่นั้น เพราะหากพูดถึง  Ski Resort แล้ว Club Med มีสกีรีสอร์ทถึง 3 ที่เปิดให้บริการ ณ ตอนนี้ และนับเป็นสกีรีสอร์ทที่มีชื่อเสียงในประเทศญี่ปุ่น ตั้งอยู่ใน Hokkaido สถานที่ที่มี powder snow เหมาะสำหรับการเล่นสกีหรือสโนวบอร์ด อีกทั้งยังเดินทางไม่ไกลจากประเทศไทยด้วย จึงทำให้ Club Med สกีรีสอร์ทเป็นที่รู้จักและเป็นที่นิยมในกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวไทยมากขึ้นค่ะ

 

Club Med เริ่มเปิดสกีรีสอร์ทจาก Club Med Sahoro ซึ่งจะมีข้อมูลที่ควรทราบดังนี้ค่ะที่ตั้ง: อยู่ห่างจากสนามบิน New Chitose สนามบินประมาณ 2 ชั่วโมงโดยการเดินทางด้วยรถ ซึ่งทางรีสอร์ทมีให้บริการ แต่จะเป็นค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากแพ็คเกจห้องพัก

 

o ช่วงที่เปิดให้บริการ: ต้นธันวาคม - ปลายมีนาคมของทุกปี

 

o ผู้เข้าพัก: Club Med Sahoro รับผู้เข้าพักทั้งผู้ใหญ่และเด็ก จึงเหมาะกับทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นคู่รัก กลุ่มเพื่อน กลุ่มครอบครัว

 

o จุดเด่นของรีสอร์ท

- ลานสกีเป็นลานสกีที่เคยใช้แข่งขัน Winter Olympic 1972 และตั้งอยู่ห่างจากรีสอร์ทอื่นๆ จึงนับว่ามีความเป็นส่วนตัวและไม่พลุกพล่าน

- ห้องพักและภายในรีสอร์ทได้รับการ Renovate เมื่อปี 2019 จึงมีความใหม่และสวยงาม

- นอกจากนี้ความแตกต่างของ Club Med สกีรีสอร์ทจากรีสอร์ทอื่นๆ คือการให้บริการที่เป็นแบบ All Inclusive ให้บริการครบทุกสิ่งที่นอกเหนือจากห้องพัก ไม่ว่าจะเป็นอาหารแสนอร่อย เครื่องดื่มแบบมีและไม่มีแอลกอฮอลล์ กิจกรรมสันทนาการต่างๆ ทั้งสำหรับผู้ใหญ่และเด็ก ไม่ว่าจะเป็นการสระว่ายน้ำปรับอุณหภูมิหรือการแช่ตัวแบบ Ofuro อีกทั้งยังเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเรียนรู้การเล่นสกี, สโนบอร์ด เพราะ Club Med ได้จัดเตรียมครูผู้สอน Professional เอาไว้ให้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม  

 

ลักษณะห้องพักที่ Club Med Sahoro จะมีกลิ่นอายความทันสมัยและความเป็นญี่ปุ่นผสมผสานกันอย่างลงตัว สามารถรองรับผู้เข้าพักตั้งแต่ 1-2 ท่าน หรือจะเป็นกลุ่มเพื่อนหรือครอบครัวตั้งแต่3 ท่านขึ้นไปได้ โดยจะมี 3 แบบหลักๆดังนี้ค่ะ

- ห้อง Superior Room ขนาด 27 ตร.ม. มีเพียงแบบเดียว คือ Junior Family Superior Roomสามารถพักได้ 2-3 ท่าน ในห้องแบบนี้จะไม่รวม Mini Bar ในห้องพัก

- ห้อง Deluxe room ขนาด 29-37 ตร.ม. ซึ่งมี 3 แบบ คือ Deluxe Room สำหรับ 2 ท่าน,Family Deluxe Room – Tatami Loungeสำหรับ 2-4 ท่าน และ Master Family Deluxe Rooms – Tatami Beds สำหรับ 2-5 ท่าน ท่าน ในห้องแบบนี้จะรวม Mini Bar ในห้องพักให้1 ครั้งเมื่อวัน Check in ค่ะ

- ห้อง Suite Room ขนาด 74 ตร.ม. ซึ่งมี 1 แบบ คือ Suite with Mountain View สามารถรองรับผู้เข้าพักตั้งแต่ 2-5 ท่าน ตั้งอยู่บนชั้น6 ซึ่งมองเห็นวิวภูเขาที่สวยงาม ในห้องแบบนี้จะรวม Mini Barแบบรวมเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอลล์ในห้องพักให้และจะเติมให้วันละครั้งค่ะ

o ห้องอาหารและบาร์ที่ Club Med Sohoro จะมี 2 ห้องอาหารและ 1 บาร์หลัก ซึ่งจะมีไว้ให้บริการลูกค้าทุกท่านในทุกวัน ซึ่งจะมีรายละเอียดดังนี้ค่ะ

- ห้องอาหารหลัก The Daichi ให้บริการมื้อเช้า กลางวัน ช่วงบ่าย และค่ำในแบบ Buffet ที่มีอาหาร Internationalเอาไว้คอยให้บริการทั้งผู้ใหญ่และเด็ก รวมถึงไอศกรีม soft serve ที่แสนอร่อยเอาไว้ให้รับประทานกันด้วย

- ห้องอาหารพิเศษ The Mina Mina ที่จะเปิดเฉพาะมื้อค่ำ โดยอาหารที่ให้บริการจะเป็น Set Nabe ในหม้อร้อนๆ เหมาะกับช่วงเวลาอันหนาวเหน็บเป็นอย่างมาก แต่ห้องอาหารนี้มีที่นั่งค่อนข้างจำกัด จึงต้องจองล่วงหน้าในวันที่ check in กับเจ้าหน้าที่ของรีสอร์ทค่ะ

- บาร์หลักชื่อ The Wakka ที่ตั้งอยู่ด้านหน้าของรีสอร์ท ได้รับการ renovated แล้ว ซึ่งสามารถสั่งเครื่องดื่มแบบมีและไม่มีแอลกอฮอลล์ตาม list ที่กำหนดก็จะไม่มีค่าใช้จ่ายใด อีกทั้งช่วงบ่ายๆจะมี snackมาคอยให้บริการอีกด้วยค่ะ ในช่วงค่ำคืน บริเวณ The Wakka จะเปลี่ยนมาเป็นปาร์ตี้ที่นำโดย GO หรือเจ้าหน้าที่ของรีสอร์ทให้ได้สนุกแบบเรียกเหงื่อกันเลยที่เดียว

o กิจกรรมสำหรับเด็กๆ ที่ Club Med Sahoro นั้นมีให้เลือกมากมายตั้งแต่กิจกรรมIndoor Art & Craft หรือจะเป็นกิจกรรมการเรียนรู้การเล่นสกีโดย Instructor สำหรับเด็กที่มีอายุ 4 ปีขึ้นไป (ไม่รวมค่าอุปกรณ์และค่าชุด) และล่าสุดยังได้มีกิจกรรมปีนหน้าผาจำลองสำหรับน้องๆที่มีอายุ12 ปีขึ้นไปให้บริการอีกด้วย 

กิจกรรมอื่นๆ ภายในรีสอร์ท ยังมีให้บริการมากมาย ไม่ว่าจะเป็นกีฬาในร่ม เช่น Squash,แบดมินตัน, ปิงปอง, Weight and Cardio Room, โยคะ (เพียงนำชุดที่เหมาะกับกีฬาประเภทนั้นๆมา ทางรีสอร์ทจะมีอุปกรณ์เตรียมเอาไว้ให้ค่ะ) หรือหากต้องการจะ relax ก็สามารถไปใช้บริการสระว่ายน้ำในร่มที่ปรับอุณหภมิ หรือจะเป็น Ofuro ที่แช่น้ำร้อนภายในรีสอร์ท หรือ Canadian Outdoor Bath ค่ะ

o Transfer เข้าและออกรีสอร์ท ณ ตอนนี้ จะมีให้บริการ 3 เส้นทาง ซึ่งจะเป็นทางเลือกสำหรับผู้เข้าพักว่าจะต้องการใช้บริการนี้หรือไม่ โดย Transfer ไปและกลับ จะมีทั้งหมด 3 ตัวเลือกดังนี้ค่ะ

- OPTION 1: จาก New Chitose Airport (Domestic/International Terminal) - Club Med Sahoro Return Trip ผู้ใหญ่ท่านละ 4,800 เด็กอายุ 4-11.99 ปีท่านละ 3,800 บาท

- OPTION 2: จาก Obihiro Airport - Club Med Sahoro Return Trip ผู้ใหญ่ท่านละ 4,000 เด็กอายุ 4-11.99 ปีท่านละ 3,200 บาท

- OPTION 3: จาก Shintoku Station - Club Med Sahoro Return Trip ผู้ใหญ่ท่านละ 2,160 เด็กอายุ 4-11.99 ปีท่านละ 1,730 บาทค่ะ

 

ทั้งหมดนี้ก็เป็นข้อมูลของ Club Med Sahoro, Hokkaido 1 ในสกีรีสอร์ทที่เปิดให้บริการอยู่ในขณะนี้ภายใต้ brand Club Med หากใครสนใจทราบรายละเอียดเพิ่มเติมหรือราคาแพ็คเกจห้องพัก Club Med Sahoro สามารถติดต่อทีมงานได้ที่ Line Official: allaboutmaldives หรือ Facebook/allaboutmaldives ค่ะ

 

###### No Permission ######
guest

Post : 2022-04-06 11:45:22.0     Forum: Review Resorts and Useful Information  >  อัศจรรย์โลกสัตว์ใต้น้ำ HANIFARU BAY

อัศจรรย์โลกสัตว์ใต้น้ำที่ HANIFARU BAY ประเทศมัลดีฟส์

 

HANIFARU BAY เป็นจุดดำน้ำที่มีชื่อเสียงมากแห่งนึงของประเทศมัลดีฟส์และของโลก HANIFARU BAY ตั้งอยู่ใน BAA ATOLL เขตปกป้องพันธุ์สัตว์น้ำ UNESCO WORLD BIOSPHERE RESERVE ของประเทศมัลดีฟส์ 

บริเวณนี้เป็นจุดที่มีความสมบูรณ์ทางธรรมชาติ เป็นแหล่งอาหารสำหรับสัตว์ทะเลทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ HANIFARU BAY มีชื่อเสียงในด้านการมีโอกาสเจอยักษ์ใหญ่ใจดีแห่งท้องทะเลทั้งฉลามวาฬ และกระเบนราหู (Manta Ray) การได้ว่ายน้ำท่ามกลางสิ่งมีชีวิตที่มหัศจรรย์เช่นนี้เป็นความใฝ่ฝันของหลายๆท่าน และมีไม่กี่สถานที่ที่จะทำให้เป็นจริงได้ HANIFARU BAY เป็นจุดดำน้ำจุดนึงที่นักดำจากทั่วโลกให้ความสนใจและอยากมาเยือน

 

ในช่วงเดือน มิ.ย. -  พ.ย. ของทุกปีจะเป็นช่วงที่กระเบนราหูและฉลามวาฬจะมารวมตัวกันที่ HANIFARU BAY เพราะในช่วงมรสุมนี้ น้ำทะเลจะพัดเอา plankton มารวมกันในจุดนี้เป็นจำนวนมาก ซึ่งplankton ก็คืออาหารอันโอชะของสัตว์น้ำทั้ง 2 ชนิดนี้ จึงทำให้ HANIFARY BAY เป็นสถานที่ชุมนุมของทั้งกระเบนราหูและฉลามวาฬ ในบางช่วงอาจมีโอกาสได้เจอการรวมตัวของกระเบนราหูได้เป็นจำนวนมากถึงร้อยตัวเลยทีเดียวค่ะ

 

ในการจะไป snorkeling กับกระเบนราหูและฉลามวาฬนั้น นักท่องเที่ยวต้องเช็คตารางกิจกรรมกับทางรีสอร์ทที่พัก เพื่อจะได้รับอนุญาตในการเข้าไปในบริเวณนั้น โดยจะมีหน่วยงานจัดตารางสลับสับเปลี่ยนให้แต่ละรีสอร์ทสามารถนำผู้เข้าพักมาสัมผัสประสบการณ์นี้ได้ เพื่อไม่ให้จำนวนคนเยอะเกินไปจนเกิดการรบกวนสัตว์น้ำตามธรรมชาติ

 

ปัจจุบันใน BAA ATOLL มีรีสอร์ทมากมาย แตกต่างกันทั้งในส่วนของเกรดของรีสอร์ท การตกแต่ง และราคา ในส่วนของรีสอร์ทที่มีโปรน่าสนใจตอนนี้จะมี เช่น DUSIT THANI MALDIVES, DHIGUFARU MALDIVES และ DREAMLAND THE UNIQUE SEA & LAKE RESORT เป็นต้นค่ะ

 

หากสนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสอบถามเกี่ยวกับแพ็คเกจห้องพัก

สามารถติดต่อได้ที่ 081-701-0091 หรือ 090-912-0987 

LINE@ allaboutmaldives 

www.facebook.com/allaboutmaldives

guest

Post : 2021-10-25 14:43:38.0     Forum: Review Resorts and Useful Information  >  รีวิว ANGSANA VELAVARU MALDIVES รีสอร์ท 5 ดาว ที่ลักษณะของเกาะไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน

REVIEW ANGSANA VELAVARU MALDIVES รีสอร์ทหรูหรา ระดับ 5 ดาวที่มีลักษณะเกาะที่โดดเด่น โดยเฉพาะห้องพักแบบกลางน้ำที่กว้างขวางและตั้งอยู่ห่างจากตัวเกาะหลัก จึงทำให้มีความเป็นส่วนตัวสูง แถมยังอยู่ใกล้กับแนวปะการังที่สวยและสมบูรณ์มากๆค่ะ ทีมงานไป snorkeling มาแล้ว ขอแนะนำสำหรับสายที่ชอบกิจกรรมดำน้ำตื้นหรือดำน้ำลึกให้ไปพักผ่อนกันสักครั้งค่ะ รีสอร์ท ANGSANA VELAVARU MALDIVES จะน่าสนใจแค่ไหน ทีมงาน Maldiveslover จะมาเล่าให้ฟังค่ะ

รีสอร์ทนี้ตั้งอยู่ใน DHAALU ATOLL ทางตอนใต้ของประเทศมัลดีฟส์ซึ่งค่อนข้างไกลจากเมืองหลวงมาเล่ ดังนั้นความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติยังคงมีสูงมาก ทั้งปลาตัวน้อยใหญ่และแนวปะการังที่สวยงามและอุดมสมบูรณ์ อีกทั้งยังมีความสวยงามของสีท้องทะเลที่ยากจะลืมค่ะ จุดเด่นของ ANGSANA VELAVARU MALDIVES คือลักษณะของรีสอร์ทที่จะแยกส่วนของห้องพักบนหาดและห้องพักกลางน้ำออกจากกันโดยสิ้นเชิง เพราะห้องพักแบบกลางน้ำจะตั้งอยู่บน lagoon อีกฟากของรีสอร์ทที่ทำให้เป็นความแตกต่างอย่างลงตัวของรีสอร์ทนี้ค่ะ

 

การต้อนรับและการเดินทางเข้ารีสอร์ท ANGSANA VELAVARU MALDIVES

ANGSANA VELAVARU MALDIVES ตั้งอยู่บน DHAALU ATOLL การเดินทางเข้าไปยังรีสอร์ทจึงจะมีให้เลือกอยู่ 2 แบบ คือ Seaplane (เครื่องบินน้ำ) หรือ Domestic Plane (เครื่องบินในประเทศ) แล้วต่อด้วย Speedboat (เรือเร็ว) ผู้เข้าพักสามารถเลือกว่าจะเดินทางด้วยแบบไหนก็ได้ค่ะ อาจจะเลือกเดินทางเข้าด้วย seaplane และกลับมาขึ้นเครื่องกลับที่มาเล่ด้วย Domestic plane ก็ได้ค่ะ ซึ่งจะได้สัมผัสทั้ง 2 ประสบการณ์ หรือจะเลือกแบบใดแบบนึงสำหรับทั้งขาไปและขากลับก็ได้เช่นกัน เพียงแค่แจ้งกับทีมงาน Maldiveslover ว่าต้องการแบบไหน ทีมงานจะประสานงานกับทางรีสอร์ทในเรื่องของ flight บินที่จะเดินทางมาถึงและออกจากประเทศมัลดีฟส์ ซึ่งทางรีสอร์ทก็จะทำการ pre-booking สายการบินเอาไว้ให้โดยไม่ต้องเป็นกังวลใดๆ หรือต้องการคำแนะนำใดๆ ก็สามารถสอบถามกับทีมงาน Maldiveslover ได้เช่นกันค่ะ

 

เมื่อเดินทางมาถึงสนามบินมาเล่และผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อยแล้ว สามารถรับกระเป๋าเดินทางและเดินออกจากสนามบินได้เลย เมื่อเดินออกมาจะพบกับเจ้าหน้าที่หรือที่รู้จักกันในชื่อ AIRPORT REP ของรีสอร์ทมาคอยต้อนรับ สามารถมองหาเจ้าหน้าที่ที่ถือป้าย ANGSANA VELAVARU MALDIVES เมื่อเอกแล้วเจ้าหน้าที่จะนำท่านไปเช็คอินที่เคาน์เตอร์ ANGSANA VELAVARU MALDIVES เพื่อเช็ครายชื่อผู้เข้าพัก พร้อมผูกป้ายที่กระเป๋า และจะพาไปทำการ check in ที่เคาน์เตอร์ของ Seaplane หรือ ​Domestic Plane ที่เลือกเอาไว้ตั้งแต่ทำการจองแพ็คเกจ ครั้งนี้ทีมงานได้มีโอกาสเดินทางเข้าและออกรีสอร์ททั้ง 2 แบบ คือ เดินทางไปด้วย Seaplane และกลับด้วย Domestic Plane ทีมงานเลยจะมาเล่าประสบการณ์ของทั้ง 2 แบบให้ทราบตามนี้ค่ะ

SEAPLANE

หากเลือกเดินทางด้วย Seaplane ปรกติแล้วจะใช้เวลาประมาณ 40-45 นาที โดยการบินตรงจากสนามบินมาเล่มาที่รีสอร์ท ANGSANA VELAVARU MALDIVES เป็นจุดแรก แต่หากไม่ใช่จุดแรก ก็จะใช้เวลานานขึ้นค่ะ ขึ้นอยู่กับว่าหยุดจอดรับและส่งผู้โดยสารจากรีสอร์ทอื่นๆกี่ครั้งค่ะ ในส่วนของเวลาในการรอขึ้น Seaplane นั้นจะไม่แน่นอนขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น สภาพอากาศ จำนวนผู้โดยสารที่เดินทางในช่วงนั้นๆ โดยเวลาทำการของ seaplane จะเป็นช่วงกลางวันเท่านั้น โดยเริ่มในช่วงเช้าถึงช่วงบ่ายไม่เกิน 16:00 น. เนื่องจากเหตุผลเรื่องความปลอดภัย หากใครสนใจจะใช้บริการ Seaplane แนะนำให้มาไฟล์ทเช้าหรือไม่ก็มาพักค้างคืนที่มาเล่ก่อน 1 คืนค่ะ

 

สำหรับลูกค้าที่เข้าพักที่ ANGSANA VELAVARU MALDIVES ที่ Seaplane Terminal จะมี Lounge ของให้บริการ ซึ่งจะมีอาหารว่าง เครื่องดื่มและ WIFI ให้บริการท่านสามารถพักผ่อนใน lounge ได้จนถึงเวลาก่อนขึ้นเครื่อง เมื่อถึงเวลา เจ้าหน้าที่ใน lounge จะมาแจ้งให้ทราบ เพื่อนำท่านไปเตรียมตัวในการ boarding ต่อไปค่ะ ผู้เดินทางต้องแสดง boarding pass ในการขึ้นเครื่อง ที่นั่งใน seaplane จะไม่ได้ถูกระบุใน boarding pass เพราะจะเป็นการเลือกแบบ first come first choose ที่นั่งค่ะ เมื่อพร้อมเครื่องบิน seaplane ก็ออกเดินทาง ระหว่างการ  take off เสียงเครื่องยนต์จะดังหน่อยและอาจจะรู้สึกร้อนๆได้ เพราะใน seaplane ไม่มีแอร์ แต่เมื่อเครื่องบินขึ้นไปแล้ว จะรู้สึกดีขึ้น เพราะจะมีลมจากข้างนอกดูดเข้ามาภายในตัวเครื่อง ระหว่างเดินทางครั้งนี้ ทีมงานเจอกับฝนตกตลอดการเดินทาง เพราะไปช่วง low season แต่หลายๆครั้งที่เดินทางก็ไม่เจอฝนเลยถึงแม้จะเดินทางในช่วงนี้ จึงบอกได้อย่างเดียวว่าขึ้นอยู่กับโชคว่าจะเจอฝนหรือมั้ย เมื่อ Seaplane ลงจอดที่ใกล้ๆกับรีสอร์ท ทางรีสอร์ทจะได้รับแจ้งให้นำเรือออกมารับค่ะ ครั้งนี้เราโชคดีเพราะได้พักห้องฝั่ง InOcean Villa หรือห้องกลางน้ำทั้ง 2 คืน เรือจึงไปส่งที่ lobby ฝั่งห้องกลางน้ำ

 

DOMESTIC PLANE

สำหรับขากลับมายังมาเล่ ทางรีสอร์ท ANGSANA VELAVARU MALDIVES แนะนำให้เดินทางกลับด้วย Domestic plane เพราะว่าจะได้ลองบริการของสายการบินใหม่ในตอนนั้น เมื่อ check out เรียบร้อยแล้ว ทีมงานก็ทำการลากับทีมงานของรีสอร์ทที่น่ารักมากๆ ตลอดทั้ง 3 วันที่ได้มีโอกาสเข้าพักที่ ANGSANA VELAVARU MALDIVES ทางรีสอร์ทได้เตรียมเรือ speedboat ที่จะนั่งไปยังสนามบินท้องถิ่น DHAALU AIRPORT ใช้เวลาประมาณ 40 นาที เมื่อไปถึงเจ้าหน้าที่จะพาขึ้นรถไปยังที่สนามบินซึ่งอยู่ไม่ไกล เมื่อถึง terminal ก็สามารถไป check in ที่เคาน์เตอร์และนั่งรอ สำหรับกระเป๋าเดินทางใบโหลดจะต้องไม่หนักเกิน 20 กิโลกรัมต่อท่าน และกระเป๋า carry on จะหนักไม่เกิน 5 กิโลกรัมต่อท่าน เมื่อ check in เสร็จแล้ว จะได้รับ boarding pass ซึ่งจะแจ้งเวลาและ Gate ที่จะขึ้นเครื่อง เมื่อใกล้เวลาเดินทาง ก็จะเข้าไปนั่งรอตรวจ boarding pass เพื่อขึ้นเครื่องบินต่อไป ซึ่งทาง ANGSANA VELAVARU MALDIVES มีสัญญากับทางสายการบินในประเทศใหม่ล่าสุดชื่อ Manta Airline ค่ะ การเดินทางกลับไปยังสนามบินมาเล่ จะใช้เวลาในการบินประมาณ 30 นาที เมื่อ landing ที่ terminal ภายในประเทศ ก็จะเดินลงเพื่อเข้ามารับกระเป๋าต่อไป เมื่อเสร็จแล้ว ก็เดินทางออกมาเพียง 2 นาทีก็จะถึง International Terminal

ต่อไปก็จะเข้าสู่ช่วงการ review รีสอร์ทให้ทราบ โดยเริ่มจากห้องพักของที่ ANGSANA VELAVARU MALDIVES กันก่อนค่ะ

 

ประเภทห้องพัก ANGSANA VELAVARU MALDIVES

สำหรับที่ ANGSANA VELAVARU MALDIVES มี  79 วิลล่าที่ตั้งอยู่บนหาดของเกาะหลักและอีก 34 วิลล่าที่ตั้งอยู่กลางมหาสมุทรอันสวยงามของประเทศมัลดีฟส์ทางฝั่งเกาะหลักนั้นจะมีพื้นที่ส่วนกลาง อาทิ lobby, สระว่ายน้ำ, ห้องอาหาร, บาร์, Kids Club และสปาให้บริการอยู่ ซึ่งห้องบนหาดทั้งหมดจะตั้งอยู่บนเกาะหลัก

 

นอกจากนี้ยังมีอีก lobby และห้องอาหาร ทางฝั่งห้องกลางน้ำ เพื่ออำนวยความสะดวกผู้เข้าพักที่อยู่กลางทะเลหรือที่เรียกว่า InOcean Villa อีกด้วยค่ะ แต่ถ้าอยากจะขึ้นไปทำกิจกรรมฝั่งเกาะหลัก ทางรีสอร์ทจะมีเรือไว้คอยบริการตามตารางที่กำหนด

โดยการ inspection ในครั้งนี้ ทางรีสอร์ท ANGSANA VELAVARU MALDIVES ใจดีจัดให้ได้พักทางฝั่งลากูนสวยของห้องกลางน้ำค่ะ ห้องพักที่นี่จะออกแนว contemporary ใช้สีสันที่สดใสของสีส้มในทุกๆ elements ของรีสอร์ท รวมถึงเส้นสายของปะการังในการตกแต่งรีสอร์ทซึ่งเข้ากับบรรยากาศของการไปทะลมากๆค่ะ 

 

1. BEACHFRONT VILLA ห้องเริ่มต้นที่กว้างขวางมีขนาด 88 ตารางเมตรรายรอบไปด้วยต้นปาลม์ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัยและบริการที่ครบครัน สามารถเดินไปสัมผัสผืนทรายอันเงียบสงบใกล้ๆห้องพักได้เลย มี rain shower กลางแจ้งให้มองวิวไปด้วย

 

2. BEACH INFINITY POOL VILLA ห้องบนหาดแบบที่ 2 ที่มีขนาด 104 ตร.ม. และที่ต่างจากแบบแรก็คือมีสระว่ายน้ำยาวอยู่ทางด้านหน้าของห้องพัก ที่สามารถว่ายน้ำไปชมทิวทัศน์ของท้องทะเลประเทศมัลดีฟส์ไปด้วยได้ หรือใครที่ชอบนอนอ่านหนังสือ พร้อมสูดอากาศสดชื่นไปด้วยก็สามารถทำได้

 

3. DELUXE BEACHFRONT POOL VILLA ห้องพักอีกแบบที่ตั้งอยู่บนชายหาด มีขนาด 207 ตร.มห้องนี้มีขนาดใหญ่ จึงสามารถพักได้หลายท่าน หากมาเป็นครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อนที่ต้องการเสริมเตียง ห้องนี้เหมาะมาก อีกทั้งด้านนอกของห้องพักยังมีศาลาให้สามารถพักผ่อนได้ทั้งช่วงกลางวันและช่วงค่ำ รวมถึงสระว่ายน้ำที่อยู่ด้านหลังของสวนที่ให้ความเป็นส่วนตัวไปอีกแบบค่ะ

