Support
MaldivesLover
(02) 538-1374, (081) 701-0091, (090) 912-0987
Your shopping cart
ดูตะกร้าสินค้าของคุณ
ไม่มีสินค้าในตะกร้าของคุณ
guest

Post : 2020-05-11 12:39:22.0     Forum: Review Resorts and Useful Information  >  ประเทศมัลดีฟส์ ดินแดนแห่งห้องอาหารใต้น้ำที่น่าหลงใหล

สวัสดีค่า วันนี้ทีมงานมีข้อมูลน่าสนใจอีกหนึ่งเรื่องมาฝากค่ะ

นอกจากการพักที่วิลล่ากลางน้ำแล้ว หนึ่งในจุดหมายในมัลดีฟส์ที่หลายๆท่านไฝ่ฝัน ก็คือการได้สัมผัสบรรยากาศการทานอาหารในห้องอาหารใต้น้ำสักครั้งนึง โดยวันนี้ทีมงานมี 6 ห้องอาหารใต้น้ำยอดฮิตของรีสอร์ทในมัลดีฟส์มาฝากค่ะ

 

1. Ithaa Undersea Restaurant at Conrad Maldives, Rangali Island

ห้องอาหารใต้น้ำที่ Conrad Rangali Maldives เป็นห้องอาหารแห่งแรกของโลก ห้องอาหารแห่งนี้อยู่ลึกลงไปใต้น้ำประมาณ 5 เมตร ล้อมรอบด้วยแนวหินปะการังที่มีชีวิตชีวา ตัวห้องอาหารเป็นลักษณะโดมใสที่จะทำให้ผู้มารับประทานอาหารได้ชมวิวใต้ทะเลได้โดยรอบ 270 องศากันไปเลย ห้องอาหารใต้น้ำที่นี่ชนะรางวัล Global Awards ของงาน World Luxury Restaurant Awards เมื่อปี 2017อีกด้วยค่ะ

 

2. 5.8 Undersea Restaurant at Hurawalhi Island Resort

อีกหนึ่งห้องอาหารใต้น้ำของมัลดีฟส์ที่ลึกลงไปใต้ระดับน้ำทะเลถึง 5.8 เมตร ที่นี่เป็นห้องอาหารใต้น้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก เปิดประสบการณ์การรับประทานอาหารใต้น้ำ ทั้งมื้อกลางวันกับแสงธรรมชาติและดินเนอร์ยามค่ำกับแสงพระอาทิตย์ตก เมนูอาหารของที่นี่มีความหรูหรา หลากหลายและพิเศษสุดๆ ที่สำคัญใครมีแพลนอยากจะเซอร์ไพรส์แฟนอีเวนต์ต่างๆที่นี่เค้าก็รับจัดนะคะ

 

3.M6m at Ozen by Atmosphere, Madhoo Islands

อีกหนึ่งห้องอาหารใต้น้ำในประเทศมัลดีฟส์ ที่จะทำให้ทุกคนได้ดื่มด่ำกับประสบการณ์การรับประทานอาหารชั้นเยี่ยมและแปลกใหม่ ลักษณะของห้องอาหารใต้น้ำของ Ozen จะต่างออกไปจาก 2 ที่ข้างต้น คือจะไม่ได้มีลักษณะเป็นอุโมงค์ แต่จะเป็นห้องมีกระจกล้อมรอบ ความพิเศษของที่นี่ก็คือบ่อยครั้งที่ทางรีสอร์ทมีโปรพิเศษที่ท่านสามารถใช้บริการห้องอาหารนี้ได้ฟรี! เมื่อพัก 4 คืนขึ้นไป ห้องอาหารนี้อยู่ใต้ระดับน้ำทะเล 6 เมตร หากโชคดีท่านสามารถมองเห็นเต่าทะเล และสัตว์น้ำต่างๆ ว่ายอยู่รอบๆห้องอาหาร ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว!

 

4.SEA at Anantara Kihavah Maldives Villas

อีกระดับกับประสบการณ์การรับประทานอาหารใต้ท้องทะเลมัลดีฟส์ ห้องอาหารนี้เป็นที่เก็บไวน์ใต้น้ำแห่งแรกของโลก มาสำรวจห้องเก็บไวน์ใต้น้ำแห่งแรกของโลกก่อนก้าวเข้าสู่ห้องรับประทานอาหารที่รายรอบด้วยท้องทะเล ชมฉลาม, เต่าและปลาเขตร้อนตามว่ายวนผ่านไปมาระหว่างที่คุณลิ้มรสอาหารมื้อเยี่ยมรสเลิศ

 

5. Subsix at Niyama Private Islands Maldives

อีกห้องอาหารที่จะเปลี่ยนมุมมองของทุกท่านไปอีกแบบค่ะ ห้องอาหารนี้สร้างอยู่ใต้ระดับน้ำทะเล 6 เมตร มีกระจกล้อมรอบสามารถมองเห็นสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลได้  ห้องอาหารใต้น้ำนี้ตั้งอยู่ห่างจากชายฝั่ง 500 เมตร ต้องใช้เรือในการเดินทางไป ที่นี่ให้ฟีลลิ่งเหมือนไนต์คลับใต้ทะเล บางวันก็จะมีปาร์ตี้เรืองแสง และมีการเปิดเพลงเหมือนผับบนบกเลยค่ะ การตกแต่งจะเป็นธีมโลกใต้ทะเลมัลดีฟส์ด้วยค่ะ

 

6. H2O at You & Me by Cocoon Maldives

ห้องอาหารน้องใหม่ที่พึ่งเปิดใหม่ รอบๆห้องอาหารท่านก็จะได้สัมผัสกับท้องทะเลมัลดีฟส์และสัตว์ทะเลมากมาย โดยที่นี่จะแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนปลายห้องาหารจะเป็นลักษณะอุโมงค์แบบโดมที่สามารถมองเห็นท้องทะเลและสัตว์น้ำต่างๆจากทางด้านบนและด้านข้าง และด้านในจะมองเห็นจากทางด้านข้างเท่านั้นค่ะ

guest

Post : 2019-06-03 13:55:10.0     Forum: Review Resorts and Useful Information  >  รีวิว Oblu Select at Sangeli รีสอร์ท 4.5 ดาว แบบ All Inclusive ที่สวยงามและคุ้มค่ากับการไปเยือน

 

วันนี้ทีมงานจะมารีวิวอีกรีสอร์ทในประเทศมัลดีฟส์ที่ได้รับการตอบรับจากนักท่องเที่ยวชาวไทยและลูกค้าของ Maldiveslover ในขณะนี้ ที่มีชื่อว่า OBLU SELECT AT SANGELI รีสอร์ทในเครือ ATMOSPHERE HOTEL AND RESORT ซึ่งเป็นรีสอร์ทระดับ 4.5 ดาว ตั้งอยู่ในทางเหนือของมาเล่ อะทอลล์ โดยแพคเกจจะเป็นแบบ SERENITY PLAN หรือ ALL INCLUSIVE

 

การต้อนรับและการเดินทางเข้ารีสอร์ท

เมื่อเดินทางมาถึงสนามบินมาเล่ และผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อยแล้ว รับกระเป๋าและเดินออกมาจากสนามบิน จะพบกับเจ้าหน้าที่ของรีสอร์ทต่างๆมาคอยต้อนรับ ท่านสามารถมองหาเจ้าหน้าที่ที่ถือป้าย OBLU SELECT AT SANGELI เจ้าหน้าที่จะนำท่านไปที่ counter no. E3 เพื่อเช็ครายชื่อผู้เข้าพัก พร้อมผูกป้ายที่กระเป๋าและพาท่านไปยังท่าเรือซึ่งอยู่ติดกับสนามบิน ในกรณีที่ไม่พบเจ้าหน้าที่ ท่านสามารถไปที่ counter ของ OBLU SELECT AT SANGELI เพื่อพบเจ้าหน้าที่ที่นั่นได้เช่นกัน

 

 

เมื่อแขกทุกท่านพร้อม เจ้าหน้าที่ของรีสอร์ท OBLU SELECT AT SANGELI จะนำท่านไปยังท่าเรือเพื่อขึ้นเรือ Speedboat ของรีสอร์ท โดยเรือของรีสอร์ทนี้จะมีอยู่ 2 ขนาด คือขนาด 18 ที่นั่งและ 30 ที่นั่ง เวลาในการเดินทางจะอยู่ที่ประมาณ 55 นาทีจากสนามบินมาเล่ไปถึงรีสอร์ท OBLU SELECT AT SANGELI

 

OBLU SELECT AT SANGELI เป็นรีสอร์ทที่แบ่งออกเป็น 2 เกาะ โดยจะมีเกาะ Main Island และเกาะที่เรียกว่า Banyan Island ในส่วนของพื้นที่เกาะ Banyan Island จะเป็นพื้นที่ตั้งของ ห้อง Honeymoon Water Suite with Pool สปา ห้องอาหารพิเศษ รวมถึงสระว่ายน้ำสำหรับผู้ใหญ่ โดยจะอนุญาตให้เด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี เข้าใช้บริการที่ห้องอาหารพิเศษได้หลัง 19.00 น. จึงนับเป็นพื้นที่ส่วนตัวสำหรับผู้เข้าพักที่เป็นผู้ใหญ่

 

 

กลุ่มผู้เข้าพัก

รีสอร์ท OBLU SELECT AT SANGELI นี้เหมาะสำหรับทั้งครอบครัว ที่มีลูกน้อยเดินทางด้วย เพราะอนุญาตให้เด็กตั้งแต่แรกเกิดสามารถเข้าพักที่รีสอร์ทได้ รวมถึงสามารถพักที่ห้องกลางน้ำกับผู้ใหญ่ได้

นอกจากนี้ OBLU SELECT AT SANGELI ยังเหมาะสำหรับคู่รัก คู่ฮันนีมูน เพราะจะมีห้อง Honeymoon Water Suite with Pool ที่ออกแบบมาให้สำหรับคู่รักได้พักผ่อนกันอย่างเต็มที่และเป็นส่วนตัวเพราะตั้งอยู่ในพื้นที่ที่ไม่อนุญาตให้เด็กเข้าพักได้ค่ะ

 