 

4. VELAVARU TWO-BEDROOM POOL VILLA ห้องนี้มีขนาด 323 ตร.ม. ซึ่งประกอบด้วยวิลล่า 2 หลังที่จะมีห้องน้ำในตัว ที่หลังแรกจะเป็นห้องที่มีเตียง master bed และอีกหลังจะเป็น living room ที่สามารถเปลี่ยนเป็นห้องนอนได้ วิลล่าทั้ง 2 หลังจะใช้สวน, สระว่ายน้ำและศาลาพักผ่อนร่วมกัน ห้องนี้จึงเหมาะที่จะพัก 2 ผู้ใหญ่ +3 เด็ก หรือ จะเป็น 3 ผู้ใหญ่ + 2 เด็กก็ได้เหมือนกัน

 

5. ANGSANA THREE BEDROOM POOL VILLA ห้องบนหาดแบบสุดท้ายที่มีขนาดใหญ่ถึง 473 ตร.ม. ที่มีทุกอย่างครบถ้วน เหมาะสำหรับการพักผ่อนแบบกลุ่มครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อนที่ต้องการพักในวิลล่าเดียวกัน ห้องพักแบบเตียง King2 ห้องและห้องพักแบบเตียงคู่ 1 ห้อง ที่มีห้องน้ำในตัว รวมไปถึงห้องรับประทานอาหารที่กว้างขวาง สามารถมีปาร์ตี้กันในห้องได้เลย นอกจากนี้ด้านนอกยังมีสระว่ายน้ำ ศาลาที่สามารถเอาไว้นั่งเล่นกันได้อีกด้วย ห้องพักแบบนี้สามารถพักได้ 4 ผู้ใหญ่ + 2 เด็ก + 1 ทารก

 

6. INOCEAN POOL VILLAห้องพักแบบที่ตั้งกลางมหาสมุทรของประเทศมัลดีฟส์ ซึ่งมีขนาดใหญ่ 175 ตร.ม. ได้รับการตกแต่งเอาไว้อย่างลงตัว การไป visit รีสอร์ท ANGSANA VELAVARU MALDIVES ในครั้งนี้ ทีมงานได้มีโอกาสเข้าพักที่ห้องแบบนี้ซึ่งคิดว่าหากท่านใดได้มาเข้าพักที่รีสอร์ทนี้จะต้องรู้สึกประทับใจเหมือนกับที่ทีมงานรู้สึกแน่ๆ เมื่อเดินเข้าไปภายในห้องจะพบกับส่วนของห้องนั่งเล่นและบาร์ ห้องนอนที่กว้างขวาง ห้องน้ำที่มีอ่างอาบน้ำติดกับหน้าต่างบานใหญ่ สามารถแช่น้ำไปพร้อมชมวิวสวยๆของทะเลมัลดีฟส์ได้ด้วย ด้านนอกของทุกห้องจะมีสระว่ายน้ำที่มีขนาดยาว 7 เมตร สามารถว่ายไปมาได้อย่างสบายๆ ส่วนชั้น 2 ของวิลล่าจะเป็นพื้นที่นั่งเล่นที่สามารถให้เชฟมาทำอาหารให้ทานในช่วงค่ำหรือการทำspa แบบส่วนตัวได้เลย (จะเป็นค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม) ค่ะ ตอนเช้าหากต้องการรับประทานอาหารเช้าที่ห้องพัก ก็สามารถ request เป็น floating breakfast (จะเป็นค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม) นอกจากนี้ยังมีที่นั่งตาข่ายเอาไว้เป็นมุมถ่ายรูปได้ด้วยค่ะ

 

7. DELUXE INOCEAN POOL VILLA ห้องกลางน้ำแบบถัดไปที่จะต่างจากแบบแรกเล็กน้อย ห้องมีขนาด 232 ตร.ม. มีขนาดสระว่ายน้ำที่ยาวขึ้นเป็น เมตร ตาข่าย hammock และมีศาลาเล็กๆตั้งอยู่ปลายของทางเดินด้านนอก ด้านในห้องพักแบบนี้จะค่อนข้างเหมือนกับห้องแบบ INOCEAN POOL VILLA ค่ะ

 

8. DELUXE INOCEAN TWO BEDROOM POOL VILLA ห้องกลางน้ำแบบสุดท้ายที่มีขนาดใหญ่สุดเพราะมีขนาดถึง287ตร.ม. มีทั้งหมด หลัง ซึ่งตั้งอยู่ปลายสุดของห้องกลางน้ำ ดังนั้นจะอยู่ใกล้กับแนวปะการังของรีสอร์ท มีห้องนอน ห้อง โดยเป็นเตียงใหญ่ ห้องและห้องเตียงเล็ก เตียง ห้อง จึงเหมาะกับครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อนที่ต้องการพักด้วยกัน ห้องนี้สามารถพักได้ ผู้ใหญ่ หรือ ผู้ใหญ่ + 2 เด็ก + 1 ทารก พร้อมห้องน้ำที่กว้างขวาง ซึ่งมีอ่างอาบน้ำให้แช่ตัวสบายๆ พื้นที่ส่วนกลางที่เป็นห้องรับประทานอาหารและห้องนั่งเล่น ภายนอกประกอบไปด้วยสระว่ายน้ำยาว เมตร ตาข่าย hammock สำหรับเอนกายพักผ่อนเหนือทะเลสีเทอคอยส์ รวมถึงศาลาที่ปลายของทางเดินของห้องพัก ชั้น จะมีพื้นที่นั่งเล่นหรือจะเรียกเจ้าหน้าที่มาทำ spa treatment ที่ห้องพักก็ได้ค่ะ ทีมงานขอแอบบอกว่าห้องนี้เป็นห้องที่นิยมมาก หากใครสนใจแนะนำให้จองล่วงหน้าค่ะ

 

ห้องอาหารและบาร์เครื่องดื่มที่ให้บริการที่ ANGSANA VELAVARU MALDIVES 

สำหรับห้องอาหารและบาร์ของที่ ANGSANA VELAVARU MALDIVES มีให้บริการทั้งบนเกาะหลักและฝั่งห้องกลางน้ำ เพื่ออำนวยความสะดวกผู้เข้าพักของทั้ง 2 ฝั่ง ทีมงานได้รวมข้อมูลของห้องอาหารและบาร์มาให้ตามข้อมูลด้านล่างค่ะ โดยจะขอเริ่มที่ห้องอาหารและบาร์ที่ตั้งอยู่บนเกาะหลักของที่นี่

 

1. KAANI RESTAURANT เป็นห้องอาหารที่ตั้งอยู่บนเกาะหลัก พื้นของห้องอาหารจะเป็นทรายให้ได้สัมผัศธรรมชาติ มีพื้นที่ทั้ง indoor และ outdoor ให้บริการอาหาร International เปิดให้บริการทั้งมื้อเช้า มื้อกลางวันและมื้อค่ำ เริ่มเปิดให้บริการตั้งแต่ 07:30 – 21:30 น. ของทุกวันค่ะ

 

2. MAGOO GARDEN ห้องอาหารนี้ให้บริการเฉพาะช่วงมื้อค่ำช่วงเวลา 18:30 – 21:30 น. แต่ไม่ได้เปิดทุกวัน ควรเช็คกับเจ้าหน้าที่ของรีสอร์ทเพื่อทำการจองล่วงหน้า อาหารที่เสิร์ฟจะเป็นทั้งอาหาร Western และ Asian แบบ Live Cooking Station ซึ่งตั้งอยู่ outdoor จึงต้องดูสภาพอากาศในวันนั้นๆด้วยค่ะ

 

3. KUREDHI RESTAURANT, BAR & GALLERY ห้องอาหารและบาร์ที่ตั้งอยู่ใกล้กับสระว่ายน้ำหลักของรีสอร์ทให้บริการตั้งแต่ 10:30 – 23:00 น. เมื่อครั้งที่ทีมงานได้ไป inspect รีสอร์ท ในคืนนั้นทางรีสอร์ทจัดให้มี artist ชาวมัลดีฟส์มาวาดรูปสวยๆ เพื่อให้ผู้เข้าพักได้มีโอกาสชมและซื้อกลับหากสนใจ ที่บาร์นี้เสิร์ฟทั้งเครื่องดื่มแบบมีและไม่มีแอลกอฮอลล์ค่ะ

 

4. FUNA CLUB LOUNGE ห้องอาหารนี้ตั้งอยู่กลางน้ำที่มีทางเดินจากเกาะหลักนำไป เป็นห้องอาหารขนาดเล็กจึงควรจะจองล่วงหน้า ด้วยลักษณะของห้องอาหารที่เป็นเหมือนวิลล่ากลางน้ำ จึงเหมาะกับการรับประทานอาหารแบบโรแมนติคช่วงค่ำ เพราะเป็นจุดที่เหมาะสำหรับการนั่งชมพระอาทิตย์ตก ห้องอาหารเปิดให้บริการตั้งแต่ 18:30 – 22:00 น. อาหารที่ให้บริการส่วนใหญ่จะเป็นอาหาร seafood ค่ะ

 

5. สำหรับห้องอาหารและบาร์ที่อยู่ฝั่งห้องกลางน้ำจะเป็นห้อง AZZURRO RESTAURANT AND BAR ห้องอาหารและบาร์นี้จะให้บริการตั้งแต่มื้อเช้า มื้อกลางวันและมื้อค่ำ เริ่มตั้ง 7:30 – 22:00น. อาหารส่วนใหญ่ที่เสิร์ฟจะเป็นแบบ Mediterranean คนที่พักอยู่ห้อง InOcean จะมีสิทธิ์ในการเข้าใช้ก่อน  

 

สำหรับบางท่านที่อาจจะไม่อยากออกจากห้องพัก สามารถใช้บริการ In-Villa Dining ได้ ซึ่งสามารถใช้บริการได้ตั้งแต่  7:30 – 22:00 น. ค่ะ ซึ่งจะเป็นค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ไม่ว่าจะซื้อ meal plan แบบไหนค่ะ

 

กิจกรรมที่สามารถทำระหว่างอยู่ ANGSANA VELAVARU MALDIVES

ที่ ANGSANA VELAVARU MALDIVES จะมีกิจกรรมให้ทำมากมาย ทั้งแบบบนบกและในทะเล แบบมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมและแบบไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ทีมงานได้สรุปกิจกรรมที่น่าสนใจและไม่ควรพลาดเมื่อมาถึงที่รีสอร์ทให้มาให้ตามนี้ค่ะ

1. House reef Snorkeling สามารถมาลงชื่อเพื่อไปสัมผัสโลกใต้ท้องทะเลที่สวยงามของ ANGSANA VELAVARU MALDIVES กันได้ที่ Dive Center ทางรีสอร์ทจะเตรียมผู้เชี่ยวชาญในการดำน้ำมาเป็น guide ส่วนตัวให้คุณได้เห็นสัตว์น้ำน้อยใหญ่ ทุกวันในช่วง 11:00 น. ทางรีสอร์ทจะมีอุปกรณ์ snorkeling เตรียมเอาไว้ให้ทั้ง Fin, Mask, Snorkel และเสื้อชูชีพที่เหมาะกับการดำน้ำตื้น ซึ่งทีมงานได้ไปชมความสวยงามมาแล้ว บอกเลยว่าไม่ควรพลาดค่ะ

 

2. Stingray Feeding ที่ ANGSANA VELAVARU MALDIVES เป็นรีสอร์ทไม่กี่รีสอร์ทในประเทศมัลดีฟส์ที่มีการให้อาหารปลากระเบนในรูปแบบที่ให้ความรู้ไปด้วย ทุก 17:00 น. ของทุกวันที่บริเวณ Jetty ด้านหน้าของเกาะหลัก จะมีเจ้าหน้าที่ marine life ของรีสอร์ทมาให้อาหารปลากระเบนทั้ง ตัวที่เป็นเจ้าบ้านของที่นี่ เค้าจำชื่อของทุกตัวได้และสามารถแยกแยะว่าตัวไหนชื่ออะไร นอกจากนี้ยังสามารถให้ความรู้เกี่ยวกับปลากระเบนที่เป็นประโยชน์มากๆกับผู้เข้าพัก หากใครเข้าพักฝั่งห้องกลางน้ำ แนะนำให้มาถึงก่อนเวลา เพราะเรือ transfer จะมีให้บริการทุกๆชั่วโมง หากพลาดจะต้องมาในอีกวันค่ะ 

 

3. Bird Feeding หรือการให้อาหารนก จะมีทุกวันบนเกาะหลัก ใครที่ชื่นชอบนก สามารถมาชมได้ เพราะเจ้าหน้าที่ของรีสอร์ทจะนำอาหารมาให้กับนกที่อาศัยอยู่บนรีสอร์ท โดยจะจัดกิจกรรมในช่วง 10:30 และ16:30 น. ใครที่เป็นสายถ่ายรูป ไม่ควรพลาดที่จะนำมาลง IG หรือ Facebook ด้วยค่ะ

 

4. Karaoke ใครเป็นสายร้องเพลงจะไม่พลาดกิจกรรมร้องเพลงสนุกกันที่ Kuredhi Bar 

 

5. RANGERS’ CLUB คลับสำหรับเด็กน้อยที่สนใจทำกิจกรรมทั้งindoor และ outdoor อาทิ treasure hunt, beach games และงานศิลปะต่างๆ ที่จะทำให้เพลิดเพลินตลอดการเข้าพักที่ ANGSANA VELAVARU MALDIVES แถมให้คุณพ่อและคุณแม่มีเวลาส่วนตัวในการไปสำรวจรอบๆเกาะๆ 

 

6. STARLIGHT CINEMA ON THE BEACH เป็นอีกกิจกรรมสุดโรแมนติค ที่จะได้ชมภาพยนตร์กลางแจ้ง ท่ามกลางแสงจันทร์และแสงดาว แต่จะไม่มีทุกวัน ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและตารางกิจกรรมที่ทางรีสอร์ทจัดเอาไว้ค่ะ

 

นอกจากกิจกรรมด้านบน ยังมีกิจกรรมอีกมากมายที่ทางรีสอร์ทเตรียมเอาไว้ให้ โดยเฉพาะกิจกรรมที่เกี่ยวกับการดูแลและรักษาแนวปะการัง เช่น Coral Planting, Reef Clean up, Marine Talk Presentation

แต่ถ้าเป็นกิจกรรมทางน้ำอื่นๆ ทางรีสอร์ทยังได้เตรียมอุปกรณ์เอาไว้ให้ เช่น Kayak, Stand up Paddleboard, Catamaran Sailing หรือ Windsurfing (บางกิจกรรมอาจจะมีค่าใช้จ่าย แนะนำให้เช็คกับเจ้าหน้าที่ของรีสอร์ทก่อน) หรือใครสนใจแข่งกับเจ้าหน้าที่ของรีสอร์ทก็จะมีกิจกรรม Beach Volleyball, Footsal และAquapolo ให้ร่วมได้ด้วยค่ะ 

 

หากต้องการทำกิจกรรมที่ออกไปนอกรีสอร์ท ก็สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดกับทางเจ้าหน้าที่ได้ เช่น กิจกรรม Looking for Dolphin, Sunset Cruise, Vadhaa Dhiun Traditional Fishing, Jet Ski Ride, Fun Tube หรือ Water Ski 

 

กิจกรรมที่ทุกรีสอร์ทมีให้บริการก็จะเป็น SPA ซึ่งที่ ANGSANA VELAVARU MALDIVES ซึ่งมีเจ้าหน้าคนไทยคอยให้บริการด้วยค่ะ ทางรีสอร์ทมีหลากหลาย treatment ให้เลือก แนะนำให้ทำการจองล่วงหน้า หากต้องการใช้บริการค่ะ 

 

นอกจากนี้ที่ ANGSANA VELAVARU MALDIVES ยังมีสระว่ายน้ำหลักที่มีชื่อว่า Kuredhi เอาไว้ให้บริการอีกด้วยค่ะ

 

MEAL PLAN ที่ให้บริการ ANGSANA VELAVARU MALDIVES

ที่รีสอร์ท ANGSANA VELAVARU MALDIVES เพิ่งจะเปลี่ยนการให้บริการ meal plan เป็นแบบ  All Inclusive plan แต่ละแบบจะแตกต่างกันในรายละเอียด ซึ่งจะออกแบบให้เหมาะกับ lifestyleของแต่ละกลุ่มผู้เข้าพัก โดยจะมีแพ็คแบบ DINE, PLAY, STYLE, PLUS และ MAX บางแพลนจะรวมอยู่ในราคาห้องพัก แต่บางแพลนจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมค่ะ หากสนใจสามารถสอบถามรายละเอียดกับทีมงาน Maldiveslover เพิ่มเติมได้ค่ะ

หากท่านใดสนใจเดินทางไปมัลดีฟส์ สามารถสอบถามข้อมูลและคำแนะนำในการเลือกรีสอร์ทได้จากทีมงาน Maldiveslover และ Facebook: All About Maldives เรายินดีให้บริการและจะทำให้ทริปของคุณเป็นทริปที่อยู่ในความทรงจำตลอดไปค่ะ ขอบคุณค่ะ

 

Facebook: All About Maldives

Line: @allaboutmaldives

Tel: 081-701-0091, 090-912-0987, 02-538-1374

guest

Post : 2021-10-09 20:03:32.0     Forum: Review Resorts and Useful Information  >  รีวิว DUSIT THANI MALDIVES รีสอร์ทสุดหรู 5 ดาว สัญชาติไทยที่ไม่ควรพลาด

REVIEW DUSIT THANI MALDIVES รีสอร์ทหรูหรา ระดับ 5 ดาวของคนไทยในประเทศมัลดีฟส์

ครั้งนี้ทีมงานจะมารีวิวรีสอร์ทที่นักท่องเที่ยวไทยหลายท่านสนใจเข้าพักหากได้ไปเที่ยวที่ประเทศมัลดีฟส์ เพราะมีทั้งห้องอาหารไทย พนักงานคนไทย และที่มั่นใจได้อย่างแน่นอนคือการบริการแบบไทยซึ่งก็คือ DUSIT THANI MALDIVES นั่นเองค่ะ

 

DUSIT THANI MALDIVES เป็นรีสอร์ทระดับ ดาวที่ได้เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2012 ในประเทศมัลดีฟส์ 

รีสอร์ทนี้ตั้งอยู่ใน BAA ATOLL ซึ่งอยู่ในเขตป้องกันพันธุ์สัตว์น้ำของ UNESCO ซึ่งหมายถึงความสมบูรณ์ของสัตว์น้ำและแนวปะการังที่สวยงาม นักท่องเที่ยวจากหลายประเทศต้องการมาเยือนและชมความสวยงามของธรรมชาติที่ Hanifaru Bayใน BAA ATOLL ให้ได้สักครั้งในชีวิต เพราะที่นี่นักท่องเที่ยวมีโอกาสจะได้สัมผัสประสบการณ์ในการว่ายน้ำsnorkeling กับยักษ์ใหญ่แห่งท้องทะเล ชนิด นั้นก็คือ Whale Shark และ Manta Ray โดยเฉพาะหากไปใน season หรือ ช่วงเวลาที่เหล่าสัตว์น้ำที่สวยงามนี้ออกมาให้ยลโฉมในบางครั้งจะสามารถพบเจอในจำนวนที่มาก หากโชคดี นี่จะเป็นประสบการณ์ครั้งหนึ่งที่จะประทับใจไปนานแสนนาน DUSIT THANI MALDIVES ตั้งอยู่ไม่ห่างจาก Hanifaru Bay โดยทั่วไปจะใช้เวลาเดินทางเพียง 10 นาทีโดยspeedboat ซึ่งนับเป็นประสบการณ์ครั้งนึงในชีวิตที่ต้องไปสัมผัสให้ได้ 

 

การต้อนรับและการเดินทางเข้ารีสอร์ท DUSIT THANI MALDIVES

DUSIT THANI MALDIVES ตั้งอยู่บนเกาะส่วนตัวชื่อ MUDHDHOO ที่ BAA ATOLL การเดินทางเข้าไปยังรีสอร์ทจะมีให้เลือกอยู่ ทาง คือ Seaplane (เครื่องบินน้ำ) หรือ Domestic Plane (เครื่องบินในประเทศ) แล้วต่อด้วย Speedboat (เรือเร็ว) โดยครั้งนี้ทีมงานได้เลือกเดินทางด้วย Domestic Plane + Speedboat ค่ะ 

 

DOMESTIC PLANE

SEAPLANE

 

เมื่อเดินทางมาถึงสนามบินมาเล่และผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อยแล้ว สามารถรับกระเป๋าและเดินออกจากสนามบินได้เลย เมื่อเดินออกมาจะพบกับเจ้าหน้าที่หรือ AIRPORT REP ของรีสอร์ทมาคอยต้อนรับ ท่านสามารถมองหาเจ้าหน้าที่ที่ถือป้าย DUSIT THANI MALDIVES จ้าหน้าที่จะนำท่านไปเช็คอินที่เคาน์เตอร์ DUSIT THANI MALDIVES เพื่อเช็ครายชื่อผู้เข้าพัก พร้อมผูกป้ายที่กระเป๋า และจะพาไปยังอาคาร Domestic Terminal ซึ่งอยู่ห่างไปเพียง 2 นาทีโดยการเดิน เมื่อไปถึงเจ้าหน้าที่ของรีสอร์ทจะช่วยอำนวยความสะดวกในการเช็คอินและโหลดกระเป๋า สำหรับกระเป๋าเดินทางใบโหลดจะต้องไม่หนักเกิน 20 กิโลกรัมต่อท่าน และกระเป๋า carry on จะหนักไม่เกิน 5 กิโลกรัมต่อท่าน เมื่อ check in เสร็จแล้ว จะได้รับ boarding pass ซึ่งจะแจ้งเวลาและ Gate ที่จะขึ้นเครื่อง ทั้งนี้เวลาในการขึ้นเครื่องอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ต้องคอยดูเวลาใน board ของสนามบิน ระหว่างรอสามารถไปพักผ่อนใน Lounge ภายใน Terminal ที่ทางรีสอร์ทได้ติดต่อเอาไว้ได้ ภายใน Lounge จะมีอาหาร เครื่องดื่มและ WIFI เอาไว้ให้บริการ หากกลัวจะเบื่อ แนะนำให้ติดหนังสือหรือเกมที่ชอบไปเผื่อด้วยค่ะ

 

ณ ตอนนี้สำหรับ Domestic Plane ในมัลดีฟส์มีสายการบินให้บริการอยู่คือ Maldivian Airline, Fly Me และ Manta Airline จะได้ขึ้นสายการบินไหนก็ขึ้นอยู่กับว่าทางรีสอร์ทมีสัญญากับสายการบินไหนค่ะ เมื่อถึงเวลา จะมีเสียงประกาศแจ้งให้ขึ้นเครื่อง เจ้าหน้าที่จะเช็ค Boarding pass อีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่ขึ้นผิดลำ เมื่อขึ้นไปแล้วก็มองหาที่นั่งตามที่ระบุใน Boarding pass แล้วก็พักผ่อนตามอัธยาศัย การเดินทางไปยัง DUSIT THANI MALDIVES จะไปลงที่สนามบินดาราวันดู ซึ่งใช้เวลาประมาณ 20-30 นาที่จากสนามบินมาเล่ เมื่อ landing เรียบร้อยแล้ว ผู้โดยสารจะลงจากเครื่องมาเพื่อเข้าในอาคารเพื่อรับกระเป๋า เมื่อเรียบร้อยแล้วเดินออกมา จะพบกับเจ้าหน้าที่ของรีสอร์ทมาคอยต้อนรับและพาไปยังท่าเรือที่ speedboat ของรีสอร์ทจอดรออยู่ จากท่าเรือใช้เวลาในการเดินทางไป DUSIT THANI MALDIVES ประมาณ 10 นาทีก็มาถึงที่ Jetty ของรีสอร์ท ซึ่งที่นั้น จะได้พบกับพนักงานที่น่ารักของรีสอร์ท พร้อมกับ Butler ที่จะเป็นคนดูแลเราไปตลอดการเข้าพัก ปกติจะมีน้องคนไทยเป็น Butler ที่จะมาดูแลผู้เข้าพักที่เป็นคนไทย ซึ่งก็จะทำให้คนที่ไม่ค่อยถนัดภาษาอังกฤษโล่งใจ เพราะหากมีอะไร สามารถติดต่อน้อง Butler ได้เลยค่ะ ที่สำคัญน้อง butler สามารถช่วยทำการจองห้องอาหาร, กิจกรรมต่างๆและบริการอื่นๆให้ตั้งแต่วันแรกที่ check in จะได้ไม่พลาดประสบการณ์ดีๆที่ DUSIT THANI MALDIVES ที่ Jetty ทางรีสอร์ทจะเตรียม welcome drink มาไว้ต้อนรับ เมื่อพร้อมน้อง Butler จะพาไป check in ที่ห้องพักเลยจะได้ไม่เหนื่อย โดยจะไปโดยรถ Buggy ค่ะ 

 

เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับผู้ที่เดินทางเข้าและออกรีสอร์ทด้วย Seaplane ปรกติแล้วจะใช้เวลาประมาณ 35 นาที หากได้บินตรงจากสนามบินมาเล่มาที่รีสอร์ท DUSIT THANI MALDIVES เป็นจุดแรกเลย แต่หากไม่ใช่จุดแรกก็จะใช้เวลานานขึ้นค่ะ ในส่วนของเวลาในการรอขึ้น Seaplane นั้นจะไม่แน่นอนขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น สภาพอากาศ จำนวนผู้โดยสารที่เดินทางในช่วงนั้นๆ ส่วนเวลาทำการของ seaplane จะเป็นช่วงกลางวัน โดยเริ่มในช่วงเช้าถึงช่วงบ่ายไม่เกิน 16:00 น. เนื่องจากเหตุผลเรื่องความปลอดภัย สำหรับลูกค้าที่เข้าพักที่ DUSIT THANI MALDIVES ที่ Seaplane Terminal จะมี Lounge ของ DUSIT THANI MALDIVES ให้บริการซึ่งจะมีอาหารว่าง เครื่องดื่มและ WIFI ให้บริการท่านสามารถพักผ่อนใน lounge ได้จนถึงเวลาก่อนขึ้นเครื่อง เมื่อถึงเวลา เจ้าหน้าที่ใน lounge จะมาแจ้งให้ทราบ เพื่อนำท่านไปเตรียมตัวในการ boarding ต่อไปค่ะ ผู้เดินทางต้องแสดง boarding pass ในการขึ้นเครื่อง ที่นั่งใน seaplane จะไม่ได้ถูกระบุใน boarding pass เพราะจะเป็นการเลือกแบบ first come first choose ที่นั่งค่ะ การเดินทางด้วย Seaplane มีความน่าสนใจ นอกจากจะได้สัมผัสประสบการณ์การ take off และ landing บนน้ำแล้ว ท่านยังจะได้เห็นวิวสวยๆ และวิวจากมุมสูงของรีสอร์ท DUSIT THANI MALDIVES ด้วยค่ะ 

 

สำหรับที่ DUSIT THANI MALDIVES ทางรีสอร์ทจะกำหนดเวลาต่างจากที่มาเล่ ซึ่งเรียกว่า Island Time โดยเวลาในเกาะจะช้ากว่าประเทศไทย ชั่วโมง (เวลาปรกติในมัลดีฟส์ช้ากว่าไทย ชั่วโมง) ดังนั้นเพื่อป้องกันการสับสน เมื่อไปถึงควรจะปรับเวลาในนาฬิกาให้ตรงกับทางรีสอร์ทค่ะ

DUSIT THANI MALDIVES มี 94 วิลล่า ซึ่งมีทั้งห้องบนหาดและกลางน้ำ ทุกวิลล่าจะมีจักรยานเอาไว้ให้ ผู้เข้าพักหลายท่านชอบที่จะ explore รอบๆเกาะด้วยการขี่จักรยาน หรือหากไม่สะดวกที่จะใช้จักรยานจะเรียก buggy มารับไปส่วนไหนของรีสอร์ทก็ได้เช่นกันค่ะ 

 

ห้องพักส่วนใหญ่ของทาง DUSIT THANI MALDIVES จะมีการตกแต่งด้วยสถาปัตยกรรมแบบไทยผสมผสานกลิ่นอายวัฒนธรรมท้องถิ่นของประเทศมัลดีฟส์ ภายในห้องพักยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายเอาไว้คอยบริการ เช่น ตู้เย็นเครื่องทำกาแฟ,น้ำเปล่า ขวด,โทรทัศน์จอแบนขนาด 46 นิ้ว พร้อมสัญญาณเคเบิ้ลทีวีระบบเครื่องเสียงตู้เก็บเสื้อผ้าและที่สำคัญมีบริการอินเตอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูงไว้ให้ใช้ด้วย ภายในตู้เสื้อผ้าจะมีชุดคลุมอาบน้ำ เตารีด รองเท้าไว้ใส่เดินในห้อง กระเป๋าใส่เดินเล่น ตู้เซฟและเสื้อชูชีพ (ใช้ในกรณีฉุกเฉิน) เสื้อตัวนี้ไม่เหมาะจะใส่ลง snorkeling ในทะเล หากต้องการใช้เสื้อชูชีพลงทะเลสามารถแจ้ง butler ของท่านเพื่อติดต่อขอยืมอุปกรณ์ snorkeling และเสื้อชูชีพได้ที่Dive Centre ค่ะ

 

ประเภทห้องพัก DUSIT THANI MALDIVES

 

1. BEACH VILLA ห้องบนหาดแบบเริ่มต้นที่ห้องกว้างขวาง ขนาด 122 ตารางเมตรรายรอบไปด้วยดอกไม้เขตร้อนพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัยและบริการที่ครบครัน พักผ่อนที่ระเบียงส่วนตัว สัมผัสผืนทรายอันเงียบสงบใกล้ๆห้องพักได้เลยสำหรับท่านที่ชอบเดินบนหาดทราย

 

2. BEACH VILLA WITH POOL ห้องแบบนี้จะต่างจากแบบแรกตรงที่ที่มีสระว่ายน้าบริเวณส่วนหลังของห้องพัก เหมาะสำหรับคนที่รักการเดินบนหาดทรายและในขณะเดียวกันก็ชอบว่ายน้ำในห้องแบบส่วนตัวไปด้วย ห้องนี้มีขนาด 122 ตร.ม. ตกแต่งสวยงามแบบไทย

 

3. BEACH DELUXE VILLA WITH POOL ห้องพักอีกแบบที่ตั้งอยู่บนชายหาด มีขนาด 122 ตร.มผสมผสานการตกแต่งแบบไทยและมัลดีฟส์ไว้ด้วยกัน สามารถผ่อนคลายที่ระเบียงส่วนตัวแล้วแช่ตัวในสระว่ายน้ำหรือเพลิดเพลินไปกับวิวสวยๆของทะเลประเทศมัลดีฟส์และหาดทรายอันสวยงามในเวลาด้วยกัน

 

4. TWO-BEDROOM FAMILY BEACH VILLA ตั้งอยู่ในสวนที่มีกำแพงล้อมรอบ วิลลาสำหรับครอบครัวนี้มีพื้นที่ขนาด 1,625 ตร.ม. โดยประกอบไปด้วย ห้องนอน พื้นที่พักผ่อนกลางแจ้งและศาลาสำหรับรับประทานอาหาร ชานบ้านที่กว้างขวาง สระส่วนตัว และสวนสำหรับผ่อนคลายร่วมกันหรือจะเดินสำรวจชายหาดที่อยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าวก็ทำได้ 

 

5. TWO-BEDROOM BEACH RESIDENCE วิลล่าหรู ชั้นที่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้านที่มีวิวอันสวยงามของท้องทะเล เหมาะสำหรับครอบครัวหรือเพื่อนๆ พื้นที่ขนาด 570 ตร.ม. ประกอบไปด้วย ห้องนอนใหญ่ที่กว้างขวางพร้อมระเบียงชมวิวทะเล,ห้องเตียงคู่ที่เชื่อมต่อกับชานบ้านริมสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ นอกจากนี้ยังมีห้องเก็บไวน์และครัวขนาดเล็กอีกด้วย

 

6. THREE-BEDROOM BEACH RESIDENCE ห้องพักบนชายหาดที่มีขนาดใหญ่มาก บนพื้นที่ 690 ตร.ม. มีห้องนอนถึง ห้องนอน ที่ชั้น จะมีห้องนอนใหญ่ที่เปิดสู่ชานบ้านส่วนตัวได้ ส่วนห้องนอนห้องที่ ซึ่งเป็นห้องเตียงคู่พร้อมพื้นที่นั่งเล่นกว้างขวางจะอยู่ที่ชั้นล่าง พร้อมทางเดินไปยังระเบียง พื้นที่ห้องรับประทานอาหารและสระว่ายน้ำ เหมาะกับครอบครัวขนาดใหญ่หรือจะเป็น Gang เพื่อนที่อยากจะสนุกด้วยกันในห้องสุดหรูแบบนี้ 

 

7. WATER VILLA WITH POOL ห้องแบบนี้จะเป็นห้องคล้ายๆแบบ semi water villa เพราะประตูเข้าห้องจะอยู่บนหาด แต่ระเบียงห้องพักที่มีสระว่ายน้ำจะอยู่เหนือมหาสมุทรอินเดียของประเทศมัลดีฟส์ ทำให้สามารถเลือกว่าจะว่ายเล่นในสระส่วนตัวหรือจะลงไปว่ายน้ำกับปลาน้อยใหญ่ในทะเลสีฟ้าสวยได้อย่างง่ายๆ เพราะมีบันไดลงจากวิลล่าได้เลยห้องนี้มีพื้นที่ 150 ตร.ม. ตกแต่งด้วยลวดลายไทยและครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก 

 

8. OCEAN VILLA WITH POOL ห้องแบบนี้เป็นห้องที่ชื่นชอบสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย เพราะทั้งวิลล่าจะตั้งอยู่บนทะเลของประเทศมัลดีฟส์โดยจะมีสะพานเชื่อมระหว่างตัวเกาะและห้องพัก ห้อง OCEAN VILLA WITH POOL มีขนาดใหญ่กว่า WATER VILLA WITH POOL เพราะมีขนาด180 ตร.ม.ภายในห้องมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน รวมถึงสามารถแช่ตัวในอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ ว่ายน้ำในสระเหนือน้ำหรือว่ายในน้ำใสเพื่อสำรวจแนวปะการังได้โดยตรงจากวิลล่า

 

9. TWO-BEDROOM OCEAN PAVILLION ห้องกลางน้ำขนาดใหญ่ของ DUSIT THANI MALDIVES ที่ตั้งอยู่กลางทะเลเพราะเป็นห้อง2 ห้องนอนที่ตั้งอยู่กลางน้ำและอยู่สุดทางของห้องพักกลางน้ำ มีแค่ 2 หลัง เหมาะสำหรับครอบครัวใหญ่ที่ต้องการพักด้วยกัน มีขนาด 370 ตร.ม. โดยห้องหนึ่งจะเป็นห้องนอนเตียงKing Size และอีกห้องเป็นเตียงเล็ก 2 เตียง และยังมีห้องนั่งเล่น ห้องเก็บไวน์ ครัวขนาดเล็ก และระเบียงอันกว้างขวางพร้อมสระส่วนตัว ห้องแบบนี้เป็นสวรรค์แห่งการชมพระอาทิตย์ตกดินบนอีกด้วย

 

ห้องอาหารและบาร์เครื่องดื่มที่ให้บริการที่ DUSIT THANI MALDIVES

เพื่อให้มีความหลากหลายในการรับประทานอาหาร ทาง DUSIT THANI MALDIVES ได้จัดให้มีห้องอาหารหลายห้องเอาไว้บริการลูกค้าที่เข้าพัก โดยจะแบ่งได้ตามนี้ค่ะ

1. ห้องอาหารหลักของ DUSIT THANIT MALDIVES ก็คือห้อง THE MARKET ซึ่งเป็นห้องอาหารบุฟเฟ่ต์ มีอาหารอร่อยๆให้เลือกหลากหลาย ห้องอาหารนี้เปิดให้บริการทั้งมื้อเช้าตั้งแต่ 07:00 – 10:30 น. และมื้อค่ำช่วงเวลา 19:00 – 22:00 น.

 

2. ห้องอาหาร SEA GRILL เป็นห้องอาหารที่เสิร์ฟอาหารแนว Fusion มีทั้งอาหารทะเลและอาหารปิ้งย่างต่างๆ ที่มาพร้อมกับวิวแบบพาโนราม่าให้ดื่มด่ำไปกับบรรยากาศสุดแสนโรแมนติก โดยจุดเด่นของเมนูอาหารที่นี่จะเป็นพวก Seafood & Beef เปิดให้บริการช่วงเวลา 12:00 – 22:00 น. 

 

3. ห้องอาหารไทยชื่อดังของ DUSIT THANI เป็นห้องอาหารอื่นไปไม่ได้ นอกจากห้องอาหารเบญจรงค์ ที่เปิดให้บริการในหลายๆโรงแรมของดุสิตธานี ที่ห้องอาหารนี้ให้บริการอาหารไทยแท้ รสชาติอาหารดีมากคล้ายๆทานอยู่ในประเทศไทย เพราะเชฟเป็นคนไทย อยากได้รสชาติอาหารแบบไหน สามารถบอกได้ รวมถึงที่ตั้งของห้องอาหารนี้อยู่เหนือมหาสมุทรอินเดียของมัลดีฟส์ บรรยากาศดีมากๆ ซึ่งไม่ควรพลาด หากได้ไปพักที่ DUSIT THANI MALDIVES ห้องอาหารนี้เปิดให้บริการช่วงเวลา12:00 – 15:00 น.และช่วง 19:00 – 22:00 น.

 

4. บาร์ที่ชื่อ SAND BAR ตั้งอยู่ใกล้กับสระว่ายน้ำหลักของรีสอร์ท จึงเหมาะกับการดื่มเครื่องดื่มหรือทานอาหารว่างที่ระเบียง outdoor ในช่วงพระอาทิตย์ตกดินหรือจะพักผ่อนหย่อนใจหลังมื้อค่ำกับคนรู้ใจก็โรแมนติคไปอีกแบบ ในยามค่ำคืนบางคืนจะมีดนตรีสดมาคอยบรรเลงให้เราได้ฟังกันอีกด้วย บาร์นี้ให้บริการตั้งแต่10:00 น. จนถึง 22:00 น.

 

5. SALA BAR บาร์ที่จะเปิดให้บริการ 17:00 น. เป็นต้นไป เหมาะสำหรับการนั่งชมพระอาทิตย์ตก พร้อมจิบเครื่องดื่มดีๆ บาร์นี้ตั้งอยู่ชั้นบนของห้องอาหารเบญจรงค์

 

ทีมงานแนะนำว่าหากต้องการเข้าใช้บริการมื้ออาหารกลางวันและมื้อค่ำที่ห้องอาหารไหน ให้แจ้ง Butler เพื่อทำการจองให้ สามารถจองได้ตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง จะได้มั่นใจว่าได้รับประทานตามที่ตั้งใจไว้ค่ะ 

 

กิจกรรมที่สามารถทำระหว่างอยู่ DUSIT THANI MALDIVES

สำหรับกิจกรรมที่สามารถทำได้ง่ายๆที่ DUSIT THANI MALDIVES คือ การดำน้ำตื้น เพราะอุปกรณ์เหล่านี้มีให้บริการ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ สามารถยืมได้ที่ Dive Center อีกทั้งรอบๆรีสอร์ทเป็นแหล่งอุดมสมบูรณ์ของสัตว์น้ำน้อยใหญ่ของทะเลมัลดีฟส์ จึงไม่ควรพลาดกับกิจกรรมนี้ หรือใครสนใจจะไปสัมผัสประสบการณ์ในการว่ายน้ำกับยักษ์ใหญ่ของท้องทะเล นั่นก็คือ Whale Shark และ Manta Ray สามารถเช็คตารางกิจกรรมกับทางเจ้าหน้าที่ของ OCEAN DIVE CENTER ได้เลย รวมไปถึงกิจกรรมทางน้ำอย่างอื่น เช่น Sunset Cruise, Dolphin Watching, Fishing หรือการเช่าอุปกรณ์ทางน้ำอื่นๆ เช่น Kayak, Jet Ski, Wakeboard, Catamaran, Wind Surf หรือ Sea Bob หากท่านใดมี skill ในการดำน้ำลึก ทางรีสอร์ทก็มีให้บริการเช่นกัน หากสนใจดำน้ำลึกแนะนำให้นำบัตร PADI ติดตัวไปด้วยค่ะ เปิดให้บริการตั้งแต่ 09.00 น. - 18.00 น. 

 

ถ้าใครไม่ถนัดทำกิจกรรมทางน้ำที่รีสอร์ทแห่งนี้ก็มีกิจกรรมอื่นๆมากมายไว้ให้ได้ผ่อนคลาย เช่น การเล่นโยคะยามเช้าพร้อมครูสอนโยคะของรีสอร์ท, เทนนิสคอร์ท พร้อมการยืมไม้ตีเทนนิส โดยสามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ของรีสอร์ทได้ที่ Activity Centre ตั้งอยู่ใกล้กับร้านขายของที่ระลึกหลัง Reception เปิดเวลา 09.30 น. – 18.00 น.

 

หากใครที่เป็นสายออกกำลังกาย ก็สามารถไปใช้ห้อง FITNESS STUDIO หรือจะเลือกว่ายน้ำที่ INFINITY POOL ขนาดใหญ่ได้เลย

สำหรับครอบครัวที่มีเด็กเดินทางไปด้วย ก็สามารถพาเด็กไปทำกิจกรรมต่างๆที่ BAAN SANOOK KIDS CLUB ได้เลย เพราะจะมีเจ้าหน้าที่คอย entertain ระหว่างที่พ่อและแม่ออกไปทำกิจกรรมต่างๆระหว่างวัน ภายใน KIDS CLUB นี้จะมีทั้งด้านในและด้านนอก ให้บริการตั้งแต่ 10:00 – 18:00 น.

 

หากใครต้องการผ่อนคลายร่างกายไปกับการนวด ทาง DUSIT THANI MALDIVES ก็มีสปาที่ชื่อว่า DEVARANA SPA (เทวารัณย์ สปา) ไว้คอยบริการ โดยพนักงานที่ให้บริการที่นี่ส่วนใหญ่จะเป็นคนไทย ซึ่งเปิดให้บริการตั้งแต่ 10.00 น. -20.00 น. 

 

 

MEAL PLAN ที่ให้บริการ DUSIT THANI MALDIVES

ที่นี่มีให้บริการทั้งแบบเริ่มต้นคือ Bed & Breakfast (อาหารเช้า), Half Board (อาหารเช้าและอาหารเที่ยงหรืออาหารมื้อค่ำ ไม่รวมเครื่องดื่มใดๆ), Full Board (อาหารเช้า เที่ยงและค่ำ ไม่รวมเครื่องดื่มใดๆ) และ Pure Indulgence Plan  (อาหารเช้า เที่ยงและค่ำ รวมเครื่องดื่มตามที่รีสอร์ทกำหนด) การเลือกว่าจะใช้ meal plan แบบไหนขึ้นอยู่กับ lifestyle ของแต่ละท่าน แต่ถ้าไม่อยากจะต้องระวังกับการใช้เงินในรีสอร์ท Pure Indulgence ก็นับว่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจค่ะ

 

จากรีวิวข้างต้นจะทำให้เห็นได้ว่าทำไม DUSIT THANI MALDIVES RESORT จึงเป็นรีสอร์ท 5 ดาว ที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ เพราะการผสมผลานอย่างลงตัวของความเป็นไทยและมัลดีฟส์ การตั้งอยู่ใกล้จุดดำน้ำ Hanifaru Bay ที่จะมีโอกาสได้พบเจอกับยักษ์ใหญ่ของท้องทะเล ที่เป็นประสบการณ์ที่หาได้ยาก อีกทั้งยังเหมาะทั้งเดินทางแบบครอบครัวที่มีเด็ก คู่รักหรือจะเป็นกลุ่มเพื่อนค่ะ

 

หากท่านใดสนใจเดินทางไปมัลดีฟส์ สามารถสอบถามข้อมูลและคำแนะนำในการเลือกรีสอร์ทได้จากทีมงาน Maldiveslover และ Facebook: All About Maldives เรายินดีให้บริการและจะทำให้ทริปของคุณเป็นทริปที่อยู่ในความทรงจำตลอดไปค่ะ ขอบคุณค่ะ

 

Facebook: All About Maldives

Line: @allaboutmaldives

Tel: 081-701-0091, 090-912-0987, 02-538-1374

guest

Post : 2021-07-07 14:36:04.0     Forum: Review Resorts and Useful Information  >  รีวิว OZEN LIFE MAADHOO รีสอร์ท 5 ดาวสุดหรู แบบ All Inclusive สุดคุ้มค่า

REVIEW OZEN LIFE MAADHOO รีสอร์ท 5 ดาว แบบALL INCLUSIVE พร้อมห้องอาหารใต้น้ำ M6M

 

เมื่อครั้งก่อนได้มีโอกาสรีวิวรีสอร์ทในเครือATMOSPHERE  ชื่อว่า OBLU SELECT AT SANGELI รีสอร์ทระดับ 4.5 ดาวไปแล้ว ครั้งนี้เลยจะขอมารีวิวรีสอร์ท 5 ดาวของเครือนี้บ้างค่ะ นักท่องเที่ยวไทยอาจจะไม่คุ้นหูกับรีสอร์ทนี้มากนัก แต่สำหรับนักท่องเที่ยวทางยุโรปรีสอร์ทนี้เป็นที่นิยมมาก เพราะเป็นรีสอร์ท แบบ ALL INCLUSIVE ที่สามารถควบคุมงบประมาณและคุ้มค่ากับการเข้าพัก เพราะรวมให้ครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นอาหาร เครื่องดื่ม และกิจกรรมต่างๆ แถบไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่มในขณะเข้าพักเลยค่ะ นอกจากนี้ยังมีห้องอาหารใต้น้ำที่บรรยากาศดีมากๆ ซึ่งนับเป็นประสบการณ์ที่หาได้ยากในประเทศอื่นๆ  รีสอร์ทนี้เคยชื่อ OZEN BY ATMOSPHERE เปิดให้บริการเมื่อปี 2016 แต่เพิ่งจะมีการ rebrandingเป็นชื่อ OZEN LIFE MAADHOO เมื่อปี 2021ค่ะ รีสอร์ทนี้มี Tagline ที่ฟังแล้วดึงดูดให้มาเยี่ยมเยือนสักครั้งซึ่งก็คือ "No Shocks. No Surprise. No Hidden Costs...JUST BLISS!"

 

การต้อนรับและการเดินทางเข้ารีสอร์ท OZEN LIFE MAADHOO

เมื่อเดินทางมาถึงสนามบินมาเล่และผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อยแล้ว สามารถรับกระเป๋าและเดินออกจากสนามบินได้เลย เมื่อเดินออกมาจะพบกับเจ้าหน้าที่หรือ AIRPORT REP ของรีสอร์ทต่างๆมาคอยต้อนรับ ท่านสามารถมองหาเจ้าหน้าที่ที่ถือป้าย OZEN LIFE MAADHOO เจ้าหน้าที่จะนำท่านไปที่เช็คอินที่ THE OZEN COLLECTION LOUNGE เพื่อเช็ครายชื่อผู้เข้าพัก พร้อมผูกป้ายที่กระเป๋า เมื่อเข้าไปใน lounge เจ้าหน้าที่จะนำ welcome drink และผ้าเย็นมาให้บริการ แขกทุกท่านสามารถพักผ่อนพร้อมเข้า free wifi เมื่อเรือพร้อม เจ้าหน้าที่จะมาแจ้งให้ไปที่ท่าเรือซึ่งอยู่ไม่ไกลจาก lounge ค่ะ ในกรณีที่ไม่พบเจ้าหน้าที่ ท่านสามารถไปที่ lounge เพื่อพบเจ้าหน้าที่ที่นั่นได้เช่นกัน 

 

เวลาในการเดินทางไปยัง OZEN LIFE MAADHOO จะอยู่ที่ประมาณ 45 นาทีจากสนามบินมาเล่ไปถึงเกาะ MAADHOO ที่ตั้งอยู่ทางใต้ของมาเล่อะทอลล์ บนเรือจะมีน้ำขวด WIFIเตรียมเอาไว้ให้พักผ่อนระหว่างเดินทางไปยังรีสอร์ท OZEN LIFE MAADHOO

ความประทับใจในการเข้าพัก เริ่มต้นตั้งแต่เรือ Speedboat มาจอดยัง WELCOME JETTY ของรีสอร์ท เพราะจะมีเจ้าหน้าที่ของ OZEN LIFE MAADHOO มาคอยต้อนรับที่ท่าเรือและพาไปยัง Reception เพื่อพบกับ Butler ที่จะดูแลตลอดการเข้าพัก

 

เมื่อไปถึง reception จะได้รับผ้าเย็นทันทีและ Butler จะเข้ามาแนะนำตนเอง พร้อมนำเครื่องดื่มต้อนรับมาให้ค่ะ เมื่อพร้อมแล้ว รถ Buggy จะมารอเพื่อนำไปยังห้องพักที่ทำการจองเอาไว้ เมื่อไปถึงห้องพัก Butler จะดำเนินการในการลงทะเบียนเข้าพักซึ่งใช้เวลาไม่นาน นอกจากนี้ Butler จะสอบถามเรื่องการจองการใช้บริการห้องอาหารและกิจกรรมที่รวมในแพ็คเกจ เพื่อดำเนินการจองให้อีกด้วย ช่างเป็นการใส่ใจในการบริการที่ลืมไม่ลงเลยค่ะ เมื่อแจ้งเรื่องการจองห้องอาหารและกิจกรรมเรียบร้อยแล้ว  Butler จะแนะนำข้อมูลของรีสอร์ทและห้องพักให้ทราบว่ามีอะไรบ้างค่ะ 

 

แผนที่ของรีสอร์ท OZEN LIFE MAADHOO

สำหรับลักษณะของรีสอร์ท OZEN LIFE MAADHOO จะมี 2 เกาะ เกาะใหญ่และเกาะเล็ก โดยจะมีทางเดินยาวๆ เชื่อมแต่ละพื้นที่เอาไว้ โดยเกาะเล็กจะเป็นที่ตั้งของห้องสปา, ห้องออกกำลังกาย, สระว่ายน้ำเกลือ, ซาลอนและร้าน Boutique โดยจะมีสะพานต่อไปยังห้องพักกลางน้ำ WIND VILLA และที่สำคัญห้องอาหารใต้น้ำ M6M ชื่อดังของรีสอร์ทแห่งนี้ค่ะ บนเกาะใหญ่ จะเป็นที่ตั้งของสระว่ายน้ำหลัก, Reception, Arrival Jetty, ห้องอาหารและบาร์หลักและห้องพักแบบบนหาด EARTH VILLA ค่ะ ถึงแม้จะมี 2 เกาะ แต่ไม่ต้องกลัวว่าจะเดินไกล เพราะทางรีสอร์ทมีบริการรถ Buggy แต่อาจจะต้องรอหน่อยค่ะ

 

ห้องพักของ OZEN LIFE MAADHOO

ล้อมรอบไปด้วยน้ำทะเลสีเทอคอยส์สวยๆ ของเกาะ MAADHOO  ที่รีสอร์ท OZEN LIFE MAADHOO แห่งนี้จะมี 90 วิลล่า โดยจะเป็นวิลล่าที่ตั้งบนชายหาดจำนวน 41 วิลล่า และวิลล่าตั้งบนน้ำจำนวน 49 วิลล่า การตกแต่งห้องพักเป็นแบบสมัยใหม่ ที่ผสมผสมกลิ่นอายของความเป็นมัลดีฟส์ สีสันที่ใช้จะเป็นสีฟ้า สีเขียวและขาวที่ตรงกับความเป็นทะเล ภายในห้องพักจะมีของอำนวยความสะดวกถูกจัดเตรียมเอาไว้ให้ อาทิ Toiletries ที่ครบครัน และ Mini Bar ที่จะมีทั้งเครื่องดื่มและ Snack ที่จะเติมให้ 2 ครั้งต่อวัน โดยจะมีรายละเอียดดังนี้ค่ะ

 

1. EARTH VILLA พื้นที่ 185 ตารางเมตร ห้องพักที่ตั้งใกล้กับชายหาดและทะเลสวยงามของ OZEN LIFE MAADHOO มากๆ วิลล่าถูกสร้างมาให้มีเพดานสูง ห้องน้ำพื้นที่กว้างขวางและพื้นที่ระเบียงด้านนอกกว้างขวาง โดยห้องพัก EARTH VILLA จะมี 2 แบบ คือ EARTH VILLA จำนวน 14 หลัง และ EARTH VILLA WITH POOL จำนวน 17 หลัง ซึ่งด้านในจะถูกออกแบบมาเหมือนกัน แต่จะแตกต่างกันที่มีสระว่ายน้ำส่วนตัวขนาด 20 ตารางเมตรด้านนอกของวิลล่าและจะได้วิวพระอาทิตย์ตก

 

2. EARTH FAMILY POOL SUITES พื้นที่ 285 ตารางเมตร มีจำนวน 10 หลัง ห้องแบบนี้จะมี 2 ห้องนอนซึ่งแต่ละห้องจะมีห้องน้ำส่วนตัว มีห้องนั่งเล่นเป็นพื้นที่ส่วนกลางและสระว่ายน้ำส่วนตัวขนาด 35 ตร.ม. ห้องแบบนี้จึงเหมาะกับครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อนที่ต้องการสนุกร่วมกันบน Paradise ของประเทศมัลดีฟส์