การเช็คอิน

เมื่อท่านเดินทางมาถึงรีสอร์ท OBLU SELECT AT SANGELI เรือจะเทียบที่ Jetty ของ Lobby และจะมีเจ้าหน้าที่มาต้อนรับที่บริเวณท่าเรือของรีสอร์ท เพื่ออำนวยความสะดวกในการทำการเช็คอิน เมื่อทำการเช็คอินเรียบร้อยแล้วพนักงานจะนำกระเป๋าไปส่งยังห้องพัก

 

ประเภทห้องพัก

ที่รีสอร์ท OBLU SELECT AT SANGELI มีห้องพักทั้งหมด 6 ประเภท โดยจะแบ่งเป็นห้องบนหาด 3 แบบและห้องกลางน้ำ 3 แบบดังนี้ค่ะ

 

1. ห้อง Beach Villa ขนาด 81 ตร.ม. จำนวน 39 ห้อง

ห้องบนหาดทีี่ออกแบบมาได้ลงตัวและดูทันสมัย ขนาดห้องกว้างขวาง ห้องตั้งอยู่ไม่ไกลจากชายหาด จำนวนผู้เข้าพักสามารถเป็นผู้ใหญ่ 2 ท่าน+เด็ก 1 ท่าน หรือผู้ใหญ่ 3 ท่านค่ะ สำหรับท่านที่ 3 จะพักบน SOFA BED ที่มีอยู่และจะไ่ม่สามารถเสริมเตียงได้

 

2. ห้อง Deluxe Beach Villa with Pool ขนาด 101 ตร.ม. จำนวน 14 ห้อง

ตั้งอยู่บนหาดเป็นห้องที่มีลักษณะคล้ายกับ Beach Villa แต่จะมีสระว่ายน้ำอยู่ด้านหน้าห้องค่ะ จำนวนผู้เข้าพักสามารถเป็นผู้ใหญ่ 2 ท่าน+เด็ก 1 ท่าน หรือผู้ใหญ่ 3 ท่านค่ะ สำหรับท่านที่ 3 จะพักบน SOFA BED ที่มีอยู่และจะไ่ม่สามารถเสริมเตียงได้

 

 

3. ห้อง Water Villa ขนาด 78 ตร.ม. จำนวน 45 ห้อง

ห้อง  Water Villa ตั้งอยู่บนทะเลประเทศมัลดีฟส์ เป็นห้องกลางน้ำแบบแรกของ OBLU SELECT AT SANGELI ที่ออกแบบมาได้อย่างลงตัวและทันสมัย มีสีสันสดใส ภายในห้องมีพื้นกระจกที่สามารถมองเห็นความสวยงามของทะเลมัลดีฟส์ ห้องกว้างขวาง ออกแบบพื้นที่เป็นสัดส่วนทั้งห้องนอน ส่วนแต่งตัวและห้องน้ำ ภายในห้องน้ำมีอ่างที่สามารถแช่ไปมองทะเลสวยๆด้านนอกได้เพลินๆ จำนวนผู้เข้าพักสามารถเป็นผู้ใหญ่ 2 ท่าน+เด็ก 1 ท่าน หรือผู้ใหญ่ 3 ท่านค่ะ สำหรับท่านที่ 3 จะพักบน SOFA BED ที่มีอยู่และจะไ่ม่สามารถเสริมเตียงได้

 

4. ห้อง Water Villa with Pool ขนาด 88 ตร.ม. จำนวน 26 ห้อง

ห้องพักแบบนี้ ภายในห้องพักจะเหมือนกับห้อง Water Villa โดยจะแตกต่างกันที่ สระว่ายน้ำที่อยู่บริเวณระเบียงห้องพัก รีสอร์ท OBLU SELECT AT SANGELI นับเป็นรีสอร์ทระดับ 4 ดาว เพียงไม่กี่รีสอร์ทที่มีห้องพักแบบมีสระว่ายน้ำ จึงเป็นอีกจุดเด่นของรีสอร์ทที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว

 

 

5. ห้อง Beach Family Suite with Pool ขนาด 152 ตร.ม. จำนวน 7 ห้อง

ห้องพักแบบ 2 ห้องนอนและ 2 ห้องน้ำ ที่ตั้งอยู่บนชายหาด ไม่ไกลจากทะเล เหมาะสำหรับครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อนที่ต้องการสังสรรค์กันในช่วงพักผ่อน ด้านนอกห้องพักมีสระว่ายน้ำส่วนตัว

 

6. ห้อง Honeymoon Water Suite with Pool ขนาด 102 ตร.ม. จำนวน 6 ห้อง

ห้องพักแบบนี้เหมาะสำหรับคู่รักเป็นที่สุด ห้องแบ่งเป็นสัดส่วนและสวยงาม ภายในห้องนอนออกแบบเตียงให้เป็นแบบเตียงโค้งๆและไฮไลท์ที่พลาดไม่ได้คือมีเพดานที่เปิดดูดาวยามค่ำคืนได้อีกด้วย ในส่วนของห้องน้ำ จะออกแบบให้มีอ่างสีแดงสุดโรแมนติคสำหรับการแช่ตัวของคู่รัก ด้านระเบียงจะมีสระว่ายน้ำโค้งๆ ห้องพักแบบนี้จะเป็นแบบที่ต้องเข้าพักอย่างน้อย 3 คืนค่ะ

 

ห้องทุกแบบของ OBLU SELECT AT SANGELI มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน เช่น Individually controlled air-conditioning, Satellite TV, telephone, Free Wifi, Tea and coffee making facilities, In-room safe, Hairdryer และอุปกรณ์ต่างๆในห้องน้ำ รวมถึง Mini Bar ในห้องพักที่รวมให้แล้ว

 

ห้องอาหารและบาร์

OBLU SELECT AT SANGELI มีห้องอาหาร 3 ห้องด้วยกัน

ห้องอาหารแรกจะเป็นห้องอาหารหลักที่เกาะ Main Island ชื่อว่า THE COURTYARD ให้บริการอาหารแบบ Buffet นานาชาติ สำหรับมื้อเช้า กลางวันและค่ำ โดยเมนูอาหารจะเปลี่ยนไปในแต่ละวัน ตามธีมในวันนั้นๆ ห้องอาหารตั้งอยู่ใกล้กับชายหาด สามารถมองวิิวทะเลสวยๆประเทศมัลดีฟส์ในขณะรับประทานอาหารไปด้วย

 

 

ห้องอาหารที่ 2 จะเป็นห้องอาหาร JUST GRILL Specialty Restaurant หรือห้องอาหารพิเศษ ตั้งอยู่บนพื้นที่ของ Banyan Island ซึ่งจะให้บริการในมื้อกลางวันและมื้อค่ำ แต่มีที่นั่งจำกัด ดังนั้นควรจะทำการจองล่วงหน้าก่อนเข้ารับประทาน ที่ห้องอาหาร JUST GRILL จะเสิร์ฟอาหารแบบ 3 courses เมนู โดยมีเมนูแบบปิ้งย่างเนื้อและซีฟู๊ดให้เลือกรับประทานกันค่ะ

 

ห้องอาหารที่ 3 จะเป็นห้องอาหาร Specialty Restaurant ที่ตั้งไม่ไกลจาก JUST GRILL ชื่อว่า SIMPLY VEG ห้องอาหารนี้จะให้บริการอาหารมื้อกลางวันและมื้อค่ำเช่นกัน แต่มีที่นั่งจำกัด ดังนั้นควรจะทำการจองล่วงหน้าก่อนเข้ารับประทาน ที่ห้องอาหาร SIMPLY VEG จะเสิร์ฟอาหารแบบ 3 courses เมนู โดยมีเมนูแบบมังสวิรัติให้รับประทานค่ะ

 

โดยผู้ที่เข้าพักจะมีสิทธิในการเข้ารับประทานอาหารที่ห้องอาหาร JUST GRILL หรือ SIMPLY VEG 1 ครั้งต่อการเข้าพัก ในส่วนของผู้เข้าพักที่เป็นเด็กอายุไม่ถึง 16 ปีจะไม่สามารถเข้ารับประทานอาหารมื้อกลางวันได้ แต่จะสามารถเข้าใช้บริการช่วงค่ำได้ค่ะ

 

สำหรับเครื่องดื่มที่ OBLU SELECT AT SANGELI จะมีให้บริการทั้งในห้องอาหารและบาร์ตาม list ของ SERENITY PLAN โดยบาร์ที่รีสอร์ทแห่งนี้จะมีทั้งหมด 3 แห่ง ได้แก่ THE SANGS บนเกาะ Main Island,  ONE BANYAN ISLAND POOL BAR ที่ตั้งอยู่ที่ Banyan Island และ THE ROCK BAR ที่ตั้งอยู่ปลายสุดของ Main Island เครืื่องดื่มที่รวมอยู่ใน SERENITY PLAN ของรีสอร์ทนี้จะรวมทั้งแบบมีและไม่มีแอลกอฮอลล์ อาทิ เบียร์ ไวน์ เหล้าต่างๆ Cocktail, Soft Drink, Mocktail, ชาและกาแฟต่างๆ

นอกจากนี้ในช่วงบ่ายแก่ๆของทุกวันที่ THE SANGS จะให้บริการอาหารว่างที่เรียกว่า MR.FRY ด้วยค่ะ

 

EXCURSION และ SPA

หากท่านใดที่มองหาแพคเกจห้องพักที่รวมกิจกรรมให้ด้วย นับว่า OBLU SELECT AT SANGELI เป็นแพคเกจที่คุ้ทค่าเพราะ ในแพคเกจ SERENITY PLAN ได้ร่วมกิจกรรมเอาไว้ให้แล้ว โดยจะร่วมกิจกรรม SUNSET CRUISE FISHING 1 ครั้งต่อการเข้าพัก โดยจะมีให้บริการทุกวัน กิจกรรมนี้ผู้เข้าพักจะได้ประสปการณ์ในการตกปลาแบบ Madivian ที่ใช้เอ็นตกปลา และอีกกิจกรรมที่จะได้จะเป็นกิจกรรม GUIDED SNORKELING หรือ LOCAL ISLAND VISIT ซึ่งแต่ละกิจกรรมจะไม่ได้มีให้บริการทุกวัน โดยจะมีรายละเอียดดังนี้ค่ะ