 

3. WIND VILLA ห้องพักกลางน้ำ ตั้งอยู่ทางเหนือของเกาะ MAADHOO และตั้งยาวไปตามทางเดินยาวของทะเลสวยงามสีฟ้า ภายในจะตกแต่งแบบแนวทันสมัยและมีสีสันสดใสเข้ากับบรรยากาศของทะเล ภายในห้องจะมีพื้นกระจก 2 จุด สามารถมองเห็นปลาต่างๆที่เวียนว่ายกันมาให้ชม นับเป็นการผ่อนคลายสุดๆอีกแบบ ภายในห้องน้ำจะมีอ่างอาบน้ำที่สามารถแช่ตัว พร้อมมองวิวทะเลสวยๆของประเทศมัลดีฟส์ได้เลยค่ะ ห้องแบบนี้จะมี 2 แบบ คือ WIND VILLA จำนวน 24 หลังและ WIND VILLA WITH POOL จำนวน 24 ห้อง ขนาดของ 2 แบบนี้จะแตกต่างกัน โดย WIND VILLA มีขนาด 85 ตร.ม. และห้อง WIND VILLA WITH POOL มีขนาด 112 ตร.ม. เพราะว่ามีสระว่ายน้ำส่วนตัวขนาด 20ตร.ม.และหันทางทิศตะวันตก จึงแน่ใจว่าจะได้วิวตอนพระอาทิตย์ตกดินแน่นอน

 

4. OZEN WATER SUITE มีเพียง 1 หลังสำหรับห้องแบบนี้ เป็นห้อง 3 ห้องนอนสุดหรูซึ่งตั้งอยู่ปลายสุกของห้องกลางน้ำ จึงได้วิวที่ดีและสวยที่สุดในทุกๆมุมของห้องพัก ทุกห้องนอนจะมีห้องน้ำส่วนตัว มีสระว่ายน้ำแบบ Infinity Pool ขนาด 35 ตร.ม. รวมถึงห้องยิม, Butler, ห้องครัวและห้องรับประทานอาหารส่วนตัว จึงนับเป็นห้องที่ดีที่สุดของรีสอร์ท

 

ห้องอาหารและบาร์ในรีสอร์ท OZEN LIFE MAADHOO

ที่รีสอร์ทแห่งนี้มีหลากหลายในเลือกในการรับประทาน ทั้งแบบ Buffet, A La Carte และที่สำคัญห้องอาหารใต้น้ำที่ควรค่าแก่การลองสักครั้งในชีวิต ทีมงานได้สรุปข้อมูลมาให้ตามนี้ค่ะ

1. ห้องอาหาร THE PALM เป็นห้องอาหารหลักที่เปิดให้บริการทั้งวัน ลักษณะเป็นห้องอาหารเปิดที่สามารถมองเห็นวิวทะเล เพดานสูงโปร่งโล่ง ตกแต่งด้วยสีสันสดใส ที่ห้องอาหาร THE PALM ให้บริการ Champagne Breakfastที่มีเมนูหลากหลาย รวมถึงมื้อกลางวันและมื้อค่ำ ที่ได้เตรียมอาหารนานาชาติมาให้บริการ อาทิ ซูชิ ซาชิมิ รวมถึง cooking station ค่ะ

 

2.  ห้องอาหาร THE TRADITIONS – INDO CEYLON ห้องอาหารนี้จะเปิดให้บริการเฉพาะมื้อค่ำ โดยจะเปิด 2รอบ 19:30 น. และ 21:00 น. ให้บริการอาหารที่มีกลิ่นอายทางเอเชียใต้ เช่น อินเดีย ศรีลังกาและมัลดีฟส์เอง

 

3. ห้องอาหาร THE TRADITIONS – PEKING เปิดให้บริการเฉพาะมื้อค่ำ โดยจะเปิด 2 รอบ 19:30 น. และ 21:00น. อาหารที่ให้บริการจะเป็นอาหารจีน 

 

4. ห้องอาหาร M6M ห้องอาหารใต้น้ำชื่อดังของที่ OZEN LIFE MAADHOO ให้บริการช่วงมื้อกลางวันและมื้อค่ำ ที่จะให้ประสบการณ์แบบ Fine Dining ที่จะไม่ลืมเลยหากได้เข้ามาสัมผัสสักครั้ง เพราะคุณจะได้นั่งรับประทานอาหาร seafood ที่คัดสรรมาอย่างดี ในบรรยากาศที่อยู่ในโลกใต้ทะเล อาหารที่เสิร์ฟจะเป็นแบบ 5 คอร์สเมนู และหากใครชอบดื่มไวน์ ที่ห้องอาหารนี้ก็จะมีให้เลือกสรรค่ะ พนักงานทุกคนพร้อมให้บริการในทุกๆมุมและเป็นมิตรอย่าง professional มากๆค่ะ

 

5. บาร์และห้องอาหาร Joie de VIVRE เป็นภาษาฝรั่งเศสที่แปลว่าความสุขของชีวิต” บาร์และห้องอาหารที่เปิดให้บริการตั้งแต่ 9:00 – 01:00 อาหารที่เสิร์ฟจะเป็นแนว Light Meal อาทิ พิซซ่า แซนวิช แฮมเบอร์เกอร์ ห้องอาหารตั้งอยู่ใกล้ๆ สระว่ายน้ำหลัก ให้ความรู้สึกสบายๆ พร้อมกับวิวพระอาทิตย์ตกของมาเล่ทางใต้

 

 

6. ห้องอาหาร R.A.W เปิดให้บริการสำหรับมื้อเที่ยง อาหารบริการที่เป็นแนว RAW โดยเฉพาะ อาทิ ซูชิ และอาหารเพื่อสุขภาพ

 

7. บาร์ GIN IS IN เปิดให้บริการเฉพาะช่วง 17:00 – 23:00 น. เป็นบาร์ที่ให้บริการเฉพาะ Gin แห่งแรกในประเทศมัลดีฟส์และให้บริการเฉพาะผู้ใหญ่เท่านั้นค่ะ

 

กิจกรรมมากมายที่มีให้บริการที่ OZEN LIFE MAADHOO

เพื่อให้แขกที่เข้าพักทุกคนได้เพลิดเพลินในช่วงที่เข้าพัก ทางรีสอร์ท OZEN LIFE MAADHOO ได้จัดเตรียมกิจกรรมมากมายเอาไว้ให้บริการทั้งที่รวมอยู่ในแพ็คเกจAll Inclusive และที่ต้องชำระเพิ่มเติม โดยทีมงานขอสรุปให้ตามนี้ค่ะ

1. ELE I NA ELEMENTS OF NATURE ศูนย์รวมแห่งการให้บริการสปาสุดหรูที่ครบครันโดยผู้เชี่ยวชาญ มีห้องทำสปาทั้งแบบเดี่ยวและคู่ทั้งหมด 8 ห้องตั้งอยู่บนชายหาดที่สามารถมองเห็นทะเลสีเทอควอยส์ได้ พิเศษยิ่งขึ้นสำหรับผู้ที่เข้าพัก 4-5 คืนจะได้สิทธิ์ในการทำสปา 60 นาทีจำนวน 1 ครั้ง 

 

2. OZEN KIDS CLUB ที่รีสอร์ทแห่งนี้อนุญาตให้เด็กเข้าพัก จึงได้เตรียมกิจกรรมต่างๆเอาไว้เอาใจเด็กๆโดยเฉพาะไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมใน indoor และ outdoor อาทิ สระน้ำแบบเกลือโต๊ะปิงปองโต๊ะบอล ทางรีสอร์ทได้จัดเตรียมเจ้าหน้าที่ที่ใจดีมาคอยจัดกิจกรรมพิเศษในแต่ละวันมาentertainอาทิ เดินสำรวจชายหาดตามหาปูเสฉวนสร้างปราสาททรายงานศิลปะกิจกรรมดูภาพยนตร์ แต่ถ้าหากพ่อและแม่ท่านใด ต้องการบริการ Babysitting ก็สามารถแจ้งได้แต่จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมค่ะ

 

3. DOLPHIN BASE AT OZEN LIFE MAADHOO ศูนย์รวมกิจกรรมทางน้ำ หากท่านใดที่ชื่นชอบกิจกรรมทางน้ำ ที่ OZEN LIFE MAADHOO ได้จัดเตรียมกิจกรรมเอาไว้ให้ทั้งที่รวมใน All Inclusive Package และแบบไม่รวม สำหรับกิจกรรมที่รวมในแพ็คเกจนั้นจะมี Snorkeling Trip ที่จัดเอาไว้ให้ 2 ครั้งต่อวันที่จะจัดไปตามจุดดำน้ำตื้นใกล้ๆกับรีสอร์ท หรือจะเป็นการยืมหน้ากากดำน้ำตื้นไปว่ายชมชีวิตสัตว์น้ำรอบๆเกาะ แต่หากท่านใดชอบกีฬาทางน้ำ ทางรีสอร์ทได้เตรียมอุปกรณ์ Non-motorized เอาไว้ให้ยืม อาทิ Kayak, Pedal boat, Stand-up paddling และ Windsurf ค่ะ

 

นอกจากนี้ในแพ็คเกจ ALL INCLUSIVE ที่ OZEN LIFE MAADHOO ยังได้รวมกิจกรรม Sunset Fishing ให้แขกทุกท่านที่เข้าพัก 1 ครั้งและกิจกรรมอีก 1 กิจกรรมตามตารางที่ทางรีสอร์ทจัดเอาไว้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับจำนวนคนที่ร่วมกิจกรรมและสภาพอากาศในวันนั้นๆ

 

หรือท่านใดที่สนใจการดำน้ำลึก ทางทีม Best Dives จะเป็นผู้ดูแลและแนะนำจุดในการดำน้ำลึกให้ ไม่ว่าจะเป็น Manta Points, ว่ายน้ำกับฉลามวาฬและการชมซากเรือจมใต้ทะเล ทั้งนี้ผู้ที่จะดำน้ำลึกจะต้องมีเตรียมเอกสาร PADI และควรพักอย่างน้อย3 คืนที่รีสอร์ทค่ะ

 

4. กิจกรรมบน Land ต่างๆ นอกเหนือจากกิจกรรมทางน้ำมากมายแล้ว OZEN LIFE MAADHOO ยังได้เตรียมกิจกรรมอื่นๆที่สามารถ enjoy บนบกกันอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น สนามเทนนิสที่เล่นได้ทั้งกลางวันและกลางคืน, Gymnasium ที่ตั้งอยู่บนทะเลให้วิวที่สวยที่สุดเวลาออกกำลังกาย คุณสามารถเลือกเล่นอุปกรณ์ออกกำลังกายด้วยตนเองหรือจะร่วมกิจกรรมแบบกลุ่มที่เจ้าหน้าที่ได้เตรียมเอาไว้ เช่น ซุมบ้า โยคะ 

 

สำหรับ ALL INCLUSIVE PLAN ที่ OZEN LIFE MAADHOO นั้นจะมีชื่อว่า The INDULGENCE Plan ซึ่งจะเริ่มต้นเมื่อเข้าเช็คอิน 14:00 น. และจะหยุดให้บริการใน 11:00 น. วัน CHECK OUT ค่ะ ซึ่ง The INDULGENCE plan นั้นจะรวมให้ดังนี้ค่ะ

- อาหารเช้า กลางวันและค่ำที่ห้องอาหารที่กำหนด รวมถึงเครื่องดื่มแบบมีและไม่มีแอลกอฮอลล์ที่บาร์ 

- Mini Bar ที่ห้องพักซึ่งจะมีเครื่องดื่มและSnack เติมให้วันละ 2 ครั้ง

- กิจกรรมทางน้ำแบบ Non-Motorizedเช่น การยืมอุปกรณ์ Snorkeling, Windsurfing, Canoe และ Stand-up paddle board

- Excursion: Sunset Fishing 1 ครั้ง และ Adventure Excursion ตามตารางที่ทางรีสอร์ทกำหนด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ ณ วันนั้นๆ

- การเข้าใช้ Gym และ Kids Club รวมถึงกิจกรรมพิเศษต่างๆ ค่ะ

 

สนใจ Promotion พิเศษของรีสอร์ท OZEN LIFE MAADHOO
**** สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 538-1374, 081 701-0091****

guest

Post : 2021-05-11 15:58:16.0     Forum: Review Resorts and Useful Information  >  รีวิว HURAWALHI MALDIVES RESORT รีสอร์ท 5 ดาว ที่มีห้องอาหารใต้ทะเล

สำหรับบทความนี้ ทีมงานขอมารีวิวรีสอร์ทที่ได้รับความนิยมจากห้องอาหารใต้ทะลที่ใหญ่ที่สุดในประเทศมัลดีฟส์ที่หลายๆ คนใฝ่ฝันว่าจะต้องมาสัมผัสให้ได้สักครั้งในชีวิตและอยู่ใน BUCKET LIST ของหลายๆท่าน ซึ่งก็คือ HURAWALHI MALDIVES RESORT รีสอร์ทระดับ 5ดาวหรูหราในเครือ CROWN CHAMPA RESORT รีสอร์ท HURAWALHI MALDIVES RESORT เป็นรีสอร์ทที่เหมาะกับคู่รักหรือเพื่อนๆที่จะมาชิลๆที่ประเทศมัลดีฟส์ค่ะ เพราะรีสอร์ทจะรับเฉพาะผู้เข้าพักที่มีอายุเกิน 15 ปีขึ้นไปเท่านั้นค่ะ

 

ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับ HURAWALHI MALDIVES RESORT

รีสอร์ท HURAWALHI MALDIVES RESORT ตั้งอยู่ที่ Lhaviyani Atoll ของประเทศมัลดีฟส์จึงต้องเดินทางเข้ารีสอร์ทด้วยเครื่องบินน้ำ หรือ Seaplane ซึ่งเป็นหนึ่งในประสบการณ์ที่ต้องได้สัมผัสสักครั้งนึง มีห้องรวม 90 ห้อง และได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก เพราะมีห้องอาหารใต้ทะเลที่ใหญ่ที่สุดให้บริการซึ่งนับเป็นจุดขายหลักของที่รีสอร์ทนี้ค่ะ

 

การต้อนรับและการเดินทางเข้ารีสอร์ท HURAWALHI MALDIVES RESORT

เมื่อเดินทางมาถึงสนามบิน Velena หรือที่รู้จักกันในชื่อสนามบินมาเล่และและผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง รับกระเป๋าและเดินออกมาจากสนามบินเรียบร้อยแล้ว ท่านจะพบกับเจ้าหน้าที่ของรีสอร์ทต่างๆมาคอยต้อนรับ ท่านสามารถมองหาเจ้าหน้าที่ที่ถือป้าย HURAWALHI MALDIVES RESORT หรือหากไม่พบเจ้าหน้าที่ สามารถเดินไปยังcounter no. 59 เพื่อเช็ครายชื่อผู้เข้าพัก เจ้าหน้าที่ของรีสอร์ทจะผูก Tag ที่กระเป๋าและพาท่านไปยัง counter seaplane ซึ่งอยู่ภายในสนามบินเพื่อทำการเช็คอินต่อไป

 

ในการเช็คอิน seaplane เจ้าหน้าที่จะขอ passport ของผู้เดินทางทุกท่าน เจ้าหน้าที่ seaplane จะทำการชั่งน้ำหนักกระเป่าทุกใบ ซึ่งกระเป๋าใบที่จะโหลดไม่ควรเกิน 20 กิโลกรัม และกระเป๋า Carry on จะหนักไม่เกิน 5 กิโลกรัมต่อท่าน หากเกินจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมค่ะ กระเป๋าที่โหลดจะถูกนำไปไว้ที่หลังของ Seaplane ผู้เดินทางทุกท่านจะได้รับ boarding pass เพื่อใช้ในการขึ้น seaplane ต้องเก็บเอาไว้ให้ดีค่ะ หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่จะให้ขึ้นรถBusไปที่ Seaplane Terminal เนื่องจาก HURAWALHI ISLAND RESORT เป็นรีสอร์ท 5 ดาวจึงมี Lounge ให้บริการ ระหว่างรอเจ้าหน้าที่จะให้กรอกเอกสารในการเช็คอิน เพื่อไม่ให้เสียเวลา ภายใน loungeจะมีอาหารว่างและเครื่องดื่มให้บริการ รวมถึง Free Wifi ค่ะ เวลาในการรออาจจะ 30 นาที – 2 ชั่วโมง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการจัดการของบริษัท seaplane และสภาพอากาศในวันนั้นๆ เมื่อพร้อมออกเดินทาง เจ้าหน้าที่จะมาเรียกให้เตรียมตัวไปขึ้น seaplane เจ้าหน้าที่จะเช็ค boarding pass เพื่อกันการผิดพลาด เมื่อพร้อมแล้วเจ้าหน้าที่จะนำท่านไปยัง seaplane ที่จะบินไปที่ HURAWALHI MALDIVES RESORT ซึ่งใครขึ้น seaplane ก่อนก็สามารถเลือกที่นั่งได้ก่อนค่ะ โดยทั่วไปด้านขวาจะเป็นแบบ 2 ที่นั่งและด้านซ้ายจะเป็น 1 ที่นั่ง รวมทั้งหมด 15 ที่นั่ง ภายใน seaplane จะไม่มีแอร์ ในวันที่อากาศร้อน ก่อนเครื่องขึ้นอาจรู้สึกร้อนสักหน่อย แต่เมื่อเครื่องบินบินขึ้นจะรู้สึกเย็นขึ้น เพราะจะมีลมจากภายนอกเข้ามาค่ะ Seaplane จะบินขึ้นทางเหนือของประเทศมัลดีฟส์ หากบินตรงไปยัง HURAWALHI MALDIVES RESORT จะใช้เวลาประมาณ 40 นาที แต่หากแวะรีสอร์ทอื่นก่อนก็จะใช้เวลาเพิ่มขึ้น ตอนทีมงานได้ไปที่รีสอร์ท HURAWALHI MALDIVES RESORT Seaplane ไม่จอดที่แพของรีสอร์ทเนื่องจากสภาพอากาศไม่อำนวย แต่ไปจอดที่รีสอร์ทใกล้เคียง แล้วจะมีเรือ speedboat กับเจ้าหน้าที่มารอรับค่ะ ใช้เวลาไม่นานก็มาถึงยังท่าเรือของ HURAWALHI MALDIVES RESORT เจ้าหน้าที่ของรีสอร์ทหลายๆท่านจะมาให้การต้อนรับและพาไปยัง reception เพื่อทำการ check in โดยเวลาในการ check in จะเป็น 14.00 น. แต่หากมาถึงก่อนเวลาและมีห้องว่าง ทางรีสอร์ทอาจจะให้เข้าพักได้ก่อนค่ะ เมื่อมาถึง reception เจ้าหน้าที่จะเสิร์ฟ welcome drink และผ้าเย็นให้ระหว่างที่เจ้าหน้าลงทะเบียนการเข้าพักให้ เมื่อพร้อมจะได้รับการ์ดเข้าห้องพักและแผนที่ของรีสอร์ท เจ้าหน้าที่จะอธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับรีสอร์ท meal plan ที่ได้เลือกมาว่าครอบคลุมอะไรบ้าง เมื่อถึงเวลาเจ้าหน้าที่รีสอร์ทจะพาไปส่งยังห้องพักที่เลือกไว้ค่ะ

 

ประเภทห้องพัก HURAWALHI MALDIVES

สำหรับ HURAWALHI MALDIVES RESORT รีสอร์ทนี้มี 90 วิลล่า ซึ่งมีทั้งห้องบนหาดและกลางน้ำ ทีมงานจะขอรีวิวห้องพักทุกแบบให้ทราบตามนี้ค่ะ

1. Ocean Villas ห้องกลางน้ำแบบเริ่มต้นที่ห้องกว้างขวาง ขนาด 105 ตารางเมตร ห่อง type นี้ไม่มีสระว่ายน้ำที่ระเบียง แต่สามารถนั่งเก้าอี้ชายหาดมองออกไปจากห้องพักจะเห็นทะลที่สวยงามของประเทศมัลดีฟส์ยิ่งมองยิ่งไม่อยากจะละสายตา หรือจะลงว่ายน้ำทะเลจากทางด้านหน้าของห้องก็สามารถทำได้ค่ะ

 

2. Romantic Ocean Villas ห้องกลางน้ำแบบที่สอง ห้องกว้างขวาง ขนาด 105 ตารางเมตรเช่นกัน ห้องแบบนี้จะมีอ่างอาบน้ำที่ระเบียงเอาไว้แช่มองทะเลสวยๆ แต่หากท่านใดต้องการความเป็นส่วนตัวจะมีม่านให้ปิดบังได้ค่ะ นอกจากนี้จะมีที่นั่งตาข่ายให้นั่งถ่ายรูปกันอีกด้วยค่ะ

 

3. Beach Pool Villas หากท่านใดที่ชอบพักบนหาด HURAWALHI MALDIVES RESORT ก็จะมีห้องแบบนี้ให้บริการ ตัวห้องมีขนาด105 ตารางเมตรโดยจะมีสระว่ายน้ำขนาด 27 ตารางเมตร เอาไว้ให้ relax กันด้วยค่ะ เดินไปทะเลหรือชายหาดค่อนข้างจะใกล้และสะดวกมากค่ะ

 

4. Beach Sunset Pool Villasห้องแบบนี้จะคล้ายกับห้อง Beach Pool Villas เพียงแต่จะมีขนาดใหญ่ขึ้นเล็กน้อยและหันทางทิศตะวันตก เพื่อชมพระอาทิตย์ตกสวยๆ โรแมนติกค่ะ ตัวห้องมีขนาด 132 ตารางเมตรและสระว่ายน้ำขนาด 27 ตารางเมตรค่ะ

 

5. Ocean Pool Villas ห้องกลางน้ำที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวและมักจะถูกจองเต็มก่อนแบบอื่น เพราะมีสระว่ายน้ำที่ระเบียงให่ได้ว่ายกันอย่างสบายๆ และห้องยังกว้างขวางไม่ต่างจากแบบอื่นๆ 

 

ห้องอาหารและบาร์เครื่องดื่มที่ให้บริการที่ HURAWALHI MALDIVES RESORT

นอกเหนือจากห้องอาหารใต้ทะลที่เป็นที่รู้จักกันดีของ HURAWALHI MALDIVES RESORT ยังมีห้องอาหารอื่นๆที่ควรลองระหว่างเข้าพักที่รีสอร์ทนี้ ซึ่งทีมงานจะมาแนะนำให้รู้จักกันตามนี้ค่ะ

1. ห้องอาหาร 5.8 UNDERSEA เป็นห้องอาหารที่เป็นจุดเด่นของรีสอร์ทนี้ สร้างลงไปใต้ทะเล ลึก 5.8เมตร ห้องอาหารเป็นทรงโค้ง 180 องศา สามารถมองเห็นบรรดาสัตว์ทะเลน้อยใหญ่ที่ว่ายไปมาให้เห็น รวมถึงกลุ่มปะการังสวยงาม เป็นบรรยากาศที่โรแมนติกมากขณะรับประทานอาหารมื้อเที่ยงหรือมื้อค่ำ ทีมงานเคยมีลูกค้าลงไปขอแต่งงานที่ห้องอาหาร 5.8 UNDERSEA เป็นคู่แรกของที่รีสอร์ทนี้ด้วยค่ะ อาหารที่เสิร์ฟจะเป็นแบบคอร์ส วัตถุดิบถูกคัดสรรมาอย่างดี โดยจะเริ่มจาก Appetizer ตามด้วย Main Course และจบด้วย Dessert ที่รสชาติดีมาก การได้ทานอาหารในห้องอาหารใต้น้ำนี้เป็นประสบการณ์ที่จะประทับใจไปอีกนานค่ะ

 

2. ห้องอาหาร CANNELI เป็นห้องอาหารหลักของ HURAWALHI MALDIVES RESORT เพราะให้บริการทั้งมื้อเช้าและค่ำ บางวันจะเปิดให้บริการอาหารกลางวัน ที่นั่งรับประทานมีทั้งภายใต้อาคารและพื้นที่ด้านนอกอาคารซึ่งบางครั้งถ้าโชคดีท่านอาจเห็นโลมาขณะรับประทานอาหารไปด้วย อาหารที่ให้บริการเป็นลักษณะ Buffet มีอาหารหลากหลายประเทศให้เลือกรับประทานและจะเปลี่ยนtheme ไปในๆทุกวัน เพื่อไม่ให้จำเจค่ะ

 

3. ห้องอาหาร KASHIBO and BAR ตั้งอยู่ติดกับห้องอาหาร 5.8 UNDERSEA เป็นห้องอาหาร open air ติดทะเลที่สามารถมองออกไปเห็นมหาสมุทรที่สวยงามของประเทศมัลดีฟส์ที่นั่งรับประทานมีทั้งภายใต้อาคารและพื้นที่ด้านนอกอาคาร อาหารที่ให้บริการเป็น Fusion Asian Cuisine จากจีน ไทย เวียดนามและอินโดนีเซียให้ได้ลองกัน นอกจากนี้ยังสามารถดื่มเครื่องดื่มแบบมีและไม่มีแอลกอฮอลล์ที่แสนชื่นใจไปด้วยค่ะ

 

4. ห้องอาหาร J.F.K. – JUNK FOOD KITCHEN ตั้งอยู่ใน COCO Bar ให้บริการอาหารว่าง แนวสลัด แฮมเบอร์เกอร์ แซนวิช นาโช่ส์ พิซซ่าและขนมหวาน 

 

5. CHAMPAGNE PAVILION ตั้งอยู่ปลายสุดของกิ่งห้องกลางน้ำ เป็นที่ๆเหมาะสำหรับชมพระอาทิตย์ตกดินและจะโรแมนติกมากขึ้น หากได้จิบแชมเปญดีๆสักแก้วกับคนรู้ใจที่นี่

 

6. COCO Bar ให้บริการทั้งวันและทั้งคืน เป็นบาร์หลักของ HURAWALHI MALDIVES RESORT คุณสามารถสั่งเครื่องดื่มไวน์ Mocktail Cocktail และอาหารว่าง บาร์นี้ตั้งอยู่ติดสระว่ายน้ำหลัก ช่วงค่ำจะมีดนตรีหรือ entertainment ต่างๆมาให้ได้ชมกันค่ะ

 

กิจกรรมที่สามารถทำระหว่างอยู่ HURAWALHI MALDIVES

เมื่อไปประเทศมัลดีฟส์ ทุกคนคงจะนึกถึงกิจกรรมทางทะเล ซึ่งที่ HURAWALHI MALDIVES ก็มีบริการทั้งแบบมีมอเตอร์และไม่มีมอเตอร์ อาทิ Snorkeling trips by boat, jet ski, Private speedboat excursions, Water skiing, Wakeboarding, Kneeboarding, Canoeing, Pedalos, Windurfing, Catamaran sailing หรือจะเป็น Sunset Cruise บรรยากาศสุดโรแมนติกที่มีโอกาสเห็นโลมาว่ายน้ำคลอเคลียเรือให้ได้เห็นกันชัดๆ ทั้งนี้สามารถสอบถามกับพนักงานของรีสอร์ทได้สำหรับค่าใช้จ่ายของแต่ละกิจกรรม 

หากเป็นกิจกรรมบนบก ที่รีสอร์ท HURAWALHI MALDIVES RESORT ก็มีให้บริการครบครัน เช่น SPA Treatment, Fitness ที่มองไปเห็นทะเลสวยๆของประเทศมัลดีฟส์,การตีเทนนิสหรือแบดมินตัน และเกมส์ต่างๆใน COCO Bar ค่ะ

 

สระว่ายน้ำ Infinity Edgeใกล้ๆ COCO Bar ก็เป็นอีกกิจกรรมที่ไม่ควรพลาดเมื่อพักที่ HURAWALHI MALDIVES RESORT ค่ะ

 

Meal Plan ที่ให้บริการ HURAWALHI MALDIVES RESORT

ที่นี่มีให้บริการทั้งแบบเริ่มต้นคือ Bed & Breakfast (อาหารเช้า), Half Board (อาหารเช้าและอาหารเที่ยงหรือค่ำ ไม่รวมเครื่องดื่มใดๆ), Full Board (อาหารเช้า เที่ยงและค่ำ ไม่รวมเครื่องดื่มใดๆ) และ All Inclusive meal plan (อาหารเช้า เที่ยงและค่ำ รวมเครื่องดื่มตามที่กำหนด) ที่รวมให้ค่อนข้างครบและคุ้มค่า การเลือกว่าจะใช้ meal plan แบบไหนขึ้นอยู่กับ lifestyle ของแต่ละท่าน แต่ถ้าไม่อยากจะต้องระวังกับการใช้เงินในรีสอร์ท All Inclusive ก็นับว่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจค่ะ ทั้งนี้การรับประทานอาหารที่ห้องอาหาร 5.8 UNDERSEA จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมถึงแม้ว่าจะเลือก All Inclusive plan ค่ะ

 

จากบทความข้างต้น จะเห็นได้ว่า HURAWALHI MALDIVES RESORT เป็นรีสอร์ท 5 ดาว ที่น่าสนใจหากท่านใดกำลังมองหารีสอร์ทที่มีห้องอาหารใต้ทะเลที่สวยงามที่ประเทศมัลดีฟส์ รวมถึงยังเป็นรีสอร์ทที่คุณจะได้รับความเป็นส่วนตัว เนื่องจากเป็นรีสอร์ทที่รับเฉพาะผู้ใหญ่เท่านั้น จึงเหมาะกับคู่รัก Honeymoon เป็นอย่างยิ่งค่ะ ความเป็นมิตรและความเป็นมืออาชีพของพนักงานที่นี่ ยิ่งทำให้การเข้าพักมีความสุขมากยิ่งขึ้นค่ะ

 

หากท่านใดสนใจเดินทางไปมัลดีฟส์ สามารถสอบถามข้อมูลและคำแนะนำในการเลือกรีสอร์ทได้จากทีมงาน Maldiveslover และ Facebook: All About Maldives เรายินดีให้บริการและจะทำให้ทริปของคุณเป็นทริปที่อยู่ในความทรงจำตลอดไปค่ะ ขอบคุณค่ะ

 

Facebook: All About Maldives

Line: @allaboutmaldives

Tel: 081-701-0091, 090-912-0987, 02-538-1374

guest

Post : 2021-05-08 14:36:25.0     Forum: Review Resorts and Useful Information  >  รีวิว LUX* South Ari Atoll มัลดีฟส์ รีสอร์ท 5 ดาวที่ไม่ควรพลาด!!

 

สิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับ Lux* South Ari Atoll รีสอร์ทหรู 5 ดาวในประเทศมัลดีฟส์

 

บางท่านอาจจะคิดอยากเดินทางไปประเทศมัลดฟีส์ แต่ไม่รู้ว่าจะเลือกรีสอร์ทไหนในการเข้าพักดี ทีมงานเลยอยากจะมาแนะนำรีสอร์ท 5 ดาวสุดหรู แต่มี gimmick ชิคๆ เท่ห์ ๆ ที่น่าสนใจให้ผู้เข้าพักได้สัมผัสกันให้เป็นอีกหนึ่งทางเลือก รีสอร์ทนี้เป็นรีสอร์ทในเครือ Mauritius-based Lux ซึ่งเป็นกลุ่มโรงแรมและรีสอร์ตหรูที่มีให้บริการทั่วโลก สำหรับในประเทศมัลดีฟส์ จะมีรีสอร์ทในเครือนี้ถึง 1 รีสอร์ทด้วยกันคือ LUX* South Ari Atoll ค่ะ

 

ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับ LUX South Ari Atoll 

LUX* South Ari Atoll ตั้งอยู่ใน South Ari Atoll โดยอยู่ที่เกาะ Dhidhoofinolhu ขนาดของเกาะประมาณ 2กิโลเมตรและรูปร่างของเกาะเป็นแนวยาว หากท่านใดพักที่ห้องกลางน้ำ จะเดินค่อนข้างไกล แต่ไม่ต้องกังวลไปเพราะที่รีสอร์ทมีรถ buggies ให้บริการ เพื่ออำนวยความสะดวกแขกที่เข้าพักอยู่แล้วค่ะ สำหรับคนที่ชอบขี่จักรยาน ทางรีสอร์ทก็ได้จัดเตรียมจักรยานเอาไว้ให้เช่าขี่เองด้วยเช่นกันค่ะ

หากท่านใดอยากออกกำลังกาย ที่รีสอร์ท LUX* South Ari Atoll มีรถจักรยานให้เช่าปั่นรอบๆเกาะด้วยค่ะ

 

การเดินทางไปยังรีสอร์ท LUX* South Ari Atoll

เนื่องจากที่ตั้งของรีสอร์ทค่อนข้างไกลจากสนามบินหลัก การเดินทางไปยังรีสอร์ทจึงเป็นการเดินทางเข้าและออกด้วย Seaplane (เครื่องบินน้ำ) หรือจะเป็นการเดินทางด้วย Domestic Plane (เครื่องบินภายในประเทศ) ต่อด้วยเรือ speedboat 

 

เมื่อเดินทางมาถึงสนามบิน Velana ของประเทศมัลดีฟส์ ผ่านด่านการตรวจคนเข้าเมืองและรับกระเป๋าออกมาแล้วนั้น จะมีเจ้าหน้าที่ของทางรีสอร์ท LUX* South Ari Atoll มาคอยต้อนรับ โดยถือป้ายชื่อรีสอร์ทยืนอยู่บริเวณทางออก หากไม่เจอ สามารถไปติดต่อที่ counter ของรีสอร์ททางด้านหลังได้เลย เจ้าหน้าที่จะเช็ครายชื่อและช่วยในการ check in เพื่อขึ้น Seaplane หรือ Domestic Plane ต่อไป ซึ่งครั้งนี้ทีมงานได้เลือกเดินทางด้วย seaplane ค่ะ

 

สำหรับผู้ที่จะเลือกเดินทางด้วย seaplane จะต้องมาไฟลท์ช่วงเช้าหรือกลางวันเท่านั้น เพราะ seaplane จะไม่ให้บริการหลังพระอาทิต์ตกดินค่ะ ในการไป check in seaplane เจ้าหน้าที่ของรีสอร์ทจะนำผู้เข้าพักไปยัง check in counter ของ seaplane ยื่น passport ให้เจ้าห้าที่และทำการชั่งน้ำหนักกระเป๋าเดินทางทุกใบ สำหรับกระเป๋าเดินทางใบโหลดจะต้องไม่หนักเกิน 20 กิโลกรัมต่อท่าน และกระเป๋า carry on จะหนักไม่เกิน 5 กิโลกรัมต่อท่าน เมื่อ check in เสร็จแล้ว จะได้รับ boarding pass ที่จะไม่ระบุเวลาในการเดินทางและที่นั่งบนเครื่องบิน หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ขึ้นรถbus เพื่อไปยัง seaplane terminal ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 10-15 นาที การบริการรถนี้จะไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เมื่อไปถึงยัง seaplane terminal จะมีเจ้าหน้าที่ของ LUX* South Ari Atoll มาคอยต้อนรับและนำไปยัง lounge ที่ดูดี เก๋ไก๋ ตามสไตล์ของ LUX ที่ประเทศมัลดีฟส์นับเป็นประเทศที่มี fleet seaplane เยอะที่สุด เพราะการเดินทางภายในประเทศจะเป็นไปได้ลำบาก หากไม่มี seaplane ค่อยให้บริการและยังนับเป็นประสบการณ์ที่พิเศษสุดในการเดินทาง ที่จะหาจากที่ไหนในโลกไม่ได้อีกแล้วค่ะ เมื่อเข้าไปใน lounge ของ LUX* South Ari Atoll เรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่ของรีสอร์ทจะแนะนำการบริการใน lounge อาทิ มุมอาหารและเครื่องดื่มคอยให้บริการ รวมถึงแจ้ง WIFI ให้ทราบ เวลาในการรอขึ้น seaplane นั้นไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับหลายๆปัจจัย เช่น สภาพอากาศ จำนวนผู้เดินทางในวันนั้น จึงแนะนำให้มีหนังสือ เกมหรือเพลงไปฟังระหว่างรอค่ะ

 

LUX* South Ari Atoll (Seaplane Lounge)

เมื่อถึงเวลาขึ้นเครื่อง เจ้าหน้าที่ใน lounge จะมาแจ้งให้ทราบ เพื่อไป board seaplane ต่อไปค่ะ ผู้เดินทางต้องแสดง boarding pass ในการขึ้นเครื่อง อย่างที่แจ้งไปก่อนหน้านี้ ที่นั่งจะไม่ได้ถูกระบุใน boarding pass เพราะจะเป็นการ first come first choose ที่นั่งค่ะ เมื่อพร้อมแล้ว seaplane จะออกเดินทางไปยังรีสอร์ทที่อยู่ในเส้นทางที่จัดไว้ ใน 1 ทริปของ seaplane อาจจะมีการหยุดรับและส่งนักท่องเที่ยว 3-4 รีสอร์ท หาก seaplane เดินทางไปตรงไปยัง LUX* South Ari Atoll เป็นที่แรกจะใช้เวลาประมาณ 25-30 นาทีค่ะ ระหว่างเส้นทางการบิน สามารถ enjoy กับวิวสวยๆ ด้านล่างที่จะเห็นกลุ่มเกาะ น้ำใสที่ไล่เฉดสีอย่างสวยงามค่ะ 

 

เมื่อถึงใกล้รีสอร์ท seaplane จะลงจอดบนน้ำทะเลแล้วไปจอดใกล้ๆกับแพของรีสอร์ท เมื่อพร้อมนักบินจะแจ้งชื่อรีสอร์ท หากเป็นรีสอร์ทที่เราจะเข้าพัก ก็ลงจาก seaplane ได้เลยค่ะ เจ้าหน้าที่ของรีสอร์ทจะมาให้การต้อนรับและพาไปยัง reception เพื่อทำการ check in โดยเวลาในการ check in จะเป็น 14.00 น. แต่หากมาถึงก่อนเวลาและมีห้องว่าง ทางรีสอร์ทอาจจะให้เข้าพักได้ก่อนค่ะ เมื่อมาถึง reception เจ้าหน้าที่จะเสิร์ฟ welcome drink และผ้าเย็นให้ระหว่างที่เจ้าหน้าลงทะเบียนการเข้าพักให้ เมื่อพร้อมจะได้รับการ์ดเข้าห้องพักและแผนที่ของรีสอร์ท หลังเจ้าหน้าที่จะอธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับรีสอร์ท meal plan ที่ได้เลือกมาว่าครอบคลุมอะไรบ้าง เมื่อถึงเวลาเจ้าหน้าที่จะพาไปส่งยังห้องพักที่เลือกไว้ค่ะ

 

ประเภทห้องพัก LUX* South Ari Atoll

สำหรับ LUX* South Ari Atoll นับเป็นรีสอร์ทที่มีห้องพักจำนวนค่อนข้างเยอะ เพราะมีถึงเกือบ 200 ห้องทั้งแบบบนหาดและกลางน้ำ ทีมงานจะขอรีวิวห้องพักทุกแบบให้ทราบตามนี้ค่ะ

1. Beach Pavilions ห้องขนาดพอเหมาะ ตกแต่งด้วยสไตล์เก๋ๆ อยู่ไม่ไกลจากชายหาด มีห้องที่เป็น Interconnections สำหรับครอบครัวด้วยค่ะ

 

2. ห้อง Family Lagoon Pavilions (2 Bedrooms) เป็นห้อง 2 ห้องนอน มีทางเข้าร่วมกัน แล้วแยกทางเข้าห้องเป็นสองทาง เหมาะสำหรับครอบครัวที่เดินทางพร้อมเด็ก หรือ วัยรุ่น ที่ต้องการความเป็นส่วนตัวค่ะ

 

3. ห้อง Beach Villas ด้านในห้องจะแบ่งเป็นสัดส่วน ห้องนอน ห้องน้ำที่มีอ่างใหญ่ๆกลางห้อง แต่ก็มีความเป็นส่วนตัว ตั้งอยู่ใกล้กับชายหาด เพราะทางรีสอร์ทจะจัดต้นไม้เอาไว้เพื่อบังวิวจากข้างนอก ห้องแบบนี้จะเหมาะกับคนที่ชอบใกล้ชิดกับชายหาด ชอบเดินเล่นบริเวณชายหาดหรือมีเด็กเล็กเดินทางไปด้วยค่ะ

 

4. ห้อง Beach Pool Villas เป็นห้องบนหาดอีกแบบ แต่จะต่างจากแบบแรกตรงที่มีสระว่ายน้ำในห้อง โดยห้องแบบนี้น่าจะเหมาะกับคนที่ชอบกิจกรรมชายหาด แต่ยังอยากได้ความเป็นส่วนตัวในการว่ายน้ำค่ะ

 

5. ห้อง Water Villas เป็นห้องกลางน้ำแบบแรก ซึ่งจะไม่มีสระว่ายน้ำในห้อง ห้องมีขนาดกว้างขวางดีและแบ่งสัดส่วนเอาไว้ได้ดี ทั้งส่วนห้องนอน ห้องน้ำ ระเบียงที่สามารถนั่งพักชิลๆ ดูวิวมหาสมุทรอินเดียที่สวยงามบนเน็ทตาข่ายที่นั่ง และที่สำคัญสามารถลงน้ำจากบันไดที่ห้องพักได้เลยค่ะ

 

6. ห้อง Romantic Pool Water Villas เป็นห้องกลางน้ำอีกแบบที่มี pool สวยๆ อยู่ที่ระเบียงห้องและชิงช้าแบบเก๋ๆ เอาไว้ให้นั่งเล่นหรือจะถ่ายรูปก็ได้ค่ะ มีบันไดสำหรับลงเล่นน้ำในทะเลได้สะดวก ห้องแบบนี้เหมาะกับคู่รัก คู่ฮันนีมูนมากๆค่ะ

 

7. ห้อง Temptation Pool Water Villas มี 3 ห้องเท่านั้น ตั้งอยู่ฝั่งทิศตะวันออกของรีสอร์ท ห้องพักและสระมีขนาดใหญ่กว่าห้อง Romantic Pool Water Villas มีห้องรับแขกแยกเป็นสัดส่วน มีเตียงรูปทรงโค้งดูเก๋ไก๋ พร้อมอ่าง Jacuzzi ที่สามารถแช่น้ำพร้อมชมวิวไปด้วยค่ะ เป็นห้องอีแบบที่เหมาะสำหรับคู่รักค่ะ ภายในห้องพักทุกห้องจะมี mini bar แต่ item ส่วนใหญ่จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมหากบริโภค แต่จะมีน้ำเปล่าให้บริการฟรี รวมถึงมีเครื่องทำกาแฟ espresso และ TV ที่มีข้อมูลเกี่ยวห้องอาหาร กิจกรรมประจำวันที่สามารถทำได้ในแต่ะวันค่ะ

 

8. Lux* Villa เป็นห้องกลางน้ำขนาดใหญ่ มีเพียงห้องเดียว ตั้งอยู่ริมสุดทางของห้องฝั่ง Water Villa มีความเป็นส่วนตัวสูง สามารถชมวิวทะเลอันสวยงามของมัลดีฟส์โดยไม่มีอะไรมาบดบัง ห้อง type นี้มาพร้อมกับผู้ดูแลส่วนตัว (butler), private buggy service, premium bicycle และ selection of wine and spirits ถือว่าเป็น signature ของ Lux*South Ari Atoll ทีเดียวค่ะ

 

ประสบการณ์ Dining ในรีสอร์ท LUX* South Ari Atoll

ห้องอาหารและบาร์ที่มีหลากหลายในรีสอร์ท LUX* South Ari Atoll นับเป็นอีกจุดเด่นของที่นี่ เพราะมีหลากหลายแบบให้สามารถเลือกใช้บริการได้ และอีกเหตุผลที่มีร้านอาหารตั้งอยู่หลายๆจุด ก็คือเป็นการช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้เข้าพักไม่ต้องเดินไกล ซึ่งในบทความนี้ทีมงานะขอสรุปให้ดังต่อไปนี้ค่ะ

1. MIXE ตั้งอยู่บริเวณกลางเกาะและใกล้กับ main pool เป็นห้องอาหารที่ casual ที่จะให้คุณได้สัมผัสกับพื้นที่เป็นทราย ห้องอาหาร MIXE เป็นห้องอาหารที่ให้บริการอาหารเช้า (ใน 2 ห้องอาหาร) และมื้อค่ำค่ะ โดยมื้อเช้าให้บริการทั้ง Station ขนมปัง, ไข่, ไอศกรีม, สลัด, นำ้ผลไม้และน้ำเพื่อสุขภาพมากมาย ซึ่งในมื้อค่ำจะให้บริการอาหาร International ซึ่งจะเปลี่ยน theme ไปในแต่ละคืนค่ะ

 

2. Senses Restaurant, Bar and Lounge เป็นห้องอาหารที่ให้บริการอาหาร Middle Eastern เมนูส่วนใหญ่มาจาก Morocco และ Lebanon และ Indian Ocean Favorite ซึ่งเมนูส่วนใหญ่มาจากทางใต้ของอินเดียและศรีลังกา ห้องอาหารนี้อยู่ใกล้ infinity pool แยกเป็นสองอาคาร ซึ่งอาคารนึงจะเป็นห้องอาหารและอีกอาคารเป็น lounge & bar ห้องอาหารนี้ให้บริการมื้อเที่ยง มื้อค่ำและช่วง afternoon ด้วยค่ะ

 

3. Allegia เป็นห้องอาหารชื่อดังของที่ LUX* South Ari Atoll เพราะมักจะถูกจองเต็มตลอด จึงเหมาะที่จะจองล่วงหน้า ตั้งอยู่ตรงกลางของเกาะ อาหารที่ให้บริการจะเป็นอาหารอิตาเลี่ยน ซึ่งเปิดให้บริการเฉพาะมื้อค่ำค่ะ

 

4. Veil Bar เป็นบาร์ที่ตั้งอยู่ใกล้สระว่ายน้ำและเปิดให้บริการมื้อกลางวัน ถึง โมงเย็นของทุกวันค่ะ 

 

5. Beach Rough เป็นห้องอาหารและบาร์ที่ตั้งอยู่บริเวณกลางๆของเกาะ ให้บริการมื้อเที่ยงและมื้อค่ำ อาหารที่ให้บริการจะเป็น Mediterranean รวมถึงมีพิซซ่าและเครื่องดื่มให้บริการ ในช่วงกลางคืนจะมี DJ มาเล่นแผ่นให้ฟังกันด้วยค่ะ

 

6. Umami แค่ชื่อก็บ่งบอกประเภทอาหารได้แล้ว เพราะที่ห้องอาหารนี้จะเสิรฟ์อาหารญี่ปุ่น เช่น sushi sashimi teppanyaki ที่เลือกสรรวัตถุดิบมาเป็นอย่างดี ตั้งอยู่ใกล้ reception และห้องอาหาร East Market ห้องอาหาร Umami นับเป็นห้องอาหาร Premium ในรีสอร์ทแห่งนี้ที่ควรค่าแห่งการลองสักครั้งนึง จำนวนที่นั่งค่อนข้างจำกัด แนะนำให้จองล่วงหน้าค่ะ

 

7. East Market and Bar เป็นห้องอาหาร buffet ที่เป็นอีกทางเลือกนึงนอกเหนือจาก MIXE ซึ่งจะให้บริการมื้อเช้าและมื้อค่ำ แต่ความแตกต่างจะเป็นประเภทอาหารที่ให้บริการที่จะเน้นไปทางเอเซีย เช่น อาหารจีน อาหารเกาหลี อาหารญี่ปุ่น อาหารมาเลเซียและอาหารไทย ห้องอาหารนี้ตั้งอยู่ถัดจากห้องอาหาร Umami ลักษณะการจัดห้องอาหารนี้จะเหมือนกับตลาด มีอาหารให้เลือกหลากหลาย โดยจะมี chef มาปรุงอาหารสดให้ได้รับประทานกันอีกด้วย ห้องอาหารนี้จะเป็นที่นิยมในกลุ่มคนเอเซีย ในช่วง 5โมงเย็นถึงเที่ยงคืน จะมีให้บริการเครื่องดื่มให้ชิลๆที่ระเบียงกันอีกด้วยค่ะ ทีมงานได้ลองทานแล้วอาหารอร่อยใช้ได้เลยค่ะ

 

8. Lagoon Bar เป็นห้องอาหารและบาร์ที่อยู่ติดกับชายหาด ใกล้ๆกับ reception และ water sports ให้บริการเฉพาะมื้อเที่ยง อาหารที่เสิร์ฟจะเป็นอาหารง่ายๆ เช่น hamburger หรือ salad

 

9. LUX* Cafe ตั้งอยู่ไม่ไกลจาก reception ให้บริการกาแฟที่ได้คัดสรรเมล็ดกาแฟจากแหล่งที่ดีของโลกมารวมกัน และขนมต่างๆ โดย barista กาแฟของ LUX* เป็นที่รู้จักและชื่นชอบในกลุ่มผู้เข้าพักมากค่ะ

 

จากข้อมูลเกี่ยวกับห้องอาหารและบาร์เครื่องดื่มข้างต้น จะเห็นได้ว่าความหลากหลายในอาหารและเครื่องดื่มที่มีให้บริการ ณ รีสอร์ทแห่งนี้ จะไม่ทำให้ผู้เข้าพักเบื่อกับการพักผ่อนบนเกาะแห่งนี้ รวมถึงเป็นอีกนึงจุดขายของ LUX* South Ari Atoll ในกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปประเทศมัลดีฟส์ค่ะ

 

กิจกรรมที่สามาถทำได้ช่วงที่พักอยู่ LUX* South Ari Atoll

กิจกรรมทางน้ำที่น่าสนใจ

ที่ LUX* South Ari Atoll เตรียมกิจกรรมหลากหลายอย่างไว้ให้บริการ ทั้งแบบ non-motorized เช่น Kayak Stand up Paddleboard House Reef Snorkeling และ motorized water sport เช่น Jet Ski แต่นึงใน highlights ของกิจกรรมที่ไม่ควรพลาดคือ ว่ายน้ำคู่กับ Whale Shark ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ขึ้นชื่อของ LUX* South Ari Atoll เพราะตั้งอยู่ใกล้กับแนวปะการังที่ฉลามวาฬจะมาให้กำเนิดลูก และฉลามวาฬเหล่านี้จะอาศัยอยู่บริเวณนี้จนกระทั่งเป็นวัยรุ่นแล้วถึงจะแยกย้ายออกไปยังท้องทะเลอันกว้างใหญ่ต่อไป ส่วนใหญ่แล้วฉลามวาฬจะอาศัยอยู่ในทะเลลึก แต่บางครั้งพวกมันจะขึ้นมาบนผิวน้ำ ทำให้สามารถมองเห็นและว่ายน้ำกับพวกมันได้เลย แต่มีกฏว่าห้ามเข้าใกล้และแตะต้องสัตว์น้ำ ในทุกๆวันจะมีเรือจากหลายรีสอร์ทใกล้มาเยี่ยมชมเจ้าเหล่าฉลามวาฬนี้ รวมถึงเรือของ LUX* South Ari Atoll เช่นกันค่ะ

 

นอกจากนี้ยังสามารถเลือกทำกิจกรรมอื่นๆ เช่น Snorkeling, Fishing trip, Sunset Cruise ได้ซึ่งสามาถเช็คตารางกิจกรรมและค่าบริการได้ที่ water sports ของรีสอร์ทค่ะ 

 

กิจกรรมบนบกที่น่าสนใจ

ผู้เข้าพักสามารถ enjoy กับกิจกรรมมากมายบนเกาะ เช่น โยคะ, ออกกำลังกายที่ยิม, การขี่จักรยานหรือวิ่งรอบ เกาะ, ตีเทนนิส, อ่านหนังสือที่ห้องสมุด หรือจะร่วมกิจกรรม treasure hunt ที่รีสอร์ทเตรียมขวดแก้วใส่ข้อความเอาไว้ แอบซ่อนไว้ตามจุดต่างๆของรีสอร์ท หากใครหาเจอสามารถนำมารับรางวัลกับทางรีสอร์ทได้เวลาค่ะ หากใครที่คิดถึงบ้าน สามารถใช้ phone booth โทรหาใครก็ได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายค่ะ

 

นอกจากนี้ที่รีสอร์ทยังมีสระว่ายน้ำ 2 สระให้บริการ นอกไปจากสระว่ายน้ำในห้องพัก สระว่ายน้ำแรกคือ Infinity pool ตั้งอยู่ระหว่าง Beach Rough และห้องอาหาร Senses สระนี้เหมาะกับผู้ใหญ่มากกว่าเพราะความลึกของสระ ส่วนสระว่ายน้ำอีกสระจะตั้งอยู่ใกล้ Veli Bar เป็นสระวงกลมและมีพื้นที่ตื้นจึงเหมาะกับเด็กเล็กมากกว่าค่ะ

 

Infinity Pool 

Pool at Veli Bar

 

Spa Treatment เป็นอีกกิจกรรมที่พลาดไม่ได้ และที่ LUX* South Ari Atoll ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์สปาของตนเองขึ้นมาให้บริการ ห้อง treatment มีทั้งที่อยู่บนหาดและอยู่กลางน้ำค่ะ

 