  • กิจกรรม GUIDED SNORKELING  จะมีให้บริการวันอังคาร พฤหัสบดีและเสาร์ ช่วง 10.00 – 11.30 น. โดยกิจกรรมนี้จะเป็นการไปดำน้ำดูปะการังและส้ตว์น้ำแห่งท้องทะเลมัลดีฟส์
  • กิจกรรม LOCAL ISLAND VISIT จะมีให้บริการวันพุธ ศุกร์และอาทิตย์ ช่วง 10.00 – 13.30 น. เป็นกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวจะได้ชมวิถีชีวิตของชาวมัลดีฟส์ บนเกาะท้องถิ่น

แต่หากท่านใดสนใจการทำกิจกรรมในบริเวณรีสอร์ท ก็สามารถยืมอุปกรณ์ หน้ากากดำน้ำ Snorkeling และ Kayak ได้ที่ Diving and Water Sport ของรีสอร์ท หรือหากต้องการร่วมกิจกรรมอื่นๆ อาทิ SCUBA DIVING และกิจกรรมทางน้ำอื่นๆ ก็สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่นี่ค่ะ

 

นอกจากนี้หากท่านใดสนใจ relax ด้วยการทำสปาที่รีสอร์ท OBLU SELECT AT SANGELI แห่งนี้ ก็จะมีบริการที่เกาะ Banyan Island ที่มีชื่อว่า ELENA SPA AND WELLNESS ซึ่งให้บริการทั้งการนวด การทำเล็บค่ะ

 

หมายเหตุ: สำหรับแพคเกจ SERENITY PLAN ของที่รีสอร์ท OBLU SELECT AT SANGELI จะหยุดให้บริการใน 11:00 น. วัน CHECK OUT 

 

สนใจ Promotion พิเศษของรีสอร์ท OBLU SELECT AT SANGELI
**** สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 538-1374, 081 701-0091****

 

 

 

 

guest

Post : 2017-03-16 16:56:51.0     Forum: Review Resorts and Useful Information  >  เที่ยวมัลดีฟส์ เลือกที่พักแบบไหนดี ?

 

เที่ยวมัลดีฟส์ เลือกที่พักแบบไหนดี ?

 

 

          เพื่อให้วันพักผ่อนของคุณเป็นวันที่พิเศษ เหมาะกับความต้องการ การเลือกที่พักก็เป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญมากๆ  ทางทีมงาน www.maldiveslover.com มีข้อแนะนำเบื้องต้นในการเลือกรีสอร์ทในมัลดีฟส์มาฝากค่ะ

 

ข้อแนะนำเบื้องต้นในการเลือกรีสอร์ทในมัลดีฟส์

 

1. เลือกรีสอร์ทตามความชอบ

เน้นอะไร ชอบอะไรเป็นหลัก เลือกแบบนั้น เช่นบางท่านชอบดำน้ำตื้นดูปะการัง ดูปลาตามแนวปะการัง แนะนำให้เลือกรีสอร์ทที่มีปะการังรอบเกาะเลยค่ะ เนื่องจากเกาะต่างๆในมัลดีฟส์อาจมีสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน บางเกาะอาจไม่มีหรือมีปะการังน้อยมาก หากต้องการดำน้ำชมปะการังก็ต้องเสียเงินเพิ่มในการซื้อทริปออกไปดำน้ำนอกเกาะ ในขณะที่บางเกาะมีปะการังรอบเกาะประมาณว่าลงจากหน้าห้องก็เจอแนวปะการังได้เลยค่ะ

บางท่านไม่เน้นปะการังแต่อย่าได้ห้องสวยมี pool ส่วนตัวก็จะมีหลายรีสอร์ทที่สามารถตอบโจทย์ได้ค่ะ หรือบางท่านสนใจอยากสัมผัสกับการทานอาหารในห้องอาหารใต้น้ำ แนะนำให้พักรีสอร์ทที่มีห้องอาหารใต้น้ำเลยจะคุ้มกว่า สะดวกกว่า ไม่ต้องเสียค่า transfer ไปมาระหว่างเกาะ ซึ่งราคาสูงมากค่ะ ปัจจุบันในมัลดีฟส์มีหลายรีสอร์ทที่มีห้องอาหารใต้น้ำ เช่น Conrad Rangali, Hurawalhi Island, Anantara Khihava, Ozen, Niyama Per Aqumm เป็นต้นค่ะ 

 

2. เลือกจาก Transfer เข้า-ออกเกาะ

การท่องเที่ยวมัลดีฟส์จะมีการเข้า-ออกเกาะอยู่ 3 แบบ หลักๆ ดังนี้ค่ะ

 

2.1 เดินทางด้วยเรือเร็ว ( Speedboat)

 

          จะใช้สำหรับรีสอร์ทที่อยู่ไม่ห่างจากสนามบิน การเดินทางด้วย speedboat มีข้อดีคือไม่ต้องรอนาน หลายรีสอร์ทจะมี Speedboat เป็นของตัวเองเพื่อรับส่งแขกของรีสอร์ทในการเข้า ออก เกาะ ค่อนข้างสะดวกมากค่ะ สำหรับข้อเสียก็คือ จะไม่ได้เห็นวิวมัลดีฟส์จากมุมบน 

 

2.2 เดินทางด้วยเครื่องบินน้ำ (Seaplane)

 

          การเดินทางด้วย Seaplane เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่หลายท่านสนใจ โดยเครื่องบินจะขึ้นและลงบนน้ำ น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง มัลดีฟส์เป็นประเทศที่มี Seaplane Fleet ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

          การเดินทางด้วย Seaplane เป็นที่นิยมมากในการท่องเที่ยวมัลดีฟส์ ปรกติแล้วจะใช้สำหรับเดินทางเข้าเกาะที่อยู่คนละ Atoll ในระยะทางไม่เกิน 1 ชั่วโมง เพื่อความปลอดภัย Seaplane จะให้บริการเฉพาะช่วงที่มีแสงอาทิตย์เท่านั้นดังนั้นหากท่านต้องการเข้าเกาะในวันเดียวกัน ต้องหา Flight ที่มาถึงมัลดีฟส์ไม่เกิน 15.30 น. เนื่องจาก Seaplane จะปิดเช็คอินประมาณ 16.00 น.

           การเช็คอิน Seaplane ก็ง่ายมากค่ะ ถ้าซื้อเป็น Package จากทางเรา เราจะประสานงานแจ้งทางรีสอร์ทโดยก็จะมีเจ้าหน้าที่รีสอร์ทรอต้อนรับที่สนามบินและคอยอำนวยความสะดวกในการเช็คอินให้

 

"เรามาทำความรู้จักกับ Seaplane เบื้องต้นกันนะคะ"

  • Seaplane 1 ลำ นั่งได้ไม่เกิน 15 ท่าน การขึ้น Seaplane จะไม่มีการจองที่นั่ง ประมาณว่าขึ้นก่อนก็เลือกที่นั่งได้ก่อน โดยจะแบ่งการนั่งเป็น 2 ฝั่ง ฝั่งนึงนั่งได้ 2 ท่าน อีกฝั่งนั่งได้ 1 ท่าน ท่านที่ชอบถ่ายรูปก็สามารถถ่ายรูปวิวระหว่างเดินทางเข้าเกาะได้เลยค่ะ
  • ใน Seaplane ผู้โดยสารอาจไม่ได้ไปรีสอร์ทเดียวกันทั้งหมด ใครถึงก่อนลงก่อน หากยังไม่ถึงรีสอร์ทเราก็นังรอสบายๆบนเครื่องค่ะ โดยเจ้าหน้าที่จะแจ้งชื่อรีสอร์ทในการจอดแต่ละครั้ง

ข้อดีในการเดินทางด้วย Seaplane ท่านจะได้เห็นภูมิประเทศของมัลดีฟส์ ซึ่งจะไม่เหมือนที่อื่นในโลก จากมุมบนท่านสามารถเห็นเกาะต่างๆ ซึ่งเป็นที่ตั้งของรีสอร์ทหลากหลาย นับเป็นภาพความประทับใจที่ไม่รู้ลืม

ข้อเสียในการเดินทางด้วย Seaplane อันดับแรกเลย คือ ราคาจะสูงกว่าการเดินทางด้วย Speedboat และบางครั้งอาจต้องรอ Seaplane ใน Terminal นานนิดนึงค่ะ อีกอย่างก็คือ Seaplane จะมีเสียงดัง แต่ก็สามารถใช้ที่อุดหูช่วยได้ค่ะ นั่งไปซักพักก็จะชิน และ Seaplane จะไม่มีแอร์ (มีพัดลมและท่ออากาศ) ดังนั้นก่อนเครื่องขึ้นอาจร้อนนิดหน่อย แต่เมื่อขึ้นไปแล้วอากาศข้างนอกเข้ามาก็จะเย็นสบาย

 

2.3 เดินทางด้วยเครื่องบินภายในประเทศ +เรือเร็ว (Domestic Plane + Speedboat)

 

          ใช้สำหรับรีสอร์ทที่อยู่ไกลจากระยะที่ Seaplane บิน โดยจะต้องบินเครื่องบินในประเทศไปลงที่เกาะท้องถิ่นที่มีสนามบินและต่อ Speedboat ของแต่ละรีสอร์ทเพื่อเดินทางเข้าเกาะต่อไป ซึ่งระยะทางและเวลาจะต่างกันตามที่ตั้งของรีสอร์ทนั้นๆ

          การเดินทางแบบนี้ มีข้อดีคือนั่งสบายไม่ร้อนเพราะในเครื่องจะมีระบบปรับอากาศมีการเสริฟน้ำพร้อมผ้าเย็น แต่ก็มีข้อเสียคือต้องเสียเวลากับการเดินทางค่อนข้างมากกว่าการเดินทางแบบอื่น และเพดานการบินสูงกว่า Seaplane ซึ่งวิวระหว่างเดินทางจะไม่สวยเท่าการเดินทางด้วย Seaplane 

 

3. เลือกจาก Meal Plan หรือรูปแบบการให้บริการ อาหารและเครื่องดื่มของรีสอร์ทนั้นๆ

เรามาทำความรู้จักกับ Package หรือ Meal Plan ต่างๆในการท่องเที่ยวมัลดีฟส์กันก่อนนะคะ