Meal Plan ที่ให้บริการใน LUX* South Ari Atoll

ที่นี่มีให้บริการทั้งแบบเริ่มต้น คือ Bed & Breakfast (อาหารเช้า) ไปจนถึง Half Board (อาหารเช้าและอาหารเที่ยงหรือค่ำ ไม่รวมเครื่องดื่มใดๆ), Full Board (อาหารเช้า เที่ยงและค่ำ ไม่รวมเครื่องดื่มใดๆ) และ All Inclusive meal plan (อาหารเช้า เที่ยงและค่ำ รวมเครื่องดื่มตามที่กำหนด) ที่รวมให้ค่อนข้างครบและคุ้มค่า การเลือกว่าจะใช้ meal plan แบบไหนขึ้นอยู่กับlifestyle ของแต่ละท่าน แต่ถ้าไม่อยากจะต้องระวังกับการใช้เงินในรีสอร์ทAll Inclusive ก็นับว่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจค่ะ

 

จากข้อมูลทั้งหมดที่รีวิวมา จะเห็นได้ว่า LUX* South Ari Atoll เป็นอีกรีสอร์ทที่น่าสนใจและให้ความคุ้มค่าในการเข้าพักที่มัลดีฟส์ ถึงแม้จะไม่ได้เป็นรีสอร์ทที่หรูมากๆ แต่ได้ใจทีมงานทั้งด้านความสวยงามในการตกแต่ง,ความใส่ใจในรายละเอียดของอาหารและเครื่องดื่มที่หลากหลาย, กิจกรรมทั้งทางน้ำและทางบกมากมายให้เลือกทำกันแบบไม่เบื่อ และที่สำคัญการบริการของทีมงานที่เป็นมืออาชีพและเป็นมิตรคอยให้บริการในทุกๆจุดของรีสอร์ท

 

หากท่านใดสนใจเดินทางไปมัลดีฟส์ สามารถสอบถามข้อมูลและคำแนะนำในการเลือกรีสอร์ทได้จากทีมงาน Maldiveslover และ Facebook: All About Maldives เรายินดีให้บริการและจะทำให้ทริปของคุณเป็นทริปที่อยู่ในความทรงจำตลอดไปค่ะ ขอบคุณค่ะ

 

Facebook: All About Maldives 

Line: @allaboutmaldives

Tel: 081-701-0091, 090-912-0987, 02-538-1374

guest

Post : 2021-04-08 15:48:48.0     Forum: Review Resorts and Useful Information  >  รีวิว การล่องเรือยอร์ชสุดหรู Andaman Cruise ในเครือโรงแรม Twinpalms จังหวัดภูเก็ต

วันนี้ทีมงานจะมารีวิวการล่องเรือ Andaman Cruise เรือยอร์ชสุดหรูในเครือโรงแรม Twinpalms จังหวัดภูเก็ตที่ได้มีโอกาสไปสัมผัสมาเมื่อไม่นานนี้ค่ะ ก่อนจะไปเล่าถึงประสบการณ์ในครั้งนี้ ขออนุญาตเกริ่นสั้นๆให้ทราบว่าเรือนี้ได้เคยต้อนรับและให้บริการทั้งดาราระดับ Hollywood เช่น Brad Pitt, Angelina Jolie, Leonardo Dicaprio และเมื่อไม่นานมานี้ยังได้ต้อนรับดาราชื่อดังในไทยอีกด้วยค่ะ 

 

ทริปพิเศษในครั้งนี้เกิดขึ้นได้เพราะความใจดีของทีมงาน Twinpalms ที่ได้จัดทริปแบบ exclusive ให้ทีมงานได้มีโอกาสไปล่องเรือยอร์ชในทะเลฝั่งอ่าวพังงาไปยังเกาะนาคาและเกาะแพ ในวันที่ทีมงานเดินทางไปนั้น ฝนตกตั้งแต่เช้าจนถึงช่วงบ่ายๆ คิดว่าจะไม่ได้ไปล่องเรือ แต่ทาง Andaman Cruise แจ้งว่าทะเลสงบ สามารถเดินทางได้ ทีมงานจึงตกลงกันว่าจะล่องเรือในช่วงบ่ายนี้ โดยมารอที่ lobby ของโรงแรม Twinpalms Phuket ที่พักอยู่ เมื่อถึงเวลา 13:30 น. จะมีรถของโรงแรมมารับและพาไปส่งที่ท่าเรืออ่าวปอ มารีน่า ซึ่งเป็นท่าเรือจอดเรือยอร์ชของภูเก็ต ใช้เวลาในการเดินทางไปที่ท่าเรือประมาณ 30-40 นาทีค่ะ

 

เมื่อไปถึงท่าเรือจะมีเจ้าหน้าที่มารอรับเพื่อขึ้นรถ buggy โดยไม่ต้องเดินไปลงท่าเรือเอง สบายมากๆๆค่ะ เมื่อไปถึงที่เรือยอร์ชที่ชื่อ OLYMPIA ที่จอดอยู่ จะมีเจ้าหน้าที่ 3 ท่านและกัปตันมาคอยต้อนรับและดูแลในการขึ้นเรือยอร์ชในครั้งนี้

 

เมื่อขึ้นเรือมาแล้ว เจ้าหน้าที่จะขอให้ถอดรองเท้าเก็บเอาไว้ก่อนและเริ่มแนะนำตัวเอง พร้อมอธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับเรือให้ทราบ โดยเริ่มจากแต่ละส่วนของเรือที่สามารถใช้ได้ ด้านล่างของเรือจะมีส่วนที่เป็นห้องนอน 4 ห้อง และมีห้องน้ำ 3 ห้อง อยู่บริเวณด้านหน้าของเรือ สามารถใช้พักผ่อนได้ตามอัธยาศัย แต่ถ้าหากเป็นคนที่เมาเรือง่ายจะไม่แนะนำให้อยู่บริเวณนั้นค่ะ 

 

ในส่วนด้านหลังจะเป็นห้องนั่งเล่น ซึ่งเป็นห้องแอร์ทั้งหมด มีปลั๊กไฟ USB เตรียมเอาไว้ให้พร้อม ส่วนทางด้านท้ายของเรือที่อยู่ด้านนอกจะเป็นที่นั่งเล่นสำหรับรับลมเย็นๆ 

 

ส่วนที่เป็น highlight ของเรือนั้นจะอยู่ด้านหน้าและด้านบนของเรือ เพราะจะเป็นจุดที่สามารถชมวิวทะเลได้ 180 องศากันทีเดียวและเป็นมุมถ่ายรูปเก๋ๆ ซึ่งจัดเป็นมุมโซฟาอย่างเป็นส่วนตัวให้นั่งๆ drink และทานขนมกันอีกด้วยค่ะ ในทริปนี้เจ้าหน้าที่ของเรือ Andaman Cruise ได้เตรียมเครื่องดื่มเย็นๆ เช่น ไวน์ น้ำอัดลม น้ำผลไม้ และขนมคบเคี้ยวเอาไว้ให้ด้วยค่ะ หากใครอยากจะนำเบียร์ เครื่องดื่มอื่นๆ หรืออาหารมารับประทานบนเรือ ทางเจ้าหน้าที่ก็ไม่ขัดข้องนะคะ 

 

เมื่อล่องเรือไปได้ไม่นาน ก็จะเห็นเกาะนาคาใหญ่ ซึ่งกัปตันจะไปจอดเรือและให้ลงเรือเล็กไปยังชายหาดของเกาะนาคา เพื่อเดินเล่นและถ่ายรูป บนเกาะจะมุมถ่ายรูปเยอะ เช่น ชิงช้า บันไดสวรรค์ที่เป็นมุมถ่ายรูปเก๋ๆ ที่พลาดไม่ได้เลย ทรายบนเกาะนาคามีความนิ่มแบบคอฟฟี่เมตเลยค่ะ หากใครต้องการจะว่ายน้ำก็สามารถทำได้ เพราะทางเรือจะเตรียมผ้าขนหนูเอาไว้ให้หรือจะขึ้นไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดบนเรือก็ทำได้ค่ะ วันที่ทีมงานไปนั้นไม่มีนักท่องเที่ยวบนเกาะ จึงสงบและสวยงามมาก เมื่อถ่ายรูปกันเสร็จแล้ว เจ้าหน้าที่จะนำเรือเล็กมารับกลับไปขึ้นเรือค่ะ

 

เมื่อพร้อม กัปตันจะออกเดินทางต่อไปยังเกาะแพ ซึ่งเป็นเกาะขนาดเล็กๆ ที่เมื่อน้ำลงจะเห็นเป็น Sand Bank หรือที่เรียกกันว่าสันทรายเดินถึงกันได้ หากท่านใดต้องการจะนำเครื่องดื่มลงไปนั่งทานที่ Sand Bank ชิลๆ ก็ทำได้ แต่ต้องเก็บขยะกลับขึ้นเรือกลับมาให้หมดด้วยนะคะ หากวันไหนอากาศดีๆ กัปตันจะให้นั่งชมพระอาทิตย์ตกดินจากเกาะแพหรือจะขึ้นมานั่งชมบนเรือยอร์ชก็ได้ค่ะ 

 

เมื่อถึงช่วงประมาณ 18:30 น. ก็ถึงเวลากลับขึ้นเรือยอร์ช เพื่อกลับมายังท่าเรืออ่าวปอ มารีน่ากันค่ะ ใช้เวลาไม่นานก็จะมาถึงท่าเรือ เจ้าหน้าที่จะมารอรับพร้อมกับรถ Buggy เพื่อไปขึ้นรถที่ทางโรงแรม Twinpalms เตรียมเอาไว้กลับไปยังโรงแรม ก่อนกลับเจ้าหน้าที่เรือยังช่วยถ่ายรูปกลุ่มกับเรือ Olympia เป็นที่ระลึกให้อีกด้วยค่ะ อย่างที่เค้าว่าไว้ เวลาแห่งความสุขมักจะผ่านไปเร็วค่ะ 

 

สำหรับท่านใดที่สนใจจะสัมผัสประสบการ์ณสุดหรูบนเรือยอร์ชแบบนี้ สามารถจองแพ็คเกจห้องพัก 3 วัน 2 คืน Phuket Discovery ของโรงแรม Twinpalms Phuket หรือ Twinpalms Montazure ที่มีโปรโมชั่นอยู่ในขณะนี้กับทีมงานได้ เพราะในแพ็คเกจจะรวมทริปล่องเรือ Sunset Cruise นี้เอาไว้ พร้อมอาหาร 2 มื้อ ณ ห้องอาหารในเครือ Twinpalms และรถเช่าขับเองอีกด้วย แต่สำหรับทริปเรือจะมีให้บริการเฉพาะวันเสาร์และต้องเช็คว่าว่างมั้ย เพราะบางครั้งเรือ Andaman Cruise อาจจะไม่ว่างจากการเหมาลำได้ค่ะ หรือหากท่านใดสนใจจะเหมาลำล่องทะเลเต็มวันหรือครึ่งวัน ก็สามารถสอบถามราคาและรายละเอียดกับทีมงานเราได้เช่นกันค่ะ

 

สนใจหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 090-912-0987 หรือ line @allaboutmaldives ได้นะคะ

guest

Post : 2020-07-14 18:04:48.0     Forum: Review Resorts and Useful Information  >  รีวิว Crossroads Project ที่ยิ่งใหญ่โดยนักลงทุนของไทยและน่าสนใจเป็นที่สุด

CROSSROADS PROJECT
 
สำหรับรีวิวนี้ ทีมงาน Maldives Lover จะมาแนะนำ Flagship Project ล่าสุดของบริษัทคนไทยที่ได้ไปสร้างความตื่นเต้นให้กับประเทศมัลดีฟส์นั้นก็คือ CROSSROADS โครงการสำหรับการพักผ่อนและไลฟ์สไตล์ครบวงจรขนาดใหญ่ที่สุดแห่งแรกในประเทศมัลดีฟส์ ที่เพิ่งจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือน ก.ย. 2562 โครงการนี้บริหารโดยบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง SINGHA ESTATE ของคนไทยนั้นเอง

โครงการ CROSSROAD นี้ตั้งอยู่ใน Emboodhoo Lagoon South Male Atoll ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากเมืองมาเล่หรือสนามบินหลัก Velena International Airport จึงเหมาะกับทางทั้งนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะเข้ามาพักผ่อนที่รีสอร์ทแบบค้างคืนหรือจะเป็นการเดินทางเข้ามาเที่ยวแบบ one day trip นอกจากนี้ส่วนของ THE MARINA @ CROSSROADS ยังเป็นจุด Hang out ใหม่ของชาวมัลดีฟส์อีกด้วย โครงการ CROSSROADS ประกอบด้วยหมู่เกาะสร้างใหม่จำนวน 9 เกาะ โดยแต่ล่ะเกาะจะสร้างประสบการณ์พักผ่อนสไตล์รีสอร์ทที่ต่างกันออกไป แบบ“หนึ่งเกาะต่อหนึ่งรีสอร์ท” โดยทาง SINGHA ESTATE แบ่งออกเป็น2 เฟส ในเฟสแรก 3 เกาะ เปิดให้บริการ ส่วนเฟสที่ 2 ประกอบด้วยเกาะใหม่อีก 6 เกาะ ซึ่งคาดว่าจะเปิดได้ทั้งหมดภายใน 5 ปีข้างหน้า สำหรับ ณ ตอนนี้ CROSSROADS ทั้ง 3 เกาะที่เปิดแล้ว จะเชื่อมกันโดยสะพานให้สามารถเดินทางไปมาสะดวก โดย ณ ตอนนี้จะประกอบไปด้วย รีสอร์ท SAII LAGOON MALDIVES Collection by Hilton, โรงแรมชื่อดังอย่าง HARD ROCK MALDIVES และ THE MARINA @CROSSROADS ส่วนที่จะให้ความบันเทิงต่างๆกับผู้มาเยี่ยมเยียน CROSSROADS แห่งนี้ จึงนับว่า CROSSROADS เป็นศูนย์รวมประสบการณ์การช้อบปิ้ง, สปา, การรับประทานอาหาร, การเรียนรู้, การประชุม, การเข้าพักที่ครบวงจรมากที่สุดในตอนนี้

เกาะที่ 1 THE MARINA @CROSSROADS เป็นเกาะแรกจะเป็นที่ตั้งของศูนย์กลางโครงการฯ พื้นที่สำหรับความบันเทิงและร้านค้าปลีกขนาด 11,000 ตารางเมตร โดยจะมีทั้งโซนช้อปปิ้งหลากหลายแบรนด์ ร้านอาหารสุดหรู ศูนย์ประชุมอันทันสมัย และกีฬาทางน้ำและศูนย์ดำน้ำภายใต้หลักสูตรของ PADI CROSSROADS EVENT HALL ศูนย์การเรียนรู้ทางทะเล THE KOIMALA & MAALIMI’S JUNIOR BEACH CLUB & CAMP Marine Discovery Centre และยังมีศูนย์อนุรักษ์ปะการัง เพื่อสนับสนุนงานวิจัยของนักชีววิทยาทางทะเลเกี่ยวกับการปลูกปะการัง และการทำแปลงอนุบาลปะการังในพื้นที่ทางทะเลที่ครอบคลุมบริเวณกว่า 64,000 ตารางเมตร
 
ท่าเรือ THE MARINA ที่รอต้อนรับนักท่องเที่ยวที่จะมาเยี่ยมชม

   

 

    
ท่าเรือสำหรับจอดเรือยอร์ชในวันฟ้าใส

 
  

  
MALDIVES DISCOVEY CENTER ศูนย์เรียนรู้เชิงวัฒนธรรม ที่จะมีพื้นที่จัดแสดงงานศิลปะ งานฝีมือ และวิถีชีวิตของคนท้องถิ่น รวมทั้งให้ความรู้เกี่ยวกับการอนุรักษ์ธรรมชาติ พร้อมโซนเล่นเกมแบบอินเตอร์แอคทีฟสำหรับเด็ก
เหมาะสำหรับทุกคนที่ต้องการทราบข้อมูลเกี่ยวกับประเทศมัลดีฟส์ โดยเฉพาะเด็กๆ

สำหรับส่วนที่น่าสนใจของผู้ที่สนใจเดินทางไปเที่ยว One Day Trip หรือจะพักที่รีสอร์ทในเครือ CROSSROADS ที่ THE MARINA จะเป็นร้านอาหารชื่อดังต่างๆ ที่มารวมกันให้เลือกรับประทานกัน 
1. ร้าน MINISTRY OF CRABS ร้านชื่อดังในเรื่องอาหาร Seafood โดยเฉพาะเมนูจากปูจากประเทศศรีลังกา
2. ร้าน JIAO WU ร้านอาหารจีน
3. ร้าน KEBAB AND KERRY ร้านอาหารที่เสิร์ฟอาหารอินเดีย
4. ร้าน KINKAO ร้านอาหารไทย
5. ร้าน NIHONBASHI BLUE ร้านอาหารญี่ปุ่น
6. ร้าน CARNE DIEM ร้านอาหารที่เสิร์ฟสเต็กชื่อดังจากหลายประเทศ
นอกจากนี้ยังมี Kiosk เครื่องดื่มชื่อดังของประเทศมัลดีฟส์มาให้ได้ลองกันอีกด้วยค่ะ

ในส่วนของประสบการณ์ในการ Shopping นั้น ทางโครงการ CROSSROADS ได้รวบรวมร้านค้าทั้งแนวแฟชั่น ความสวยงามและของที่ระลึกเอาไว้ให้ได้เลือกสรรกันอีกด้วยค่ะ อีกทั้งยังมี Minimart ร้านขาย Sim Card Dhiraagu ไว้ให้บริการค่ะ ตอนที่ทีมงานได้ไป ร้านเหล่านี้ยังไม่เปิด เลยไม่มีรูปมาฝากค่ะ

อีกหนึ่งส่วนสำคัญของที่นี่คือ หอประชุม THE EVENT HALL @CROSSROADS ที่จัดว่าเป็นสถานที่หลักของหลายๆคณะที่สนใจจัดงานในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการประชุม การแต่งงาน หรือปาร์ตี้
 

ตอนนี้เราก็ได้แนะนำให้ทราบถึงภาพรวมของโครงการ CROSSROADS ที่เป็น MEGA PROJECT ที่เกิดขึ้นในประเทศมัลดีฟส์ล่าสุดในทราบกันไปพอประมาณแล้ว ในรีวิวต่อๆไป ทีมงานจะเจาะลึกถึงรายละเอียดของ 2 รีสอร์ทที่เป็นส่วนหนึ่งของโปรเจคนี้ให้ทราบกันค่ะ ฝากติดตามกันด้วยนะคะ

 

*** สนใจ Promotion พิเศษของโรงแรม HARD ROCK MALDIVES และ SAII LAGOON MALDIVES 
สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 538-1374, 081 701-0091****

guest

Post : 2020-07-14 17:52:53.0     Forum: Review Resorts and Useful Information  >  รีวิว Saii Lagoon Maldives, Curio Collection by Hilton รีสอร์ทสุดเก๋ไก๋ในการดีไซน์ที่คุณจะไม่ลืม

รีวิวนี้จะเป็นการแนะนำเกาะที่ 2 ของโปรเจ็ค CROSSROAD โรงแรม SAII LAGOON MALDIVES, CURIO COLLECTION BY HILTON รีสอร์ทระดับ 4 ดาวที่เก๋ไก๋ เพราะตกแต่งได้ชิค นับเป็นอีกรีสอร์ทที่ไม่ควรพลาดของคนที่ชอบถ่ายรูป เหมาะสำหรับทั้งคู่รักและครอบครัว เพราะอนุญาตให้เด็กเข้าพักได้ 
 
การต้อนรับที่สนามบิน
เมื่อเดินทางมาถึงสนามบิน Velena International Airport และเมื่อเดินออกมาจากสนามบินเรียบร้อยแล้ว จะพบกับเจ้าหน้าทีที่ถือป้ายของ SAII LAGOON MALDIVES เมื่อเจอสามารถเดินเข้าไปแจ้งได้เลยค่ะ เจ้าหน้าที่จะทำการเช็คชื่อผู้เดินทาง พร้อมติด Tag กระเป๋าให้ เมื่อเสร็จแล้วเจ้าหน้าที่อาจจะพาไปที่ท่าเรือเลยหรือแจ้งให้รอแขกท่านอื่นที่จะเดินทางเข้ารีสอร์ทพร้อมกับเราค่ะ เมื่อพร้อมแล้ว เจ้าหน้าที่ของรีสอร์ทจะนำท่านไปยังท่าเรือ ซึ่งอยู่ติดกับสนามบินเพื่อลงเรือ speedboat ของทางรีสอร์ทต่อไป
 
การเดินทางเข้าเกาะ
ในส่วนของการเดินทางไปยัง SAII LAGOON MALDIVES จะใช้เวลาเดินทางจากสนามบินหลักด้วย Speedboat (เรือเร็ว) ขนาดประมาณ 15 ที่นั่ง โดยใช้เวลาประมาณ 15 นาทีตามสภาพอากาศปกติค่ะ ก่อนลงเรือเจ้าหน้าที่จะนำเสื้อชูชีพมาให้ใส่และนำกระเป๋าเดินทางลงเรือให้ก่อน เมื่อพร้อมก็จะเชิญให้ทุกคนลงเรือ ท่านใดลงก่อนก็จะได้เลือกที่นั่งก่อนค่ะ

การต้อนรับและการเช็คอิน
สำหรับที่ รีสอร์ท SAII LAGOON MALDIVES ลูกค้าที่เข้าพักที่นี่เรือ Speedboat จะจอดที่ท่าเรือของ THE MARINA แล้วต้องนั่งรถกอล์ฟเข้าไปที่รีสอร์ทค่ะ เมื่อถึง Lobby ของรีสอร์ทเจ้าหน้าที่จะมาต้อนรับกันอย่างอบอุ่นและนำเราไปทำการ Check in ซึ่งการเช็คอินก็จะมีการขอเอกสารพาสปอร์ตและจะนำกุญแจห้องมาให้ค่ะ ตอนนี้ที่ทางทีมงานไป ได้เจอกับเจ้าหน้าที่คนไทยด้วยค่ะ
     

ภายในรีสอร์ทจะมี ร้านที่ให้บริการเครื่องดื่มและไอศกรีมชื่อว่า BEAN/CO Brew Coffee ที่นี่จะเน้นการให้บริการ ชา กาแฟ ไอศกรีม Homemade ที่ทำจากผลไม้สดๆ ไม่ใส่น้ำตาลเพิ่มเติม และใครที่ชื่นชอบชาไข่มุก ที่รีสอร์ท SAII LAGOON MALDIVES มีให้บริการด้วยค่ะ แต่ร้านนี้จะไม่รวมใน All Inclusive meal plan นะคะ

ก่อนเจ้าหน้าที่จะส่งเราไปที่ห้องพัก พนักงานจะทำการแนะนำและอธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับรีสอร์ทให้ทราบ ไม่ว่าจะเป็นเวลาเปิดปิดของห้องอาหาร บาร์ รวมไปถึงกิจกรรมต่างภายในรีสอร์ทที่เตรียมไว้สำหรับผู้เข้าพักทั้งผู้ใหญ่และเด็ก ในส่วนของกระเป๋าเดินทางนั้นเจ้าหน้าที่ของรีสอร์ทจะทำการนำกระเป๋าไปไว้ที่ห้องพักให้เองค่ะ 

 

รูปแบบห้องพัก
หลังจากการ Check in พนักงานของรีสอร์ทจะพาเราไปที่ห้องพักที่ได้จองเอาไว้ ซึ่งห้องพักของที่นี่จะตกแต่งไว้อย่างมีสไตล์ในแบบเฉพาะตัวเลยคะ จะเป็นแนวทันสมัยผสมกลิ่นอายของโบฮีเมียนซึ่งน่าจะเป็นที่ชื่นชอบสำหรับผู้ที่ชอบการถ่ายรูปค่ะ ในห้องพักทุกห้องจะมีจอทีวีที่บอกกิจกรรม, ร้านอาหาร, ข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับรีสอร์ทให้ทราบซึ่งดีมากๆเลยค่ะ ที่รีสอร์ท SAII LAGOON MALDIVES จะมีห้องพักทั้งบนหาดและกลางน้ำ 
•    สำหรับห้องพักที่ตั้งอยู่บนหาด 2 แบบแรกจะมีลักษณะเป็นอาคาร 2 ชั้น การตกแต่งภายในของทั้ง 2 แบบจะเหมือนกัน โดยห้องชั้นบนจะมีชื่อว่า SKY ROOM และห้องด้านล่างชื่อ BEACH ROOM มีขนาดประมาณ 44 - 45 ตารางเมตร ระเบียงห้องจะหันออกทางทะเลทั้ง 2 แบบ แต่จะต่างกันที่ห้อง BEACH ROOM จะสามารถเดินทางลงไปตามชายหาดได้เลยค่ะ
       
ห้อง SKY ROOOM
   
ห้อง BEACH ROOM

•    ห้อง BEACH VILLA เป็นห้องพักที่ตั้งอยู่บนชายหาดเป็นลักษณะวิลล่าตั้งอยู่เดี่ยวๆ มีขนาดประมาณ 60 ตารางเมตร ห้องพักตกแต่งออกมาได้อย่างมีสไตล์ และยังมีส่วนของห้องน้ำที่มีอ่างอาบน้ำตั้งอยู่ด้านหลังห้องเป็นแบบ Outdoor ไว้สำหรับนอนแช่อ่างดูดาวตอนกลางคืนอีกด้วยค่ะ
     


ในส่วนของห้องที่ตั้งอยู่กลางน้ำแบบเริ่มต้นที่เป็นที่นิยมก็จะเป็น ห้อง OVERWATER VILLA ขนาดห้องพักประมาณ 84 ตารางเมตร โดยห้องพักจะเรียงรายไปตามทาง ห้อง OVERWATER VILLA เหมาะสำหรับทั้งคู่รักหรือจะเป็นครอบครัวที่มีเด็กก็ได้ เพราะที่นี่อนุญาตให้เด็กพักห้องกลางน้ำได้และสามารถพัก 3 ท่านได้ แต่เตียงเสริมจะเป็นการเปลี่ยนโซฟามาเป็นที่นอนค่ะ เมื่อเข้าห้องมาจะพบกับเตียงนอนขนาดใหญ่และเมื่อออกไปริมระเบียงจะพบกับอ่างอาบน้ำ และ ตาข่ายไว้นั่งชมวิวอีกด้วยค่ะ
     

   

สำหรับท่านที่มากันแบบครอบครัว รีสอร์ท SAII LAGOON MALDIVES ก็มีห้องพักที่รองรับการเข้าพักสำหรับครอบครัวด้วยเหมือนกันค่ะ โดยจะมีทั้งหมด 2 แบบ 
•    ห้อง 2 BEDROOM BEACH VILLA เป็นห้องพักแบบครอบครัวที่ตั้งอยู่ริมชายหาด ขนาดห้องพักประมาณ 120 ตารางเมตร โดยจะมี 2 ห้องนอน โดยห้องใหญ่จะเป็นห้องที่มีเตียงใหญ่และอีกห้องนอนจะเป็นเตียงเล็ก 2 เตียงค่ะ
      