 

3.1 ALL INCLUSIVE (AI)

          แพคเกจ All Inclusive เป็นแพคเกจที่ได้รับความนิยมอย่างสูงสำหรับผู้ที่เดินทางไปมัลดีฟส์ เนื่องจากได้รวมค่าใช้จ่ายต่างๆที่จำเป็นสำหรับการท่องเที่ยวในมัลดีฟส์ไว้แล้ว ไม่ว่าจะเป็น ค่าเดินทางเข้าเกาะ ค่าอาหาร/เครื่องดื่ม 3 มื้อหลัก (บางรีสอร์ทมีมื้อสายและมื้อบ่ายให้ด้วย) และยิ่งไปกว่านั้นในหลายๆรีสอร์ทก็ยังได้รวมกิจกรรม และ กีฬาทางน้ำไว้ในแพคเกจนี้เพื่อให้บริการอีกด้วย ข้อดีของแพคเกจลักษณะนี้คือนักท่องเที่ยวสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้ ค่าใช้จ่ายในมัลดีฟส์ค่อนข้างสูงโดยเฉพาะค่าอาหาร/เครื่องดื่ม เพราะประเทศมัลดีฟ์มีลักษณะเป็นเกาะ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ ทำให้ต้นทุนสูงจึงเป็นผลให้ค่าใช้จ่ายต่างๆสูงตามไปด้วย แพคเกจ All Inclusive ของแต่ละรีสอร์ทจะแตกต่างกันไปดังนั้นแนะนำว่าควรตรวจสอบให้ดีก่อนทำการจอง

 

3.2 Full Board (FB)

          Full Board เป็นแพคเกจรวมที่พัก และ อาหาร 3 มื้อ (เช้า กลางวัน เย็น) ไม่รวมเครื่องดื่ม ซึ่งรีสอร์ทจะจัดไว้ในห้องอาหารหลัก อาหารที่ให้บริการก็จะสลับสับเปลี่ยนไปตามเมนูในแต่ละมื้อ และการเปิดให้บริการก็มักจะมีการกำหนดเวลาที่แน่นอน ถ้าผู้เข้าพักพลาดการเข้าใช้บริการตามกำหนดเวลานั้น จะถือว่าสละสิทธิ์

 

3.3 Half Board (HB)

          แพคเกจ Half Board เป็นแพคเกจที่พักรวมอาหารเช้าและอาหารเย็น (ไม่รวมมื้อเที่ยง) แต่บางรีสอร์ทเปิดโอกาสให้แขกหรือผู้เข้าพักเลือกเป็นมื้อเช้าและมื้อเที่ยงได้ แพคเกจนี้โดยทั่วไปจะไม่รวมเครื่องดื่มหรือกิจกรรม แพคเกจ Half Board เป็นอีกหนึ่งแพคเกจที่เป็นที่นิยมสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการทำกิจกรรมในช่วงกลางวันแบบต่อเนื่อง

 

3.4 Bed and Breakfast (BB)

          แพคเกจแบบ Bed and Breakfast เป็นแพคเกจที่พักรวมอาหารเช้า 1 มื้อ เท่านั้น เหมาะสำหรับผู้ชอบเล่นกิจกรรมและอยากสั่งอาหารตามที่ตัวเองชอบ ผู้เข้าพักสามารถเปลี่ยนบรรยากาศ โดยการเปลี่ยนร้านอาหารไปในแต่ละมื้อ 

          สรุปก็คือ หากต้องการคุมงบประมาณไม่ให้บานปลายการเลือกมื้ออาหารแบบ All Inclusive ดูจะเป็นทางเลือกที่เหมาะสม แต่หากเป็นคนไม่ดื่มแอลกอฮล์ ไม่เล่นกิจกรรม การเลือกแบบ All Inclusive ก็ไม่จำเป็นค่ะ

 

4. เลือกจากงบประมาณ

          รีสอร์ทในมัลดีฟส์มีให้เลือกมากกว่า 100  รีสอร์ท และยังมีรีสอร์ทใหม่เปิดตัวอยู่เรื่อยๆ ยิ่งรีสอร์ทสวย หรูเท่าไหร่ราคาก็สูงขึ้นตาม การตั้งงบประมาณจึงเป็นเรื่องที่จำเป็น  รีสอร์ทหลายแห่งในมัลดีฟส์ Package จะรวมแค่อาหารเช้าเท่านั้น โดยที่ลูกค้าจะต้องมีค่าใช้จ่ายค่าอาหารเครื่องดื่ม เพิ่มเติม  ซึ่งราคาอาหารเครื่องดื่มในมัลดีฟส์ค่อนข้างสูง โดยเฉพาะรีสอร์ท 5 ดาว

          ในกรณีที่มีงบจำกัดการเลือกรีสอร์ทที่มี All Inclusive Plan ก็ดูจะเป็นทางเลือกที่ดีเพราะสามารถควบคุมงบประมาณได้ดีในระดับนึงเลยค่ะ

          นอกจากนี้การเดินทางเข้าเกาะด้วย Speedboat, Seaplane หรือ Domestic Plane ก็มีส่วนทำให้ราคาต่างกันเช่นกันค่ะ หากสนใจรีสอร์ทแบบไหนก็สามารถสอบถามทีมงานได้นะคะ ยินดีให้ข้อมูลเต็มที่ค่ะ 

 

สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่  090 912-0987, 081 701-0091

Facebook: All About Maldives

www.maldiveslover.com 

guest

Post : 2016-11-07 16:44:05.0     Forum: Review Resorts and Useful Information  >  รีวิว Meeru Island Resort & Spa, Maldives รีสอร์ท 4 ดาวที่มีขนาดใหญ่ในประเทศมัลดีฟส์

 Meeru Island Resort & Spa, Maldives

 

สำหรับผู้ที่มองหารีสอร์ทที่คุ้มค่าในการท่องเที่ยวมัลดีฟส์ อีกรีสอร์ทนึงที่น่าสนใจมากๆ คงจะเป็นที่ไหนไปไม่ได้นอกจาก Meeru Island Resort & Spa, Maldives 

 

Meeru Island Resort & Spa, Maldives ตั้งอยู่บริเวณมาเล่อะทอลล์เหนือ เป็นรีสอร์ท 4 ดาว ขนาดใหญ่ พื้นที่โดยรอบทั้งหมดประมาณ 105 เอเคอร์ หรือ ประมาณ 60 ไร่ รีสอร์ทนี้ ล้อมรอบไปด้วยทะเลที่สวยงาม และหาดทรายขาวยาวเหยียด

 

การต้อนรับที่สนามบิน

เมื่อเดินทางมาถึงสนามบิน Male International Airport และผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อยแล้ว รับกระเป๋าและเดินทางออกมาจากสนามบิน จะพบกับเจ้าหน้าที่ของรีสอร์ทต่างๆ มาคอยต้อนรับ ท่านสามารถมองหาเจ้าหน้าที่ที่ถือป้ายของ Meeru Island หรือ หากไม่พบเจ้าหน้าที่สามารถเดินทางไปที่เคาเตอร์หมายเลข 59 ได้ เจ้าหน้าที่จะทำการเช็คชื่อผู้เดินทาง และพาท่านไปยังท่าเรือ ซึ่งอยู่ติดกับสนามบิน

 

 

 

การเดินทางเข้าเกาะ

การเดินทางไป Meeru Island ใช้เวลาเดินทางจากสนามบิน Male International Airport ด้วย Speeboat ประมาณ 55 นาทีค่ะ

 

 

การเช็คอิน

เมื่อเดินทางมาถึง Meeru Island ทางรีสอร์ทจะมีเจ้าหน้าที่มาต้อนรับ และนำท่านเข้า Check in บริเวณ Lobby หลังจาก Check in เรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่จะนำกระเป๋าไปไว้ที่ห้องพักให้

 

รูปแบบห้องพัก

ห้องพักทั้งหมดของ Meeru Island มีจำนวน 284 ห้อง แบ่งประเภทห้องพักออกเป็น 5 รูปแบบ แต่ห้องที่น่าสนใจ และได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว จะมีด้วยกัน 3 แบบ คือ

  • BEACH VILLA เป็นห้องพักที่ตั้งอยู่บนหาดทราย มีขนาดประมาณ 56 ตารางเมตร ทางด้านหน้าห้องหันสู่ทะเล ถึงแม้หน้าห้องอาจจะไม่ได้ติดทะเล แต่ก็ยังสามารถมองเห็นวิวทะเลได้จากด้านหน้าห้อง เพราะห่างจากทะเลไม่มากนัก

 

  • JACUZZI BEACH VILLA เป็นห้องพักบนหาดที่มีอ่างจากุซซี่ด้วย ขนาดห้องพักประมาณ 80 ตารางเมตร หน้าห้องหันเข้าสู่ทะเล บางห้องสามารถมองเห็นวิวที่สวยงามได้จากหน้าห้อง ตัวอ่างจากุซซี่จะอยู่ในโซน out door ถ้าแช่น้ำตอนกลางคืน จะสามารถชมดาวได้ด้วย

 

  • JACUZZI WATER VILLA เป็นห้องพักที่ตั้งอยู่กลางทะเล ขนาดห้องพักประมาณ 85 ตารางเมตร ห้องกว้างขวาง สงบ และเป็นส่วนตัว เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวมัลดีฟส์ กับคู่รัก หรือ คู่เพื่อน สามารถลงเล่นน้ำได้จากหน้าระเบียงห้อง และห้องพักนี้ ยังมีอ่างจากุซซี่อยู่ในโซน out door อีกด้วย ซึ่งแยกออกมาจากตัวห้องพัก ห้องพัก JACUZZI WATER VILLA แบบนี้ จะมีด้วยกัน 2 ฝั่ง คือ ฝั่งที่ห้องหมายเลข 300 ขึ้นไปและฝั่งห้องหมายเลข 700 ขึ้นไป

 

RESTAURANT

ห้องอาหารจะมีด้วยกัน 4 ห้อง แบ่งเป็นห้องอาหารบุฟเฟ่ต์ 2 ห้อง ทั้งสองห้องจะจัดอาหารแบบเดียวกัน แต่อยู่กันคนละฝั่งของรีสอร์ท  เพื่อให้สะดวกกับลูกค้าทุกท่านที่มาเข้าพักในรีสอร์ท ส่วนอีก 2 ห้องอาหาร จะบริการอาหารแบบ A La Carte และมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

  • Farivalhu Restaurant เป็นห้องอาหารที่บริการแบบบุฟเฟ่ต์ เวลาเปิด-ปิด รอบเช้า 07:30-10:00 น. / รอบกลางวัน 12:30-14:00 น. (ถ้าวันศุกร์ 13:00-14:30 น.) / รอบเย็น 19:00-21:00 น.
  • Maalan Restaurant เป็นห้องอาหารที่บริการแบบบุฟเฟ่ต์ เวลาเปิด-ปิด รอบเช้า 07:30-10:00 น. / รอบกลางวัน 12:30-14:00 น. (ถ้าวันศุกร์ 13:00-14:30 น.) / รอบเย็น 19:00-21:00 น.
  • Asian Wok Restaurant เป็นห้องอาหารแบบ A La Carte เปิดบริการตั้งแต่เวลา 10:00-23:00 น.
  • Hot Rock Restaurant เป็นห้องอาหารแบบ A La Carte เปิดบริการตั้งแต่เวลา 10:00-23:00 น.