 
 

•    ห้อง 2 BEDROOM OVERWATER POOL VILLA เป็นห้องพักที่ตั้งอยู่กลางทะเลที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ขนาดห้องพักประมาณ 240 ตารางเมตร มี 2 ห้องนอนและ 2 ห้องน้ำ สามารถเข้าพักได้ทั้งหมดสูงสุดผู้ใหญ่ 4 ท่าน และเด็ก 2 ท่าน โดยจะมี 2 ห้องนอนค่ะ โดยจะเป็นห้องประเภทเดียวที่มีสระว่ายน้ำส่วนตัวด้วยค่ะ 


  
     
RESTAURANTS & BARS
คอนเซ็ปต์ในการรับประทานอาหารของที่รีสอร์ท SAII LAGOON MALDIVES นั้นเหมือนกับของที่ HARD ROCK MALDIVES ซึ่งจะมีห้องอาหารหลักๆในรีสอร์ทให้บริการ ทั้งนี้ผู้เข้าพักที่จองเป็น HALF BOARD, FULL BOARD หรือ ALL INCLUSIVE MEAL PLAN นั้นจะสามารถไปรับประทานที่ห้องอาหารของ HARD ROCK MALDIVES และ THE MARINA @CROSSROAD ได้ด้วย โดยในรีวิวนี้ ทีมงานขออนุญาตแนะนำห้องอาหารของรีสอร์ท SAII LAGOON MALDIVES ให้ทราบกันก่อนนะคะ
•    ห้องอาหารแรกมีชื่อว่า TERRA MAR โดยผู้เข้าพักทีรีสอร์ท SAII LAGOON MALDIVES จะสามารถมาใช้บริการอาหารเช้าได้ที่นี่ค่ะ ห้องอาหารนี้จะอยู่ออกมาด้านนอกของรีสอร์ทเล็กน้อย

•    ห้องอาหาร MISS OLIVE OYL เปิดให้บริการ 2 มื้อ ตั้งแต่มื้อกลางวันและค่ำ โดยให้บริการอาหารสไตล์ MEDITERRANEAN SEAFOOD GRILL ค่ะ ห้องตกแต่งได้สวยงาม เหมาะเป็นอีกมุมในการถ่ายรูปเลยค่ะ  
 
•    สำหรับอีกห้องอาหารที่ไม่ควรพลาดสำหรับคนไทย น่าจะเป็นห้องอาหาร MR.TOMYAM เพราะเป็นลักษณะห้องอาหารสไตล์ไทยผสมผสานกับยุโรป จะเปิดให้บริการเฉพาะมื้อเที่ยงและมื้อค่ำค่ะ ทางทีมงานได้มีโอกาสไปลองรับประทานอาหารที่ห้องอาหาร MR.TOMYAM และต้องขอบอกว่าอร่อยและค่อนข้าง creative ในการเลือกเมนูอาหารมาให้บริการค่ะ ที่นั่งค่อนข้างน้อย ติดทะเล หากสนใจ แนะนำให้ทำการจองล่วงหน้าค่ะ
เนื่องจากรีสอร์ทเป็นส่วนนึงของ CROSSROADS ผู้เข้าพักของที่รีสอร์ท SAII LAGOON MALDIVES ที่จอง Half Board หรือ Full Board หรือ All Inclusive plan สามารถเลือกที่จะไปรับประทานอาหารกลางวันหรือค่ำที่ห้องอาหารที่ตั้งอยู่ในโซน THE MARINA @ CROSSROADS หรือ HARD ROCK MALDIVES ได้อีกด้วย จึงนับเป็นอีกจุดเด่นของการเข้าพักรีสอร์ทในเครือของ CROSSROADS PROJECT สำหรับห้องอาหารที่สามารถไปรับประทานได้จะมี Sessions, Hard Rock Cafe และ The Elephant and The Butterfly ที่ตั้งอยู่ใน HARD ROCK MALDIVES และ Jiao Wu, Kinkao Thai Bistro, Kebab & Kurry, Ministry of Crab, Nihonbashi Blue, Carne Diem (โดย 3 ห้องอาหารหลังสามารถใช้เครดิต $35 ต่อท่าน เฉพาะมื้อค่ำเท่านั้น) 

และสำหรับบาร์ในรีสอร์ท SAII LAGOON MALDIVES จะมีเพียง 1 บาร์มีชื่อว่า MISS OLIVE OYL POOL BAR ค่ะ ตั้งอยู่บริเวณสระว่ายน้ำหลักค่ะ เปิดบริการตั้งแต่ 8.30-22.30 เลยค่ะ ที่นีให้บริการทั้งเครื่องดื่มแบบมีและไม่มีแอลกอฮอลล์ค่ะ
     

FACILITIES และ DIVE CENTER
สำหรับที่รีสอร์ท SAII LAGOON MALDIVES จะมีสระว่ายน้ำหลักติดกับ MISS OLIVE OYL POOL BAR ค่ะ โดยเป็น Infinity edge pool หันหน้าออกทะเลอันสวยงามของประเทศมัลดีฟส์ค่ะ

สำหรับครอบครัวไหนที่มีลูกเดินทางมาด้วยและอยากให้น้องๆได้สนุกสนานในช่วงที่พักผ่อนที่รีสอร์ท สามารถพาไปเล่นได้ที่ THE KOIMALA & MAALIMI’S JUNIOR BEACH CLUB AND CAMP เพราะมีกิจกรรมให้ร่วมทำมากมายค่ะ โดยจะตั้งอยู่ด้านนอกของรีสอร์ทค่ะ

ในส่วนของกิจกรรมทางน้ำที่หลายๆท่านสนใจจะทำเมื่อไปถึงมัลดีฟส์ เช่น Sunset Cruise, Snorkeling trip ทางรีสอร์ท SAII LAGOON MALDIVES ก็มีให้บริการโดยจะเป็นค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ยกเว้นการยืมหน้ากาก Snorkeling, Kayak และ Paddle Boat ค่ะ

 หากท่านใดต้องการจะทำ SPA TREATMENT ที่ SAII LAGOON MALDIVES จะมี LÈN BE WELL SPA ให้บริการค่ะ
     

ในส่วนสุดท้ายจะเป็น GYM ที่ตั้งอยู่ในห้องกระจกกลางรีสอร์ท ซึ่งสามารถเข้าใช้บริการได้ เพียงแค่นำชุดในการออกกำลังกายที่เหมาะสมไปค่ะ
 
จากที่ได้ไปสัมผัสรีสอร์ทหลายๆรีสอร์ท ทีมงานว่ารีสอร์ท SAII LAGOON MALDIVES เป็นอีกหนึ่งรีสอร์ทที่น่าประทับใจ เพราะเดินทางไม่ไกล แนวการตกแต่งรีสอร์ทมีสไตล์ในแบบที่น่าจะโดนใจหลายๆท่าน มีห้องอาหารให้เลือกสรรมากมาย ร่วมถึงร้านอาหารชื่อดังยังมาเปิดให้บริการกันใกล้ๆด้วยคะ

 

สนใจ Promotion พิเศษของรีสอร์ท SAII LAGOON MALDIVES
**** สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 538-1374, 081 701-0091****

guest

Post : 2020-07-14 12:03:21.0     Forum: Review Resorts and Useful Information  >  รีวิว Hard Rock Hotel Maldives รีสอร์ทที่เต็มไปด้วยเสียงดนตรี

สำหรับรีวิวนี้เราจะมาต่อกันที่เกาะที่ 3 ของโครงการ CROSSROADS กับโรงแรม HARD ROCK MALDIVES ระดับ 5 ดาว ในเครือ HARD ROCK และตามสไตล์ของโรงแรม HARD ROCK โรงแรมจะเน้นความบันเทิงด้วยบรรยากาศการพักผ่อนเคล้าดนตรี ลำโพง Bose ที่คอยให้เสียงดนตรีในทุกๆจุดของ HARD ROCK HOTEL และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันสำหรับทุกวัย มีทั้ง Rock Spa ร่วมถึงกิจกรรม Activities มากมายภายในรีสอร์ท 
 
การต้อนรับที่สนามบิน
เมื่อเดินทางมาถึงสนามบิน Velena International Airport นักท่องเที่ยวทุกคนจะต้องผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง รับกระเป๋า และเมื่อเดินออกมาจากสนามบินเรียบร้อยแล้ว จะพบกับเจ้าหน้าที่ของรีสอร์ทต่างๆ หรือที่เรียกว่า Airport Representative มาคอยต้อนรับ ท่านสามารถมองหาเจ้าหน้าที่ที่ถือป้ายของ HARD ROCK HOTEL เมื่อเจอสามารถเดินเข้าไปทักได้เลยค่ะ เจ้าหน้าที่จะทำการเช็คชื่อผู้เดินทาง พร้อมติด Tag กระเป๋าให้ เมื่อเสร็จแล้วเจ้าหน้าที่อาจจะพาไปที่ท่าเรือเลยหรือแจ้งให้รอแขกท่านอื่นที่จะเดินทางเข้ารีสอร์ทพร้อมกับเราค่ะ ระหว่างนี้อาจจะไปซื้อ Sim Card หรือเดินทางเล่นแถวๆสนามบินได้ก่อนค่ะ เมื่อพร้อมแล้ว เจ้าหน้าที่ของรีสอร์ทจะนำท่านไปยังท่าเรือ ซึ่งอยู่ติดกับสนามบินเพื่อลงเรือ speedboat ของทางรีสอร์ทต่อไป
   
การเดินทางเข้ารีสอร์ท
ในส่วนของการเดินทางไปยังโรงแรม HARD ROCK MALDIVES จะใช้เวลาเดินทางจากสนามบิน Velena International Airport ด้วย Speedboat (เรือเร็ว) โดยใช้เวลาประมาณ 15 นาทีตามสภาพอากาศปกติค่ะ ก่อนลงเรือ เจ้าหน้าที่จะนำเสื้อชูชีพมาให้ใส่และนำกระเป๋าเดินทางลงเรือให้ก่อน เมื่อพร้อมก็จะเชิญให้ทุกคนลงเรือ ท่านใดลงก่อนก็จะได้เลือกที่นั่งก่อนค่ะ
 


การต้อนรับและการเช็คอิน
   
เมื่อเดินทางมาถึงยังโรงแรม HARD ROCK MALDIVES น้ำทะเลสีสวยๆ ก็ปรากฏตัวให้เราได้เห็นกันและที่ท่าเรือจะมีพนักงานของทางรีสอร์ทมาต้อนรับกันอย่างอบอุ่นและนำเราไปทำการ Check in ที่บริเวณ Lobby ซึ่งจากบริเวณท่าเรือจะมีรถ buggy มารับไปที่ Lobby ด้านบน โดยภายในจะตกแต่งให้ดูโปร่งและเปิดโล่ง 

เนื่องจากมีผู้เข้าพักหลายสัญชาติ ทางรีสอร์ทจึงมีพนักงานต้อนรับจากหลายเชื้อชาติมาคอยดูแล เมื่อพร้อมพนักงานจะขอ passport ของทุกคนเพื่อไปทำการ copy เอาไว้และผู้เข้าพักจะต้องเซ็นต์เอกสารเล็กน้อย ระหว่างนั้นพนักงานอีกท่านจะนำเครื่องดื่มเย็นๆและผ้าเย็นมาให้บริการ เพื่อเป็นการ refresh หลังจากผ่านการเดินทางมาหลายชั่วโมง ก่อนจะส่งเราไปที่ห้องพัก พนักงานจะทำการแนะนำและอธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับรีสอร์ทให้ทราบ ไม่ว่าจะเป็นเวลาเปิดปิดของห้องอาหาร บาร์ รวมไปถึงกิจกรรมต่างภายในรีสอร์ทที่เตรียมไว้สำหรับผู้เข้าพักทั้งผู้ใหญ่และเด็ก ในส่วนของกระเป๋าเดินทางนั้น ไม่ต้องเป็นห่วงเลยค่ะ เพราะเจ้าหน้าที่ของรีสอร์ทจะทำการนำกระเป๋าไปไว้ที่ห้องพักให้เองค่ะ หากผู้เข้าพักท่านใดอยากจะสัมผัสความเป็น HARD ROCK ทางรีสอร์ทจะเสนอให้เปลี่ยนชุดเป็นชุดว่ายน้ำและ slide ตัวลงไปตามสไลเดอร์ที่ติดอยู่กับ Lobby เพื่อไปรับ refreshment ที่บาร์ด้านล่างก็เป็นความเก๋ไก๋อีกแบบค่ะ 

ใกล้ๆกับ Lobby จะมีร้านขายของที่ระลึกสำหรับสาวก HARD ROCK ขายด้วยค่ะ
     
รูปแบบห้องพัก
หลังจากการ Check in พนักงานของรีสอร์ทจะพาเราไปที่ห้องพักที่ได้จองเอาไว้ ซึ่งห้องพักของที่นี่จะตกแต่งไว้อย่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเลยคะ โดยครั้งนี้ทางรีสอร์ทจัดห้องพักแบบ PLATINUM OVERWATER POOL VILLA เอาไว้ให้เรา ซึ่งดีงามที่สุด แต่ก่อนจะไปชมความสวยงามและเท่ห์อย่างมีสไตล์ ทีมงานจะพาไปแนะนำห้องพักแบบอื่นให้ทราบกันก่อนค่ะ 
โดยห้องที่ตั้งอยู่บนหาดจะมีทั้งหมด 4 แบบได้แก่
•    ห้องพัก 2 แบบแรกจะเป็นอาคาร 2 ชั้นที่หันหน้าออกทะเล โดยการตกแต่งภายในจะเหมือนกัน แตกต่างกันวิวบริเวณระเบียงของห้อง 
    - ห้อง SILVER BEACH STUDIO เป็นห้องพักที่ตั้งอยู่บนหาดทรายชั้นล่างโดย มีขนาดประมาณ 46 ตารางเมตร     ทางด้านหน้าห้องจะเป็นวิวชายหาด มีเก้าอี้ชายหาดสามารถออกมานั่งพักผ่อนชิวๆได้ที่หน้าห้องเลยค่ะ
    - ห้อง SILVER SKY STUDIO เป็นห้องพักที่ตั้งอยู่บนตึกเดียวกันและมีลักษณะห้องพักเหมือนกับ SILVER BEACH STUDIO มีขนาดประมาณ 46 ตารางเมตร เพียงแต่ห้องนี้จะตั้งอยู่บนชั้น 2 ค่ะ ถึงห้องจะอยู่ชั้นสอง แต่ก็    สามารถมานั่งรับวิวทะเลได้ที่ระเบียงของห้องได้เหมือนกันค่ะ

 ด้านในห้อง SILVER SKY STUDIO

ด้านในห้อง SILVER BEACH STUDIO

•    ห้อง SILVER FAMILY SUITE (DUPLEX) เป็นห้องที่ติดกับ 2 แบบแรก แต่จะแตกต่างตรงที่เป็น Duplex เป็นห้อง 2 ชั้นจึงเหมาะสำหรับครอบครัวเป็นอย่างมาก ห้องด้านล่างจะเป็นห้องนอนใหญ่ มีห้องน้ำ และห้องด้านบนเป็นห้องที่มีเตียว 2 ชั้นและห้องน้ำของตัวเอง สามารถเข้าพักได้ถึง 4 ผู้ใหญ่ และ 2 เด็ก
   

•    ห้อง GOLD BEACH VILLA เป็นห้องพักที่ตั้งอยู่บนชายหาดที่มีลักษณะวิลล่าตั้งอยู่เดี่ยวๆ ห้องจะไม่ได้เป็นตัวตึกเหมือนห้องแบบอื่น โดยมีขนาดประมาณ 62 ตารางเมตร หันหน้าออกเป็นวิวทะเล
   
     

ในส่วนของห้องที่นับว่าเป็น Highlight ของทุกรีสอร์ทในประเทศมัลดีฟส์ก็คือห้องที่ตั้งอยู่กลางน้ำ ซึ่งที่โรงแรม HARD ROCK MALDIVES จะมีทั้งหมด 4 แบบ โดยห้องกลางน้ำ 2 แบบแรก คือ ห้อง PLATINUM OVERWATER VILLA และ ห้อง PLATINUM OVERWATER POOL VILLA เป็นห้องพักที่ตั้งอยู่กลางทะเล เรียงทอดยาวกันไป โดยขนาดของห้องพักประมาณ 75 ตารางเมตร 
 
ห้องมีขนาดค่อนข้างกว้างขวาง สงบและเป็นส่วนตัว เหมาะสำหรับทั้งคู่รักหรือจะเป็นครอบครัวที่มีเด็กก็ได้ เพราะที่นี่อนุญาตให้เด็กพักห้องกลางน้ำได้ ภายในห้องทั้ง 2 แบบ ถูกออกแบบมาเหมือนกัน โดยเมื่อเปิดห้องเข้ามาจะเจอกับเตียงนอนขนาดใหญ่ ห้องน้ำจะมีอ่างอาบน้ำตั้งอยู่ริมหน้าต่างสามารถนอนแช่อ่างไปด้วยชมวิวไปด้วยได้ นอกจากนี้ยังมีบันไดที่สามารถลงเล่นน้ำทะเลได้จากหน้าระเบียงห้อง หากเป็นห้อง PLATINUM OVERWATER VILLA จะมีตาข่ายที่นอนให้นอนชมวิวทะเลและรับลมได้อย่างสบายใจ ถ้าเป็น PLATINUME OVERWATER POOL VILLA พื้นที่ระเบียงจะมีสระว่ายน้ำ สามารถลงไปแช่น้ำพร้อมชมวิวทะเลสวยของประเทศมัลดีฟส์ได้เลยค่ะ
      
ห้อง PLATINUM OVERWATER VILLA
      
ห้อง PLATINUM OVERWATER POOL VILLA

สำหรับท่านที่มากันแบบครอบครัวหรือมาเที่ยวกันเป็นกลุ่มเพื่อน ที่ HARD ROCK MALDIVES RESORT ก็มีห้องพักที่รองรับการเข้าพักสำหรับกลุ่มนี้เช่นกันค่ะ โดยจะมีทั้งหมด 2 แบบ 
•    ห้อง ROCK ROYALTY OVERWATER POOL VILLA (2 BEDROOMS) เป็นห้องพักที่ตั้งอยู่กลางทะเล ขนาดห้องพักประมาณ 144 ตารางเมตร สามารถเข้าพักได้ทั้งหมดสูงสุด 6 ท่าน โดยจะมี 2 ห้องนอนค่ะ โดยในตัววิลล่าจะมีห้องนั่งเล่นไว้สำหรับเป็นพื้นที่ส่วนกลางและนั่งชมวิว นอกจากนี้ระเบียงก็ยังมีสระว่ายน้ำอินฟินิตี้ไว้สำหรับว่ายน้ำและที่นั่งตาข่ายอีกด้วยค่ะ  ห้องนอนแรกจะเป็นเตียงใหญ่และอีกห้องนอนจะเป็นเตียงเดี่ยวเล็ก 2 เตียง ภายในของห้องนอนทั้ง 2 ห้องจะมีห้องน้ำในตัว ซึ่งเป็นส่วนตัวมากๆ ห้องแบบนี้มีจำนวนน้อย เป็นที่ต้องการ จึงแนะนำให้จองล่วงหน้าหน่อยค่ะ
 
 
•    ห้อง ROCK STAR เป็นห้องพักที่ตั้งอยู่กลางทะเลที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ตั้งอยู่ปลายกิ่งสุดทาง ขนาดห้องพักประมาณ 445 ตารางเมตร สามารถเข้าพักได้ทั้งหมดสูงสุด 4 ท่าน โดยจะมี 2 ห้องนอนค่ะ โดยในตัววิลล่าจะมีห้องนั่งเล่นและสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ ริมระเบียงยังมีที่นั่งชมวิว และตาข่ายเอาไว้นั่งเล่นยามเย็นอีกด้วย และที่สำคัญห้องนี้มีท่าเรือส่วนตัวด้วยนะคะ ห้องนี้มีเพียง 1 ห้องและเหมาะสำหรับการปาร์ตี้ในกลุ่มเพื่อนๆที่มาด้วยกัน
     
     

RESTAURANT & BARS
ในส่วนของเรื่องร้านอาหารในรีสอร์ทนั้นที่โรงแรม HARD ROCK MALDIVES จะมี 3 ห้องอาหารและ 1 บาร์ให้บริการ โดยห้องแรก ชื่อว่า Sessions จะเปิดให้บริการทั้ง 3 มื้อ เช้า กลางวัน และค่ำเลยค่ะ ที่นี่จะให้บริการอาหารแบบบุฟเฟต์ โดยเมนูอาหารจะเป็นลักษณะอาหารแบบ International ค่ะ 

ห้องอาหารที่ 2 ชื่อว่า The Elephant and The Butterfly เปิดให้บริการเฉพาะมื้อกลางวันและค่ำ จะเสิรฟ์เป็น A-La-Carte 3  courses menu โดยอาหารจะเป็นลักษณะสไตล์ Latin American ค่ะ 

ส่วนห้องอาหารที่ 3 เป็นห้องอาหารที่ทุกคนรู้จักกันเป็นอย่างดีในชื่อ HARD ROCK CAFÉ ซึ่งจะตั้งอยู่ด้านหน้าของโรงแรม HARD ROCK MALDIVES ลูกค้าสามารถสั่งอาหาร A La Carte แบบ 3 courses menu อาหารในสไตล์อเมริกัน อาทิ สเต็กเนื้อ แฮมเบอเกอร์ ที่เสิร์ฟมาในจานขนาดใหญ่ ในช่วงค่ำของทุกคืนจะมีวงดนตรีมาเล่นให้ฟัง ติดกับร้านอาหารจะเป็นร้านขายของที่ระลึกของ HARD ROCK เช่น เข็มกลัด เสื้อยืด แก้ว
     

เนื่องจากรีสอร์ทเป็นส่วนนึงของ CROSSROADS ผู้เข้าพักของที่ HARD ROCK MALDIVES ที่จอง Half Board หรือ Full Board หรือ All Inclusive plan สามารถเลือกที่จะไปรับประทานอาหารกลางวันหรือค่ำที่ห้องอาหารที่ตั้งอยู่ในโซน THE MARINA @ CROSSROADS หรือ SAII LAGOON MALDIVES ได้อีกด้วย จึงนับเป็นอีกจุดเด่นของการเข้าพักรีสอร์ทในเครือของ CROSSROADS PROJECT สำหรับห้องอาหารที่สามารถไปรับประทานได้จะมีเช่น Miss Olive Oyl และ Mr. TomYam ที่ตั้งอยู่ใน SAII LAGOON และ Jiao Wu, Kinkao Thai Bistro, Kebab & Kurry, Ministry of Crab, Nihonbashi Blue, Carne Diem (โดย 3 ห้องอาหารหลังสามารถใช้เครดิต ที่ได้จากรีสอร์ทมาเป็นส่วนลด เฉพาะมื้อค่ำเท่านั้น) 

ในส่วนของบาร์ในรีสอร์ทจะเป็น Pool Bar ตั้งอยู่บริเวณสระว่ายน้ำหลักค่ะ เปิดให้บริการตั้งแต่ 8.30-22.30 โดยราคาของเครื่องดื่มที่นี่ หากเทียบกับที่อื่นราคาจะไม่สูงมากค่ะ 
      

อีกจุดที่จะเรียกว่าเป็น Signature ของที่โรงแรม HARD ROCK MALDIVES เลยก็ว่าได้ คือ ROCK SPA ที่มีให้บริการการนวด treatment ด้วยเสียงดนตรี โดยผู้นวดจะทำการนวดทำจังหวะเพลงที่เลือกให้ค่ะ เสียดายตอนที่ทีมงานไป เวลาน้อยไปหน่อย เลยไม่ได้มีโอกาสลองสปาแบบนี้ ราคาไม่ค่อยแพงนะคะ หากใครมีโอกาส ทีมงานแนะนำให้ลอง Spa Treatment แบบนี้ค่ะ หากใครเป็นสายสุขภาพ จะนำเสื้อผ้าสำหรับออกกำลังกายไปด้วยก็ได้ เพราะที่โรงแรม HARD ROCK MALDIVES จะมี GYM ให้บริการด้วยเช่นกันค่ะ
 
FACILITIES และ DIVE CENTER
สำหรับที่โรงแรม HARD ROCK MALDIVES จะมีสระว่ายน้ำหลักติดกับ Lobby และห้องอาหาร โดยจะมี Slider ขนาดใหญ่ให้ทุกคนได้สนุกกันค่ะ
 
และหากท่านใดมีลูกเล็กหรือวัยรุ่น สามารถให้ไปเล่นที่ Roxity Kids Club® and Teen Spirit® Club ได้เลยค่ะ เนื่องจากทาง
รีสอร์ทไม่อนุญาตให้ผู้ใหญ่เข้า เราจะไม่สามารถนำรูปมาฝากได้ค่ะ

ในส่วนของกิจกรรมทางน้ำที่หลายๆท่านสนใจจะทำเมื่อไปถึงมัลดีฟส์ เช่น Sunset Cruise, Snorkeling trip ทางโรงแรม HARD ROCK MALDIVES ก็มีให้บริการโดยจะเป็นค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ยกเว้นการยืมหน้ากาก Snorkeling, Kayak และ Paddle Boat ค่ะ

เพื่อให้สมกับรีสอร์ทที่เกี่ยวกับดนตรี ผู้เข้าพักทุกท่านสามารถยืมแผ่นเสียงพร้อมเครื่องเล่นแผ่นเสียงหรือกีต้าร์ไฟฟ้ามาเล่นที่ห้องได้ด้วยค่ะ

 จากประสบการณ์ของทีมงาน โรงแรม HARD ROCK MALDIVES นับเป็นอีกรีสอร์ทที่น่าสนใจในการเดินทางเข้าพักเมื่อมาเที่ยวที่ ประเทศมัลดีฟส์ เพราะอยู่ใกล้สนามบิน เดินทางสะดวกและเร็ว ห้องพักออกแบบสวยและทันสมัย รวมไปถึงร้านอาหารชื่อดังที่มีให้เลือกรับประทานมากมาย เหมาะสำหรับทั้งคู่รักและครอบครัวที่จะมาพักผ่อนค่ะ

*** สนใจ Promotion พิเศษของโรงแรม HARD ROCK MALDIVES 
สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 538-1374, 081 701-0091****


 

guest

Post : 2020-05-27 00:30:44.0     Forum: Review Resorts and Useful Information  >  รีวิว Holiday Inn Kandooma รีสอร์ทที่น่ารักในแบบของ Holiday Inn

 

 