 

BAR

  • Dhoni Bar อยู่บริเวณ Jetty เป็นบาร์ที่เปิดบริการ 24 ชั่วโมง
  • Kakuni Bar อยู่บริเวณ Jetty เปิดบริการตั้งแต่เวลา 16:00-24:00 น.
  • Uthuru Bar อยู่ทางไปโซนห้องพักหมายเลข 700 เปิดบริการตั้งแต่เวลา 09:00-00:30 น.
  • Hot Rock Bar อยู่บริเวณห้องพักหมายเลข 300 เปิดบริการตั้งแต่เวลา 10:00-23:00 น.
  • Pavillion Bar ตั้งอยู่ริมสระว่ายน้ำ โซนห้องพักหมายเลข 300 เปิดบริการตั้งแต่เวลา 10:00-24:00 น.
  • Asian Wok Bar อยู่ทางโซนห้องพัก Beach เปิดบริการตั้งแต่เวลา 10:00-23:00 น.

 

EXCURSION & ACTIVITY

กิจกรรมสันทนาการของที่ Meeru Island มีให้เลือกหลากหลาย กิจกรรมที่อยู่ในบริเวณรีสอร์ท เช่น ไดร์ฟกอล์ฟ บิลเลียด พลู สนุ๊ก ปิงปอง ฟิตเนส ฟุตบอล เทนนิส แบตมินตัน และกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย ส่วน Excursion ที่รวมมาใน All Inclusive ด้วยนั้น ได้แก่ กิจกรรมดำน้ำตื้น (ไม่รวมค่าอุปกรณ์ดำน้ำตื้นประมาณ 12 USD / ท่าน / วัน) และกิจกรรม Sunset Cruise ซึ่งมีโอกาสเจอโลมาสูงมาก กิจกรรมต่างๆจะเป็นไปตามตารางเวลาของทางรีสอร์ทฯ

 

หากสนใจจองห้องพักของ Meeru Island หรือ ต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม 

สามารถติดต่อทีมงานฯ ได้ที่ 02-5381374 หรือ ทาง Facebook: All About Maldives

และติดตามโปรโมชั่นพิเศษของ Meeru Island ได้ที่ www.maldiveslover.com 

 

guest

Post : 2016-04-29 13:06:31.0     Forum: Review Resorts and Useful Information  >  รีวิว Machchafushi Island Resort & Spa Maldives, The Centara Collection, Centara Grand Island Resort & Spa Maldives รีสอร์ทสัญชาติไทยยอดนิยมของคนไทย

วันนี้ทางทีมงาน Maldiveslover จะมารีวิวรีสอร์ทสุด HOT ในการท่องเที่ยวมัลดีฟส์ อีกหนึ่งรีสอร์ทในกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวไทย และชาวต่างชาติที่มีชื่อว่า MACHCHAFUSHI ISLAND RESORT & SPA MALDIVES, THE CENTATA COLLECTION (ชื่อเดิม CENTARA GRAND ISLAND RESORT AND SPA MALDIVES) ซึ่งเป็นหนึ่งใน

รีสอร์ทในเครือ CENTARA ที่อยู่ในมัลดีฟส์ (CENTARA RAS FUSHI RESORT AND SPA MALDIVES, CENTARA MIRAGE LAGOON MALDIVES และ CENTARA GRAND LAGOON MALDIVES) โดยจะมีจุดเด่นของรีสอร์ทดังนี้

  • รอบๆรีสอร์ทมีแนวปะการังและพันธุ์สัตว์น้ำอุดมสมบูรณ์สามารถ Snorkeling ได้เลย
  • มีกิจกรรม Fish Feeding ทุกวันเป็นกิจกรรมที่เด็กๆชื่นชอบ เพราะจะได้เห็นสัตว์ทะเลต่างๆมากมายอาทิกระเบนฉลามพยาบาล
  • เด็กเล็กสามารถพักกับผู้ใหญ่ในห้องเดียวกันโดยเฉพาะห้องกลางน้ำ
  • ตั้งอยู่ใกล้กับจุด Snorkeling ชมฉลามวาฬที่มีชื่อเสียงของประเทศมัลดีฟส์
  • มีห้องอาหารไทยและเจ้าหน้าที่คนไทยให้บริการในรีสอร์ท

MACHCHAFUSHI ISLAND RESORT & SPA MALDIVES, THE CENTARA COLLECTION (CENTARA GRAND ISLAND) เป็นรีสอร์ทเดียวในเครือ CENTARA ที่ตั้งอยู่ใน South Ari Atoll ซึ่งห่างจากสนามบินที่มาเล่ประมาณ 90 กิโลเมตร มีจำนวนห้องพักทั้งสิ้น 112 ห้อง และเป็นรีสอร์ทที่เหมาะสำหรับทุกท่าน ทั้งสำหรับคู่รัก, ครอบครัว หรือเพื่อนฝูง ท่านจะได้พบกับห้องที่มีขนาดกว้างขวางสวยงาม ทัศนียภาพที่สวย รายล้อมด้วยปะการังรอบเกาะ และบริการตามแบบฉบับคนไทยที่คอยเอาใจใส่ดูแลผู้เข้าพักอย่างอบอุ่น

 

การต้อนรับที่สนามบิน

เมื่อเดินทางมาถึงสนามบินมาเล่ และผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อยแล้ว หลังจากที่รับกระเป๋าเดินทางและเดินออกมาจากสนามบิน ท่านจะพบกับเจ้าหน้าที่ของรีสอร์ทต่างๆที่จะมาคอยต้อนรับ ท่านสามารถมองหาเจ้าหน้าที่ที่ถือป้าย CENTARA เจ้าหน้าที่จะให้บริการ ผูกป้ายที่กระเป๋าและพาท่านไปเช็คอินที่ Counter Seaplane ในกรณีที่ไม่พบเจ้าหน้าที่ ท่านสามารถไปที่บูธของ CENTARA เพื่อพบเจ้าหน้าที่ที่นั่นได้เช่นกัน

 

การเดินทางเข้าเกาะ

 

สำหรับการเดินทางไป MACHCHAFUSHI ISLAND RESORT & SPA MALDIVES, THE CENTARA COLLECTION โดย Seaplane นั้นใช้เวลาเดินทางจาก Male International Airport ประมาณ 25-30 นาที โดยเจ้าหน้าที่ของรีสอร์ทจะช่วยอำนวยความสะดวกเรื่องการ Check in และ Load กระเป๋าให้ โดยกระเป๋าที่โหลดจะต้องมีน้าหนักไม่เกิน 20 กิโลกรัม เมื่อทำการเช็คอินเรียบร้อยแล้วผู้เดินทางจะได้รับ Boarding Pass และต้องขึ้นรถโค้ชเพื่อไปที่ Seaplane Terminal โดยกระเป๋าจะถูกส่งไปยัง Seaplane โดยเจ้าหน้าที่ 

 

โดย Seaplane 1 ลำจะนั่งได้ประมาณ 15 ท่าน บนเครื่องบินจะไม่มีแอร์ แต่จะมีพัดลมอยู่บริเวณด้านหน้าครับ เครื่องบินจะขึ้นและลงบนน้ำ

 

ตอนนี้แหละที่คุณจะได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ ที่หาได้ยากเมื่อขึ้นเครื่องแล้วผู้โดยสารจะต้องยื่นกระเป๋าสะพายหรือเป้ให้เจ้าหน้าที่บนเครื่องเพื่อเก็บไว้บริเวณด้านหลัง ระหว่างการเดินทาง คุณจะสามารถ enjoy กับวิวสวยๆ น้ำใสๆ ของรีสอร์ทต่างๆ ดังนั้น อย่าลืมติดกล้องถ่ายรูปไปด้วยนะครับ

 

การเช็คอิน

 

เมื่อท่านเดินทางมาถึงรีสอร์ทจะมีเจ้าหน้าที่มาต้อนรับที่เพื่ออำนวยความสะดวกในการนำนักท่องเที่ยวไปที่บริเวณ Lobby เพื่อทำการเช็คอิน เมื่อทำการเช็คอินเรียบร้อยแล้วพนักงานจะนำกระเป๋าไปส่งยังห้องพัก

ประเภทห้องพัก

สำหรับประเภทห้องพักของ MACHCHAFUSHI ISLAND RESORT & SPA MALDIVES, THE CENTARA COLLECTION มีทั้งห้องบนหาด 2 ประเภท และกลางน้ำ 4 ประเภท โดยมีจำนวนห้องรวมกันทั้งหมด 112 ห้อง โดยแบ่งห้องเป็น 6 ประเภทดังนี้ครับ

  1. ห้องบนหาด Duplex Beach Villa 
  2. ห้องกลางน้ำ Reethi Muraka Overwater Villa
  3. ห้องกลางน้ำ Family Overwater Villa with Kids Bedroom
  4. ห้องกลางน้ำ Sunrise/ Sunset Overwater Villa
  5. ห้องบนหาด Club Two Bedroom Beach Pool Villa 
  6. ห้องกลางน้ำ Club Sunset Overwater Villa with Pool