วันนี้ทีมงาน Maldives Lover มีรีวิวรีสอร์ทที่ชื่อคุ้นหูนักท่องเที่ยวและเป็นรีสอร์ทในเครือ IHG ที่ได้เปิดให้บริการที่มัลดีฟส์ ซึ่งก็คือ Holiday Inn Kandooma รีสอร์ทระดับ 4 ดาว ตั้งอยู่ไม่ไกลจากสนามบินมาเล่ โดยตั้งอยู่ทางใต้ของ Male Atoll จุดเด่นของรีสอร์ท Holiday Inn Kandooma จะเป็นการตกแต่งแนวทันสมัย โดยเน้นการใช้สีโทนฟ้าและขาวที่เข้ากับบรรยากาศท้องทะเลรอบๆรีสอร์ท อีกทั้งเกาะมีพื้นที่ค่อนข้างกว้าง จึงมี The Marquee เต้นท์ขนาดใหญ่ เป็นห้อง Function สำหรับการจัดการประชุม การแต่งงานหรือการจัดกิจกรรมต่างๆ เช่น คอนเสิร์ต และที่สำคัญรีสอร์ทแห่งนี้ยังอนุญาตให้เด็กเข้าพักในรีสอร์ทได้ พร้อมมีพื้นที่ในการทำกิจกรรมสำหรับเด็กๆ อาทิ สวนน้ำขนาดเล็ก ห้องสันทนาการต่างๆ จึงทำให้รีสอร์ทนี้ต้อนรับผู้เข้าพักทุกประเภท ตั้งแต่คู่รัก ครอบครัวที่มีเด็กเดินทางด้วย จนไปถึงกลุ่มบริษัทหรือกลุ่มเพื่อนๆ นับเป็นอีกรีสอร์ทในมัลดีฟส์ที่สามารถต้อนรับผู้เข้าพักได้ทุกกลุ่ม 


การต้อนรับที่สนามบิน
เมื่อเดินทางมาถึงสนามบิน Velena International Airport หรือที่รู้จักกันในชื่อสนามบินมาเล่ นักท่องเที่ยวทุกคนจะต้องผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง รับกระเป๋าและเดินออกมาจากสนามบินเรียบร้อยแล้ว จะพบกับเจ้าหน้าที่ของรีสอร์ทต่างๆ หรือที่เรียกว่า Airport Representative มาคอยต้อนรับ ท่านสามารถมองหาเจ้าหน้าที่ที่ถือป้ายของ Holiday Inn Kandooma หรือหากไม่พบเจ้าหน้าที่สามารถเดินทางไปที่เคาเตอร์หมายเลข 45 เพื่อติดต่อเจ้าหน้าที่ได้เลยค่ะ เจ้าหน้าที่จะทำการเช็คชื่อผู้เดินทาง พร้อมติด Tag กระเป๋าให้ เมื่อเสร็จแล้วเจ้าหน้าที่อาจจะพาไปที่ท่าเรือเลยหรือแจ้งให้รอแขกท่านอื่นที่จะเดินทางเข้ารีสอร์ทพร้อมกับเราค่ะ ระหว่างนี้อาจจะไปซื้อ Sim Card หรือเดินทางเล่นแถวๆสนามบินได้ก่อนค่ะ เมื่อพร้อมแล้ว เจ้าหน้าที่ของรีสอร์ทจะนำท่านไปยังท่าเรือ ซึ่งอยู่ติดกับสนามบินเพื่อลงเรือ speedboat ของทางรีสอร์ทต่อไป

 


การเดินทางเข้าเกาะ
ในส่วนของการเดินทางไปยัง Holiday Inn Kandooma จะใช้เวลาเดินทางจากสนามบิน Velena International Airport ด้วย Speedboat (เรือเร็ว) ขนาดประมาณ 15-18 ที่นั่ง โดยใช้เวลาประมาณ 40 นาทีตามสภาพอากาศปกติค่ะ ก่อนลงเรือ เจ้าหน้าที่จะนำเสื้อชูชีพมาให้ใส่และนำกระเป๋าเดินทางลงเรือให้ก่อน เมื่อพร้อมก็จะเชิญให้ทุกคนลงเรือ ท่านใดลงก่อนก็จะได้เลือกที่นั่งก่อนค่ะ
   


 

การต้อนรับและการเช็คอิน
เมื่อเดินทางมาถึงยัง Holiday Inn Kandooma น้ำทะเลสีสวยๆ ก็ปรากฏตัวให้เราได้เห็นกันและที่ท่าเรือจะมีพนักงานของทางรีสอร์ทมาต้อนรับกันอย่างอบอุ่นและนำเราไปทำการ Check in ที่บริเวณ Lobby ซึ่งทางรีสอร์ทได้เตรียมรถกอล์ฟมารับไปส่งยังด้านหน้าของ Lobby ด้วยค่ะ เมื่อมาถึง Lobby เราได้เห็นโครงสร้างของโดมสูงๆ ที่ทำด้วยไม้ ทำให้ภายในดูโปร่งและโล่ง ภายใน Lobby จะตกแต่งด้วยเก้าอี้สีฟ้าสดใส พื้นจะเป็นทรายเพื่อให้แขกได้สัมผัสกับธรรมชาติและบรรยากาศของทะเลกันตั้งแต่เริ่มเข้าพักกันเลยทีเดียว 

 

เนื่องจากมีผู้เข้าพักหลายสัญชาติ ทางรีสอร์ทจึงมีพนักงานต้อนรับจากหลายๆชาติมาคอยดูแล ครั้งนี้ทีมงานได้รับการต้อนีบโดยพนักงานคนฟิลิปปินส์ เมื่อพร้อมพนักงานจะขอ passport ของทุกคนเพื่อไปทำการ copy เอาไว้และผู้เข้าพักจะต้องเซ็นต์เอกสารเล็กน้อย ระหว่างนั้นพนักงานอีกท่านจะนำเครื่องดื่มเย็นๆและผ้าเย็นมาให้บริการ เพื่อเป็นการ refresh หลังจากผ่านการเดินทางมาหลายชั่วโมง ก่อนจะส่งเราไปที่ห้องพัก พนักงานจะทำการแนะนำและอธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับรีสอร์ทให้ทราบ ไม่ว่าจะเป็นเวลาเปิดปิดของห้องอาหาร บาร์ รวมไปถึงกิจกรรมต่างภายในรีสอร์ทที่เตรียมไว้สำหรับผู้เข้าพักทั้งผู้ใหญ่และเด็ก ในส่วนของกระเป๋าเดินทางนั้น ไม่ต้องเป็นห่วงเลยค่ะ เพราะเจ้าหนาที่ของรีสอร์ทจะทำการนำกระเป๋าไปไว้ที่ห้องพักให้เองค่ะ 

 

รูปแบบห้องพัก
หลังจากการ Check in พนักงานของรีสอร์ทจะพาเราไปที่ห้องพักที่ได้จองเอาไว้ อย่างที่เกริ่นเอาไว้แต่ต้น ว่าห้องพักของที่ Holiday Inn Kandooma จะตกแต่งด้วยโทนสีขาวและสีฟ้า เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศรอบข้างของท้องทะเลสีสวยประเทศมัลดีฟส์ จึงทำให้รู้สึกสบายและสงบทุกครั้งที่ได้เข้าพักที่ห้องพักของรีสอร์ทแห่งนี้ค่ะ นอกจากนี้ทุกห้อง แขกผู้เข้าพักสามารถต่อ WIFI ได้ อีกทั้งยังมี Bluetooth Docking Station ให้สามารถต่อเข้ากับโทรศัพท์ได้เลยด้วยค่ะ

สำหรับครั้งนี้เราจะเข้าพักที่ห้อง Beach House ซึ่งสามารถพักได้ 3 ท่าน ห้องพัก Beach House จะตั้งอยู่บนหาด หันหน้าทางทะเลและบางห้องพันหน้าเข้าวิวสวน ห้องพักเป็นแบบลักษณะ 2 ชั้น ขนาดห้องพักประมาณ 70 ตารางเมตร โดยชั้นแรกจะเป็นการด้านล่างของห้องนอน มีพื้นที่สำหรับการนั่งพักผ่อนและตัวห้องนอนจะอยู่ด้านบนชั้นสอง ด้านหลังจะเป็นห้องน้ำ ที่มีพื้นที่อาบน้ำแบบ Open Air สามารถชมพระจันทร์และดาวในคืนที่ฟ้าเปิดได้เลยค่ะ   
 
   

นอกจากห้อง Beach House แล้ว Holiday Inn Kandooma ยังมีห้องพักแบบอื่นๆ รวม 5 แบบ จำนวน 160 ห้อง ทีมงานจะพาไปแนะนำห้องพักแบบอื่นให้รู้จักก้นด้วยค่ะ โดยห้องอีก 3 แบบที่ตั้งอยู่บนหาดจะมีดังนี้ค่ะ
•    ห้อง GARDEN VIEW VILLA เป็นห้องพักที่ตั้งอยู่บนหาดทราย มีขนาดประมาณ 48 ตารางเมตร ทางด้านหน้าห้องจะเป็นวิวสวน ถึงแม้หน้าห้องอาจจะไม่ได้ติดทะเล แต่ก็ยังสามารถมองเดินไปทะเลได้จากห้อง แบบไม่ไกลมาก 
•    ห้อง BEACH VIEW VILLA เป็นห้องพักที่ตั้งอยู่บนหาดทรายเช่นกัน ลักษณะห้องพักเมือนกับ GARDEN VIEW VILLA มีขนาดประมาณ 48 ตารางเมตร ทางด้านหน้าห้องหันสู่ทะเล ถึงแม้หน้าห้องอาจจะไม่ได้ติดทะเลมากเท่าห้อง Beach House แต่ก็ยังสามารถมองเห็นวิวทะเลได้จากด้านหน้าห้อง เพราะห่างจากทะเลไม่มากนัก
 

 

 

 

•    ห้อง 2 BEDROOM FAMILY BEACH HOUSE เป็นห้องเหมาะสำหรับครอบครัวเพราะมี 2 ห้องนอน มีด้วยกัน 2 ชั้น คล้ายกับห้องแบบ Beach House เพียงแต่ด้านล่างจะเป็นห้องนอนอีกห้อง สำหรับด้านบนจะเป็นห้องที่มีเตียงใหญ่และห้องด้านล่างเป็นห้องที่มีเตียงเล็ก 2 เตียง เหมาะสำหรับครอบครัวที่มีลูกเล็กๆ หลายๆคน เพราะเด็กๆ สามารถสนุกสนานกับการเล่นทรายที่หน้าห้องได้ ครั้งนี้ทีมงานไม่ได้มีโอกาสเข้าไปชม เพราะมีลูกค้าเข้าพักเต็ม จึงได้แต่ถ่ายรูปจากด้านนอกมาให้ชมกันค่ะ 
  

 

ในส่วนของห้องที่นับว่าเป็น Highlight ของทุกรีสอร์ทในประเทศมัลดีฟส์ก็คือห้องที่ตั้งอยู่กลางน้ำ ซึ่งที่ Holiday Inn Kandooma มีห้องกลางน้ำอยู่ 2 แบบซึ่งก็คือ 


ห้อง OVERWATER VILLA เป็นห้องพักที่ตั้งอยู่กลางทะเล เรียงทอดยาวกันไป ขนาดห้องพักประมาณ 85 ตารางเมตร โดยจะมี 2 ฝั่ง ฝั่งนึงจะหันเขาทางเกาะท้องถิ่น ส่วนอีกฝั่งจะเป็นวิวทะเลเปิดโล่ง ทางรีสอร์ทจึงแบ่งห้อง OVERWATER VILLA เป็นฝั่ง ISLAND VIEW และ OCEAN VIEW ค่ะ 
ห้อง Overwater Villa ทั้ง 2 ฝั่งมีขนาดค่อนข้างกว้างขวาง สงบและเป็นส่วนตัว เหมาะสำหรับทั้งคู่รักหรือจะเป็นครอบครัวที่มีเด็กก็ได้ เพราะที่นี่อนุญาตให้เด็กพักห้องกลางน้ำได้ แต่ผู้ปกครองต้องเซ็นต์ยินยอมให้ทางรีสอร์ท เมื่อเปิดห้องเข้ามาจะเจอกับเตียงนอนขนาดใหญ่ และถัดไปจะเป็นพื้นที่นั่งเล่นมองออกไปชมทะเล ด้านข้างจะเป็นห้องน้ำที่มีทั้งส่วนด้านในที่เป็น Shower และอ่างล้างหน้า ด้านนอกจะมีอ่างอาบน้ำสามารถนอนแช่ชิลล์ ชิลล์ พร้อมชมทะเลสวยๆของมัลดีฟส์ได้เลย แต่ถ้าต้องการความเป็นส่วนตัวจะมีมูลี่ที่สามารถดึงลงมาบังได้ เมื่อเดินทางออกจากห้องน้ำจะเป็นทางเดินลงมาที่ระเบียงซึ่งจะมีเตียงอาบแดด เหมาะสำหรับคนที่ต้องการจะได้ผิวสีแทน นอกจากนี้ยังมีบันไดที่สามารถลงเล่นน้ำทะเลได้จากหน้าระเบียงห้องและตาข่ายให้นอนชมวิวทะเลและรับลมได้อย่างสบายใจ นอกจากนี้ใกล้ๆห้องกลางน้ำยังมีกลุ่มแนวปะการังให้ snorkeling ได้อีกด้วยค่ะ

 



•    ห้อง OVERWATER PAVILLION เป็นห้องพักที่ตั้งอยู่กลางทะเล ขนาดห้องพักประมาณ 170 ตารางเมตร โดยจะมีเพียง 1 หลังเท่านั้น เป็นห้อง 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ มีห้อง Living room เป็นพื้นที่ส่วนกลางของครอบครัว และมีระเบียงที่เหมาะแก่การนั่งเล่น อีกทั้งสามารถลงเล่นน้ำทะเลซึ่งเหมือนกับสระว่ายน้ำส่วนตัวได้จากระเบียงห้องอีกด้วย เนื่องจากมี 1 ห้องทั้งรีสอร์ท ทีมงานจึงไม่มีโอกาสได้เข้าชมความสวยของห้องนี้ เลยขอเอารูปที่ทางรีสอร์ทมีมาให้ชมกันค่ะ 

 

 
  

 

 

RESTAURANT
ในส่วนของเรื่องอาหารการกินนั้นนับเป็นส่วนสำคัญสำหรับผู้เข้าพักที่มัลดีฟส์ เพราะจะต้องฝากท้องในทุกมื้อกับห้องอาหารของรีสอร์ท โดยที่ Holiday Inn Kandooma นั้นจะมีห้องอาหารให้บริการ 3 ห้องด้วยกัน โดยจะแบ่งเป็นห้องอาหารบุฟเฟ่ต์ 1 ห้อง ส่วนอีก 2 ห้องอาหาร จะบริการอาหารแบบ A La Carte (ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมถึงแม้จะจองแบบ All Inclusive plan)

ห้องอาหารหลักของที่รีสอร์ทนี้จะเป็นห้อง Kandooma Café เป็นห้องอาหารที่บริการแบบบุฟเฟ่ต์ ให้บริการสำหรับมื้อเช้า กลางวันและค่ำ เปิดบริการตั้งแต่เวลา 06:30-22:00 น. จะแบ่งออกเป็นมุมต่างๆ ที่ให้บริการอาหารนานาชาติ ทั้งอาหารเอเชีย เช่น จีน อินเดีย และอาหารแนวตะวันตก อาหารจะมีให้เลือกทั้งแบบตักเองและแบบ Live Cooking Station เล็กๆ ตรงกลางของห้องอาหารจะเป็นห้องกระจกที่จัดเสิร์ฟชีส appetizer ต่างรวมถึงขนมหวานที่แสนอร่อยและพลาดไม่ได้เลย
โดยห้องอาหาร Kandooma Café จะตั้งอยู่ในอาคารที่มีลักษณะคล้ายโดม ภายในจะจัดโต๊ะสีขาวตัดกับเก้าอี้สีฟ้าเข้ากับบรรยากาศทะเลในสไตล์ของ Holiday Inn Kandooma Maldives 

 

 

ห้องอาหารที่ 2 จะชื่อว่า Bokkuraa Coffee Club เป็นห้องอาหารแบบ A La Carte ที่จะให้บริการอาหารแบบจานเดียวทานง่ายๆ เช่น พิซซ่า สลัด หรือ สปาเก็ตตี้ เป็นต้น เปิดบริการตั้งแต่เวลา 11:00-22:30 น. ตั้งอยู่บริเวณข้างสระว่ายน้ำทานไปชมวิวสระว่ายน้ำได้แบบเพลินๆ ซึ่งหากต้องการใช้บริการที่ห้องอาหารนี้จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมค่ะ

 


 

และห้องอาหารห้องที่ 3 ชื่อว่า The Kitchen เป็นห้องอาหารแบบ A La Carte ให้บริการเฉพาะมื้อค่ำ เปิดบริการตั้งแต่เวลา 18:30-22:00 น. สำหรับห้องนี้จะตั้งอยู่ริมทะเล บางค่ำคืนจะมีให้บริการอาหาร Seafood ท่านใดที่อยากนั่งทานอาหารค่ำริมทะเลแนะนำทานห้องนี้เลยค่ะ แนะนำให้จองที่นั่งล่วงหน้า ซึ่งหากต้องการทานห้องนี้จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมค่ะ


เนื่องจากทีมงานได้เข้าไปชมตอนกลางวันซึ่งทางห้องอาหารได้ทำการปิดม่านเอาไว้ จึงนำรูปสวยๆจากรีสอร์ทมาให้ชมค่ะ


 

BARS
ในส่วนของบาร์เครื่องดื่ม ที่รีสอร์ท Holiday Inn Kandooma จะมีให้บริการทั้งหมด 4 ที่ หากจองไปแบบ All Inclusive meal plan ผู้เข้าพักสามารถสั่งเครื่องดื่มตาม List Menu ที่ทางรีสอร์ทกำหนดโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม แต่หากสั่งนอกเหนือเมนูจะเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมค่ะ โดยเครื่องดื่มใน List ของ All Inclusive หรือที่เรียกว่า Stay Spirited Beverage จะมีบริการประมาณนี้ Soft Drink, Fruit Juices, Mocktail, Cocktail, Wine และ Draft Beer โดยจะเสิร์ฟในแก้วและจะให้บริการช่วง 11:00 น. ถึง เที่ยงคืนของทุกวัน บาร์แห่งแรกชื่อว่า Bokkuraa Pool Bar อยู่บริเวณสระว่ายน้ำ ซึ่งอยู่ที่เดียวกับ Bokkuraa Coffee Club เปิดให้บริการตั้งแต่ 11:00 น. – 22:30 น.

 

บาร์แห่งที่ 2 The Lobby Lounge ตั้งอยู่ในโดมสูง บริเวณใกล้กับ lobby ที่ต้อนรับผู้เข้าพักทุกท่าน เปิดให้บริการตั้งแต่ 08:30 น. – 24:00 น.

 

บาร์แห่งที่ 3 The Sunset Bar อยู่ด้านบนห้องอาหาร The Kitchen เปิดบริการตั้งแต่เวลา 17:30-22:30 น. ที่นี่บรรยากาศดีสุดๆ สามารถมานั่งจิบเครื่องดื่มพร้อมทั้งดูวิวพระอาทิตย์ตกดินไปด้วย เพราะหันทางทิศตะวันตกตามชื่อของบาร์ นอกจากนี้ทางรีสอร์ท Holiday Inn Kandooma ยังเปิดบริการสำหรับกรุ๊ปที่ต้องการจัด Cocktail Party ก่อนจะเริ่มอาหารค่ำได้อีกด้วย

 

 

 

และบาร์แห่งสุดท้ายคือ Baraveli Beach Bar อยู่บริเวณชายหาด ที่มองออกไปเจอกับสีน้ำทะเลสีเทอควอยส์ เข้ากับบรรยากาศในการพักผ่อนริมชายหาดเป็นที่สุด แต่จะเปิดบริการเฉพาะช่วงกลางวันคือตั้งแต่เวลา 10:00-18:00 น. 


 

นอกจากนี้ ช่วงตอนกลางคืน บริเวณ Kandooma Café จะมีวงดนตรีสดมาเล่นให้ฟังระหว่างทานข้าวด้วยค่ะ หรือจะมานั่งฟังชิลๆ พร้อมคู่รักก็ได้บรรยากาศสุดๆ

 

OTHER FACILITIES
Kandoo Kids Club
ที่รีสอร์ท Holiday Inn Kandooma นับเป็นอีกหนึ่งรีสอร์ทที่เอาใจและดึงดูดลูกค้าทั่วโลกที่เดินทางมาเป็นครอบครัว เพราะว่าได้จัด Facility เหมาะสำหรับเด็กๆ มีชื่อว่า Kandoo Kids Club เอาไว้ให้บริการอีกด้วย ทั้งส่วนของ Splash Pool ที่เหมือนเป็น mini water park ที่ไม่เหมือนกับรีสอร์ทอื่นๆ ในมัลดีฟส์ และยังมี Kids Club 2 ชั้นที่มีพื้นที่กว้างขวางคอยให้บริการอีกด้วย Kandoo Kids Club เปิดให้บริการตั้งแต่ 08:00 น. – 20:00 น. ของทุกวัน โดยน้องๆที่มีอายุ 4-12 ปี สามารถเข้ามาใช้บริการได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ในแต่ละวัน ทางรีสอร์ทจะจัดกิจกรรมต่างๆ เอาไว้ entertain น้องๆหนูกันอย่างเต็มที่ ชนิดที่ว่าคุณพ่อคุณแม่สามารถพักผ่อนกันอย่างเต็มที่กันเลยค่ะ

 

Kandooma Marquee 
อีก 1 facility ที่ถือเป็น hi-light ของ Holiday Inn Kandooma resort เลยก็ว่าได้นั้นก็คือ สถานที่รองรับคณะหรือกรุ๊ปที่ต้องการมาจัดประชุมหรือจัด Event ต่างๆ ที่รีสอร์ท อาทิ คอนเสิร์ต งานแต่งงาน เพราะที่รีสอร์ทได้จัด Tent Marquee ขนาดใหญ่ที่สามารถรองรับคนเข้าร่วมนับร้อยคนได้ หากกรุ๊ปไหนที่มองหารีสอร์ทสวยๆที่สามารถพักผ่อนไปด้วยและยังสามารถจัดประชุมได้ Holiday Inn Kandooma คงจะเป็นหนึ่งในไม่กี่รีสอร์ทที่สามารถตอบโจทย์นี้ได้ค่ะ

 


 

SPA และ Boutique Shop
อีก 2 Facilities ที่ทุกรีสอร์ทในประเทศมัลดีฟส์จะมีให้บริการในรีสอร์ทจะเป็น SPA และ ร้านขายของที่ระลึก ซึ่งที่ Holiday Inn Kandooma ก็มีให้บริการเช่นกัน สำหรับ SPA ที่นี่จะมีชื่อว่า KANDOOMA SPA by COMO Shambhala เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่ 09:00 – 21:00 น. ซึ่งมี Treatment หลากหลายแบบให้เลือก ตั้งแต่การนวดต่างๆ เช่น นวดไทย นวดบาหลี หรือจะเป็นการประถินผิวตัวหรือหน้าก็มีให้บริการเช่นกัน ผลิตภัณฑ์ที่ทางรีสอร์ทเลือกนำมาใช้ได้รับการเลือกสรรมาอย่างดี หากท่านใดต้องการทำเล็บมือหรือเล็บเท้าก็สามารถจองได้ค่ะ


 

ในส่วนของ Boutique Shop นั้นจะตั้งอยู่ด้านหลัง Lobby จะมีทั้งเสื้อผ้า ชุดว่ายน้ำ และรวมไปถึงของที่ระลึกด้วย


    


ACTIVITIES AND RECREATION  
อีกส่วนที่ผู้เข้าพักส่วนใหญ่จะมองหาและสอบถามกันมาค่อนข้างบ่อยคือ ที่รีสอร์ทมีกิจกรรมใดๆให้ทำได้บ้าง ซึ่งที่รีสอร์ท Holiday Inn Kandooma จะมีกิจกรรมที่เป็น Complimentary โดยจะมีรายละเอียดดังนี้
•    การยืมอุปกรณ์หน้ากากดำน้ำตื้น ทั้งนี้จะต้องยืมวันต่อวันและสามารถยืมได้ที่ Water Sport 

•    สระว่ายน้ำ Infinity Pool สำหรับผู้ใหญ่และเด็กๆ 


•    Gymnasium หากใครยังต้องการ Fit ร่างกายถึงจะอยู่ในเกาะก็สามารถทำได้ เพราะที่รีสอร์ทมีห้องยิมที่สามารถเข้าไปใช้บริการได้
•    กิจกรรมกีฬาบนบก โดยสามารถยืมอุปกรณ์ไปเล่นได้ อาทิ แบดมินตัน ปิงปอง เทนนิส วอลเล่ย์บอลชายหาด บิลเลียต  

ในส่วนของกิจกรรมทางน้ำอื่นๆ จะมีหลายกิจกรรมไว้ให้บริการ แต่จะมีค่าใช้จ่ายและสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ Water Sport ของรีสอร์ท กิจกรรมที่ทีมงานแนะนำจะเป็นตามนี้ค่ะ
•    Sunset Cruise ที่จะไม่เหมือนใครเพราะคุณต้องเตรียมตัวเปียกกับกิจกรรมนี้ พร้อมกับโอกาสชมพระอาทิตย์ตกสวยๆไปด้วย

 

•    Dolphin Cruise หากโชคดี ท่านจะมีโอกาสได้ชมกลุ่มโลมาทางธรรมชาติมาว่ายเล่นเคียงข้างเรือ


•    Snorkeling trip อีก 1 กิจกรรมที่เป็นที่ชื่นชอบของผู้เข้าพักหลายๆท่าน หากมาประเทศมัลดีฟส์ แล้วไม่ได้ทำกิจกรรมนี้ ถือว่ามาไม่ถึง ทางรีสอร์ท Holiday Inn Kandoom มีหลายรูปแบบของ Snorkeling Trip ให้เลือก อาทิ Turtle Point Snorkeling, Side Reef Snorkeling หรือ Night Snorkeling ที่เพิ่มความตื่นเต้นในการทำกิจกรรมยิ่งขึ้น
•    Kayaking หรือ Windsurfing สามารถเช่ากับทาง Water Sport ได้เลยค่ะ

  

 
ทีมงานหวังว่าการ review รีสอร์ท Holiday Inn Kandooma ในครั้งนี้จะเป็นข้อมูลที่ช่วยให้หลายๆท่านสามารถเลือกแพ็คเกจห้องพักได้ตรงกับความต้องการกันมากขึ้น แต่หากมีข้อสงสัยใดๆ หรือต้องการข้อมูลส่วนไหนเพิ่มเติม สามารถติดต่อทีมงาน Maldives Lover หรือ All About Maldives ได้เลยนะคะ
สนใจ Promotion พิเศษของรีสอร์ท HOLIDAY INN KANDOOMA
**** สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 538-1374, 081 701-0091, 090-912-0987 ****

1 | 2 다음 끝

 

Tel: (02) 538-1374, (081) 701-0091, (090) 912-0987| Email: thanut@maldiveslover.com