ห้องบนหาด Duplex Beach Villa (พักผู้ใหญ่ 2 ท่าน + เด็ก 2 ท่าน หรือ ผู้ใหญ่ 3 ท่าน + เด็ก 1 ท่าน)

ห้องพักแบบ DUPLEX BEACH VILLA จะอยู่บนเกาะ มีขนาด 87 sqm มี 2 ชั้น ชั้นล่างจะเป็นส่วนของห้องนั่งเล่นและห้องน้ำขนาดใหญ่ ชั้นบนจะเป็นห้องนอน และห้องน้ำขนาดย่อมๆ ห้อง DUPLEX BEACH VILLA ทุกห้องจะเป็น Seaview คือออกมาจากห้องก็จะเป็นหาดทรายแล้วก็ทะเลเลยครับ

ห้องกลางน้ำ SUNRISE/ SUNSET OVERWATER VILLA (พักผู้ใหญ่ 2 ท่าน + เด็ก 2 ท่าน หรือ ผู้ใหญ่ 3 ท่าน + เด็ก 1 ท่าน)

ห้อง SUNRISE/ SUNSET OVERWATER VILLA มีจานวน 18 ห้อง มีขนาด 87 sqm เป็นห้องกลางน้ำ ภายในห้องก็เพรียบพร้อมด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมากมาย บริเวณระเบียงมีตาข่ายนั่งชมวิว และมีบันไดลงน้ำจากระเบียง ผู้เข้าพักสามารถลงทะเลดำน้ำชมฝูงปลาได้อย่างเพลิดเพลินเลยทีเดียวครับ ห้อง SUNRISE/ SUNSET OVERWATER VILLA ห้องคล้ายกัน จะต่างกันที่ทิศทางครับ 

 

ห้องกลางน้ำ FAMILY OVERWATER VILLA WITH KIDS BEDROOM (พักผู้ใหญ่ 2 ท่าน + เด็ก 3 ท่าน หรือ ผู้ใหญ่ 3 ท่าน + เด็ก 2 ท่าน)

FAMILY OVERWATER VILLA WITH KIDS BEDROOM มีขนาด 92 sqm เป็นห้องที่เหมาะสาหรับครอบครัวที่มีเด็กเดินทางมาด้วย ในห้องจะมีเตียง 2 ชั้นจัดไว้สำหรับน้องๆอย่างเป็นสัดส่วน ส่วนของ Master bed จะหันหน้าออกทะเล พร้อมกับระเบียงขนาดใหญ่ที่ทั้งครอบครัวสามารถนั่งพักผ่อนใช้เวลาร่วมกันได้เป็นอย่างมีความสุข นอกจากนี้ในห้องจะมีอ่างสปาให้ด้วยดูหรูหราไฮโซทีเดียวครับ

 

ห้องกลางน่้ำ REETHI MURAKA OVERWATER VILLA (พักผู้ใหญ่ 2 ท่าน + เด็ก 2 ท่าน หรือ ผู้ใหญ่ 3 ท่าน + เด็ก 1 ท่าน)

ห้อง REETHI MURAKA OVERWATER VILLA เป็นห้องกลางน้ำอีกแบบที่อยู่ในส่วนที่หันหน้าเข้ารีสอร์ท มีจำนวน 28 ห้อง ในห้องจะเพรียบพร้อมด้วยเตียงขนาดใหญ่ห้องน้ำที่กว้างขวาง พร้อมอ่างอาบน้ำ และ อีกจุดเด่นของห้อง REETHI MURAKA OVERWATER VILLA ก็คือบริเวณระเบียงหน้าห้องจะมีตาข่ายสำหรับไว้นอนเล่นอีกด้วยครับ

 

ห้องบนหาด CLUB 2 BEDROOMS BEACH POOL VILLA (พักผู้ใหญ่ 2 ท่าน + เด็ก 3 ท่าน หรือ ผู้ใหญ่ 3 ท่าน + เด็ก 2 ท่าน หรือ ผู้ใหญ่ 4 ท่าน + เด็ก 1 ท่าน)

ห้อง CLUB 2 BEDROOMS BEACH POOL VILLA เป็นห้องที่อยู่บนเกาะ มีขนาด 158 sqm ทุกห้องจะมี private pool เป็นห้องอีก type นึงที่เหมาะกับ ครอบครัวที่มีเด็กเดินทางมาด้วย เด็กๆสามารถวิ่งเล่นบริเวณชายหาดหน้าห้องหรือจะว่ายน้ำเล่นในทะเลก็ได้เช่นกัน

ห้องกลางน้ำ CLUB SUNSET OVERWATER VILLA WITH POOL (พักผู้ใหญ่ 2 ท่าน + เด็ก 2 ท่าน หรือ ผู้ใหญ่ 3 ท่าน + เด็ก 1 ท่าน)

ห้อง CLUB SUNSET OVERWATER VILLA WITH POOL เป็นห้องกลางน้ำ type สูงสุดของ MACHCHAFUSHI ISLAND RESORT & SPA MALDIVES, THE CENTARA COLLECTION (CENTARA GRAND ISLAND RESORT & SPA MALDIVES) เหมาะเป็นอย่างยิ่งสาหรับคู่รักที่มองหาทริปพิเศษๆ แบบเป็นส่วนตัว โดยห้อง CLUB SUNSET OVERWATER VILLA WITH POOL จะหันหน้าออกทะเลฝั่งทิศตะวันตก มีจำนวน 40 ห้อง บริเวณหน้าห้องจะมีแนวปะการังที่อยู่ในสภาพสมบูรณ์ เหมาะแก่การดำน้ำ เมื่อเข้ามาในห้องคุณจะพบกับเตียงขนาดใหญ่ ห้องน้ำที่กว้างขวางพร้อมอ่างน้ำ ยิ่งไปกว่านั้นบริเวณระเบียงหน้าห้องจะมี Pool ขนาดพอเหมาะ ไว้สำหรับแช่น้ำพร้อมเพลิดเพลินไปกับการชมวิวทะเลอันสวยงามได้เป็นอย่างดีทีเดียวครับ

 

ห้องทุกประเภทของ MACHCHFUSHI ISLAND RESORT & SPA MALDIVES, THE CENTARA COLLECTION (CENTARA GRAND ISLAND RESORT & SPA MALDIVES) มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน เช่น Private terrace, Private bathroom with island bathtub and/or rain shower, Lounge area, Individually controlled air-conditioning, Satellite TV with in-house movies, DVD player and hi-fi system, Mini-bar refrigerator, Tea and coffee making facilities, IDD telephone, Wifi, In-room safe, Hairdryer เป็นต้นครับ

ห้องอาหาร

MACHCHAFUSHI ISLAND RESORT & SPA MALDIVES, THE CENTARA COLLECTION (CENTARA GRAND ISLAND RESORT & SPA MALDIVES) มีห้องอาหาร 3 แห่งประกอบด้วย

  • Reef: Asian and Western Buffet cuisines, 194 ที่นั่งให้บริการอาหารมื้อเช้า กลางวันและค่ำ แบบ International Buffet
  • Suan Bua: Thai, 70 ที่นั่งให้บริการอาหารมื้อเที่ยงและมื้อค่ำ ซึ่งจะให้บริการอาหารไทย 3 คอร์สเมนู
  • Mare Azzuri: Seafood restaurant, 55 นั่งให้บริการอาหารมื้อเที่ยงและมื้อค่ำ ซึ่งจะให้บริการอาหารอิตาเลี่ยน 3 คอร์สเมนู

MACHCHAFUSHI ISLAND RESORT & SPA MALDIVES, THE CENTARA COLLECTION (CENTARA GRAND ISLAND RESORT & SPA MALDIVES) เป็นรีสอร์ทนึงที่มี Package All Inclusive ที่น่าสนใจมากรีสอร์ทนึงเลยครับ  

 

บาร์เครี่องดื่ม

MACHCHAFUSHI ISLAND RESORT & SPA MALDIVES, THE CENTARA COLLECTION (CENTARA GRAND ISLAND RESORT & SPA MALDIVES) มีบาร์ 2 จุดไว้คอยบริการเครื่องดื่ม/ อาหารว่างพร้อมชา กาแฟช่วงบ่าย และ เย็น

  • Coral: Bar Lounge, 222 ที่นั่ง จะเป็นบาร์หลักที่ตั้งอยู่ใกล้กับสระว่ายน้ำหลัก ช่วงเย็นๆจะมีกิจกรรมการให้อาหารปลาโดยเจ้าหน้าที่ของรีสอร์ท ซึ่งเป็นกิจกรรมที่เด็กๆชื่นชอบเป็นอย่างมาก เพราะจะได้เห็นทั้งฉลามพยาบาล, Baby Shark, กระเบนและปลาอื่นๆว่ายไปมา ช่วงค่ำจะมีกิจกรรม Night Entertainment ให้ความสนุก อาทิ DJ Night, เกมแข่งขันปูเสฉวนและอื่นๆ 

 

  • Aqua: Over water Bar, Drinks & Snacks, 63 ที่นั่ง ซึ่งเป็นบาร์ที่สวยงามเหมาะกับการถ่ายรูป ตั้งอยู่ใกล้กับ Reception ของรีสอร์ท มองจากบาร์จะเห็นทะเลสีสวยของประเทศมัลดีฟส์ พร้อมจิบเครื่องดื่มอร่อยๆจากที่บาร์

 

กิจกรรมให้บริการในรีสอร์ท MACHCHAFUSHI ISLAND RESORT & SPA MALDIVES, THE CENTARA COLLECTION (CENTARA GRAND ISLAND RESORT & SPA MALDIVES)

MACHCHAFUSHI ISLAND RESORT & SPA MALDIVES THE CENTARA COLLECTION (CENTARA GRAND MALDIVES) มีกิจกรรมมากมาย อาทิ เช่น ทัวร์ดำน้ำตื้นชมประการัง, ทัวร์ชมฉลามวาฬทางเรือ, ล่องเรือชมพระอาทิตย์ตกดิน, ทัวร์สำรวจเกาะรอบๆ และตกปลายามพระอาทิตย์ตกดิน นอกจากนี้ยังที่รีสอร์ทยังมีบริการห้องออกกาลังกาย, สนามเทนนิส รวมถึงบริการอุปกรณ์ดำน้ำตื้น และอุปกรณ์กีฬาทางน้ำต่างๆ ชนิดไม่ใช้เครื่องยนต์รวมถึง เรือยาง, เรือกล้วย ให้บริการอีกด้วย

 

Kids Club

Machchafushi Island Resort & Spa Maldives, The Centara Collection (Centara Grand) มี Kids Club ไว้ต้อนรับน้องๆ โดยจะมีเครื่องเล่นสำหรับเด็กๆ ผู้ปกครองสามารถนำลูกๆมาเล่นที่ Kids Club ได้ฟรี

Spa

MACHCHAFUSHI ISLAND RESORT & SPA MALDIVES, THE CENTARA COLLECTION (CENTARA GRAND MALDIVES) จะมี Course spa ต่างๆมากมายที่คุณสามารถเลือกใช้บริการได้ตามต้องการ

*Credit ภาพ: MACHCHAFUSHI ISLAND RESORT & SPA MALDIVES, THE CENTARA COLLECTION

 

สนใจ Promotion พิเศษของ MACHCHAFUSHI ISLAND RESORT & SPA MALDIVES, THE CENTARA COLLECTION (CENTARA GRAND ISLAND RESORT & SPA MALDIVES)

**** สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 538-1374, 081 701-0091, 090 912-0987****

guest

Post : 2015-12-15 18:48:34.0     Forum: Review Resorts and Useful Information  >  รีวิว Centara Ras Fushi รีสอร์ท 4 ดาวที่เป็นที่นิยมมากสุดสำหรับนักท่องเที่ยวคนไทย

 

     สวัสดีค่าวันนี้ทางทีมงาน Maldiveslover จะมารีวิวรีสอร์ทยอดฮิตอีกหนึ่งรีสอร์ทในกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวไทย ซึ่งก็เป็นที่ไหนไปไม่ได้เลยนอกจาก Centara Ras Fushi Resort and Spa Maldives นั่นเอง Centara Ras Fushi เป็นหนึ่งใน 2 รีสอร์ทในเครือ Centara ที่อยู่ในมัลดีฟส์ (อีกแห่งก็คือ Centara Grand Island Resort and Spa Maldives)

 

Centara Ras Fushi Maldives เป็นรีสอร์ท 4 ดาวตั้งอยู่ไม่ห่างจากเมืองมาเล่ ระยะทางในการเดินทางไป Centara Ras Fushi เพียง 10 กิโลเมตร จากสนามบินเท่านั้น
Centara Ras Fushi เป็นเกาะที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก มีจำนวนห้องพักทั้งสิ้น 140 ห้อง ผู้เข้าพัก Centara Ras Fushi ต้องมีอายุขั้นต่ำ 18 ปี ขึ้นไป Centara Ras Fushi จึงเหมาะสำหรับ ลูกค้าที่มาเป็นคู่ และคู่รักฮันนีมูน ที่ต้องการความเป็นส่วนตัว และบริการตามแบบฉบับคนไทยที่คอยเอาใจใส่ดูแลผู้เข้าพักอย่างอบอุ่น

 

การต้อนรับที่สนามบิน

     เมื่อเดินทางมาถึงสนามบินมาเล่ และผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อยแล้ว รับกระเป๋าและเดินออกมาจากสนามบินจะพบกับเจ้าหน้าที่ของรีสอร์ทต่างๆมาคอยต้อนรับ ท่านสามารถมองหาเจ้าหน้าที่ที่ถือป้าย Centara เจ้าหน้าที่จะให้บริการ ผูกป้ายที่กระเป๋าและพาท่านไปยังท่าเรือซึ่งอยู่ติดกับสนามบิน ในกรณีที่ไม่พบเจ้าหน้าที่ ท่านสามารถไปที่บู้ธของ Centara เพื่อพบเจ้าหน้าที่ที่นั่นได้เช่นกัน บู้ธของ Centara นั้นหาง่ายมากๆ เมื่อออกมาจาก Arrival Gate แล้วจะอยู่แถวแรกๆฝั่งซ้ายมือค่ะ

การเดินทางเข้าเกาะ

 

การเดินทางไป Centara Ras Fushi Maldives ใช้เวลาเดินทางจาก Velana International Airport ด้วย Speedboat เพียง 20 นาที ในสภาพอากาศปรกติ โดยภายในเรือจะมีเสื้อชูชีพไว้ให้ผู้โดยสาร ผู้โดยสารทุกท่านต้องสวมใส่เสื้อชูชีพเพื่อความปลอดภัยด้วยนะคะ

 

การเช็คอิน

 

     เมื่อท่านเดินทางมาถึงเกาะจะมีเจ้าหน้าที่มาต้อนรับที่บริเวณท่าเรือของเกาะเพื่ออำนวยความสะดวกในการนำนักท่องเที่ยวไปที่บริเวณ Lobby เพื่อทำการเช็คอิน เมื่อทำการเช็คอินเรียบร้อยแล้วพนักงานจะนำกระเป๋าไปส่งยังห้องพัก

 

รู้จักกับห้องพัก ของ Centara Ras Fushi Resort & Spa Maldives

 

ห้องพักของ Centara Ras Fushi มีจำนวนห้องรวมกันทั้งหมด 140 ห้อง โดยแบ่งห้องเป็น 6 Room Types (บนเกาะ 2 types กลางน้า 4 types) ดังนี้ค่ะ

  1. Lagoon View Beach Villa (20 villas)
  2. Lagoon View Beach Villa with Swirl Pool (10 villas)
  3. Overwater Villa (50 villas)
  4. Sunset Overwater Villa (26 villas)
  5. Overwater Villa with Swirl Pool (20 villas)
  6. Sunset Overwater Villa with Swirl Pool (14 villas)

 

Lagoon View Beach Villa/ Lagoon View Beach Villa with Swirl Pool

 

 

ห้องพักแบบ Beach Villa จะอยู่บนเกาะ มีขนาด 45 sqm ทุกห้องจะเป็น Seaview คือออกมาจากห้องก็จะเป็นหาดทรายแล้วก็ทะเลเลยค่ะ

ส่วนห้อง Lagoon View Beach Villa มีขนาด 51 sqm และเป็น Seaview เช่นเดียวกับห้อง Lagoon View Beach Villa สิ่งที่ห้อง Lagoon View Beach Villa with Swirl Pool มีเพิ่มเติมจากห้อง Lagoon View Beach Villa ก็คืออ่างสปา และ IPOD Docking ค่ะ

 

Overwater Villa/ Sunset Overwater Villa

 

 

ห้องทั้ง 2 type นี้มีขนาดเท่ากันคือ 42 sqm เป็นห้องกลางน้ำทั้งคู่จะต่างกันแค่ห้อง Overwater Villa หันหน้าทางทิศตะวันออก และ Sunset Overwater Villa หน้าทางทิศตะวันตกค่ะ

ห้อง Sunset Overwater Villa จะอยู่ในส่วน Long tail เท่านั้นในขณะที่ Overwater Villa จะตั้งอยู่ทั้งในส่วน Long tail และ Short tail ค่ะ

 

Overwater Villa with Swirl Pool

 

 

ห้อง Overwater Villa with Swirl Pool  ขนาด 42 sqm เป็นห้อง type ใหม่ที่ทางรีสอร์ทปรับปรุงจากห้อง Overwater Villa ในส่วน Long tail เดิมโดยเพิ่มอ่างสปาและปรับที่นั่งตรงระเบียงให้ดูสวยงามขึ้น โดยจะตั้งอยู่ใน 2 locations คือ ทั้งฝั่ง Short Tail และ Long Tail ค่ะ 

 

Sunset Overwater Villa with Swirl Pool

 

 

ห้อง Sunset Overwater Villa with Swirl Pool เป็นห้อง type สูงสุดของ Centara Ras Fushi Maldives มีขนาด 42 sqm เท่ากันกับ Overwater Villa type อื่นๆ แต่ห้อง Sunset Overwater Villa with Swirl Pool จะมีความพิเศษกว่าคือจะมีอ่างสปาและตาข่ายไว้สาหรับนั่งเล่นที่ระเบียง และจะหันทางทิศตะวันตกทุกห้อง ท่านสามารถชมวิวพระอาทิตย์ตกดินในบรรยากาศสบายๆได้ที่ห้องพักเลยค่ะ

ห้องทุก type ของ Centara Ras Fushi มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน เช่น Individually controlled air-conditioning, Ceiling fan, Satellite TV, DVD player, IDD telephone, Wifi, Tea and coffee making facilities, In-room safe, Hairdryer

 

ห้องอาหาร

 ที่ Centara Ras Fushi Resort & Spa Maldives มีห้องอาหาร 4 แห่งประกอบด้วย

  • Oceans: international, Asian and daily themed buffets, 130 seats

 

  • Al Khaimah: authentic Bedouin tent serving Arabian cuisine, 26 seats

 

  • La Brezza: Italian cuisine and seafood, 36 seats

 

  • Suan Bua: Thai cuisine, 44 seats

 

สำหรับลูกค้าที่ซื้อ Package แบบ All Inclusive สามารถรับประทานอาหารแบบ buffet ได้ที่ห้องอาหาร Ocean ทั้ง 3 มื้อ หรือจะเลือกใช้สิทธิ์ในการรับประทานอาหารกลางวัน หรือมื้อค่ำ ณ ห้องอาหารสวนบัว ที่บริการอาหารไทย, หรือที่ลาเบรซซา บริการอาหารอิตาเลียนและซีฟู้ดไว้ล่วงหน้า โดยจะได้รับเครดิตมูลค่า 40 ดอลลาร์สหรัฐ สำหรับสั่งอาหารจากเมนูตามสั่ง หรือเลือกจากเมนูที่เชฟแนะนำแบบ 3 คอร์ส หรือมื้อค่ำที่อัลคัยมะห์ โดยใช้เครดิตมูลค่า 40 ดอลลาร์สหรัฐ จากรายการ อาหารตามสั่งเท่านั้น (ไม่มีบริการรายการอาหารที่เชฟแนะนาแบบ 3 คอร์สที่ห้องอาหารที่อัลคัยมะห์) บริการนี้จะต้องสำรองที่นั่งล่วงหน้า

 

ที่ Centara Ras Fushi เป็นอีกรีสอร์ทนึงที่อาหารอร่อย โดยจะมีเชฟชาวไทยคอยกำกับดูแลรสชาติและคุณภาพอาหารเป็นอย่างดี

 

บาร์เครี่องดื่ม

Centara Ras Fushi มีบาร์ 3 จุดไว้คอยบริการเครื่องดื่ม / อาหารว่างพร้อมชา กาแฟ ช่วงบ่าย และ เย็น

  • Chill Bar: Over-water lounger bar, 78 seats

 

  • Waves Pool Bar: snacks and refreshments

 

  • Giraavaru Lobby Bar: snacks and refreshments, 26 seats

 

 

กิจกรรม

 

สำหรับ All Inclusive Package ที่ Resort มีบริการอุปกรณ์ดำน้าตื้นและอุปกรณ์ทางน้ำ (ชนิดไม่มีเครื่องยนต์) เช่น เรือแคนู, เรือถีบ, วินเซิร์ฟ, กระดานโต้คลื่น ไว้บริการฟรี อย่างไรก็ตามผู้ที่สนใจต้องทำการทดสอบการว่ายน้ำและการใช้อุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยด้วยนะคะ

นอกจากนี้สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการออกกำลังกาย ทางรีสอร์ทก็มี Fitness ไว้บริการเช่นกันค่ะ

 

 

Spa Cenvaree

ที่ Centara Ras Fushi Resort & Spa Maldives มีบริการสปาโดยมี Course ต่างๆมากมายที่คุณสามารถเลือกใช้บริการได้ตามต้องการ

 

 

 สนใจ Promotion พิเศษของ Centara Ras Fushi Resort & Spa Maldives
**** สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 538-1374, 081 701-0091****

guest

Post : 2015-10-07 17:02:25.0     Forum: Review Resorts and Useful Information  >  รีวิว Safari Island Resort and Spa Maldives รีสอร์ท 4 ดาวที่มีความอุดมสมบูรณ์ของท้องทะเล

Safari Island Resort and Spa Maldives

 

Safari Island ตั้งอยู่ใน North Ari Atoll การเดินทางเข้าเกาะใช้ Seaplane โดยใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาทีจากสนามบินมาเล่

การต้อนรับที่สนามบิน

เมื่อผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและรับกระเป๋าเรียบร้อยแล้ว ออกมาจากเราก็จะเจอ Staff ของรีสอร์ทต่างๆมาถือป้ายของรีสอร์ทเพื่อรอต้อนรับลูกค้า แต่ถ้าไม่เจอ Staff  ท่านสามารถเดินไปที่บูธของรีสอร์ทได้ ซึ่งบูธของ Safari จะหาง่ายมากมองตรงมาซ้ายมือบะแถวแรก เบอร์ A11 ท่านสามารถไปที่บูธได้เลย พนักงานที่บูธจะทำการต้อนรับและตรวจสอบเอกสารพร้อมผูก Tag ที่กระเป๋า

การเดินทางเข้าเกาะ

สำหรับ Safari Island ต้องใช้ Seaplane ในการเดินทางเข้าเกาะ โดย Staff จะนำท่านไป Check in ที่ Counter Seaplane หลังจากนั้นก็จะมีรถมารับไปที่ Seaplane Terminal หลังจากนั้นเราก็รอเวลา Seaplane ออก โดยสามารถดูเวลาได้จาก Boarding Pass ได้เลยครับ สำหรับ Safari Island จะใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที อ้อ...เกือบลืมบอกเรื่องสำคัญไป คือ กระเป๋าที่จะนำขึ้น Seaplane น้ำหนักไม่ควรเกิน 20 kg. นะครับ และ Seaplane เค้าอาจไม่ได้ตรงไปที่ Safari ในทันทีเพราะ ใน 1 ลำอาจมีผู้โดยสารที่พักรีสอร์ทต่างกัน ทางเจ้าหน้าที่จะจัด Routing ให้เหมาะสมเองครับ มองอีกมุมนึงถ้ารีสอร์ทที่เราไปไม่ได้เป็นที่แรก เราก็จะได้มีประสบการณ์ Take Off และ Landing ของ Seaplane มากขึ้น ระหว่างทางท่านก็จะได้พบกับวิวอันสวยงาม ประมาณนี้

 

 

การเช็คอิน

 

เมื่อเดินทางมาถึงเกาะทางรีสอร์ทจะมีเจ้าหน้าที่มาต้อนรับและนำท่านเข้า Check in บริเวณ Lobby ที่ Safari จะมี Lobby ขนาดใหญ่ บริเวณรอบ Lobby ก็จะมีห้องที่ท่านสามารถมายืมหนังสือหรือ DVD ได้ อีกทั้งยังมี Shop ที่ท่านสามารถเข้าไปเลือกชมสินค้าได้ตามอัธยาศัย

 

 

ห้องพักรูปแบบต่างๆ ของ Safari Island Resort&Spa, Maldivesที่ Safari จะมีห้องพักทั้งหมด 3 แบบด้วยกันคือ

 

  1. Beach Bungalow (30 ห้อง)
  2. Semi Water Bungalow (15 ห้อง)
  3. Water Bungalow (39 ห้อง)

 

1. Beach Bungalow

 

ห้อง Beach Bungalow ที่ Safari จะอยู่ใกล้ชายหาดเลยครับ เรียกว่าเปิดประตูห้องมาก็เห็นวิวทะเลและสามารถลงเล่นน้ำหน้าหาดได้เลยครับ

 

 

ในห้องก็กว้างขวางและมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันครับ

 

 

2. Semi Water Bungalow

มาดูห้อง Semi Water Bungalow กันบ้างนะครับ บางท่านอาจสงสัยว่าห้อง Semi Water Bungalow ที่ Safari Island นี่มันเป็นยังไง ง่ายๆเลยครับ ห้อง Semi Water จะมีส่วนนึงอยู่บนเกาะอีกส่วนอยู่ในน้ำนั่นเองครับ

 

ทางเข้าห้อง Semi Water ครับ เข้าได้จากบนเกาะเลย

 

บรรยากาศหน้าห้อง Semi Water Bungalow

 

 

ภายในห้องก็จะคล้ายกับห้อง Water Bungalow เลยครับ (ดูรูปภายในห้องพักได้ที่รีวิวห้อง Water Bungalow)

3. Water Bungalow

มาถึงห้องสุดฮิตกันดีกว่าครับห้อง type นี้เรียกว่าห้อง Water Bungalow หรือที่เรารู้จักกันในชื่อห้องกลางน้ำนั่นเองครับ

 

ห้อง Water Bungalow ที่ Safari Island มีจำนวนทั้งสิ้น 39 ห้อง (1 หลัง = 1 ห้อง) ในบริเวณห้องพักก็กว้างขวางสะดวกสบาย ที่สำคัญที่ Safari Island อนุญาติให้เด็กนอนห้อง Water Bungalow ได้อีกด้วย โดยผู้ปกครองต้องดูแลน้องๆด้วยนะครับ อีกทั้งสำหรับท่านที่ต้องการนอน 3 ในห้อง Water ที่ Safari Island ก็สามารถจัดเตียงเสริมให้ได้เช่นกัน Safari Island Maldives จึงเป็นอีกหนึ่งรีสอร์ทที่เหมาะสำหรับทั้งการมาพักผ่อนเป็นคู่และมาเป็นครอบครัว หรือ กลุ่มเพื่อนฝูงครับ
เรามาดูบรรยากาศห้อง Water Bungalow ที่ Safari Island Maldives กันนะครับ

 

ทางเดินไปที่ห้อง

 

 1 หลัง 1 ห้อง

 

 

มาดูภายในห้องกันบ้างครับ ในกรณีเสริมเตียง ทางรีสอร์ทก็จัดวางเตียงได้อย่างเหมาะสม

 

 

 

ริเวณระเบียงหน้าห้อง จะมีเก้าอี้ไว้ให้นอนพักผ่อนสบายๆ หรือจะใช้นอนดูดาวช่วงกลางคืนก็แจ่มไม่น้อย

 

 

ห้องน้ำในห้อง Water Bungalow ที่ Safari Island ก็กว้างขวางทีเดียว

 

 

 

แถมท้ายกันด้วยภาพถ่ายห้อง Water Bungalow ที่มองมาจากชายหาดครับ

 

 

หลังจากที่ได้รู้จักกับห้องพักของ Safari Island กันแล้ว เรามาทำความรู้จักกับส่วนอื่นๆของรีสอร์ทกันบ้าง เริ่มต้นกันที่ห้องอาหารหลักกันเลยดีกว่าครับ

 

Main Restaurant

 

ที่ห้องอาหารหลักจะเสริฟอาหาร Buffet โดยจะเปิดให้บริการเป็นเวลาดังนี้ครับ
อาหารเช้า     07:30-10:00 น.
อาหารเที่ยง    12:30-14:00 น.
อาหารเที่ยง    13:15-14:30 น. (วันศุกร์)
อาหารเย็น    19:30-21:00 น.
ภายในบริเวณห้องอาหารก็จะดูโปร่ง กว้างขวาง

 

 

 

อาหารที่นี่ก็มีให้เลือกหลากหลาย ทั้งแบบ Buffet และ Live Cooking Station ทานกันได้เต็มที่

 

 

 

ใกล้กันกับห้องอาหารก็จะเป็น Bar (Palm Bar) ซึ่งลูกค้าที่ซื้อ Package แบบ All Inclusive สามารถสั่งเครื่องดื่มได้ที่นี่ (ตามรายละเอียดของ All Inclusive)

 

 

นอกจากนี้ที่ Safari Island ก็ยังมี Bar บริเวณสระน้ำ และ อีกแห่งที่บริเวณทางเดินเข้าไปในส่วนของห้อง Water Bungalow อีกด้วยครับ

 

Excursion & Activity

 

 

กิจกรรมที่ Safari Island Maldives ก็มีมากมาย สำหรับลูกค้าแบบ All Inclusive สามารถเลือกกิจกรรมได้หนึ่งกิจกรรม คือ Snorkeling Trip หรือ Half Day Excursion โดยสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมได้ตามตารางกิจกรรมที่รีสอร์ทเลยครับ

 

 

นอกจากนี้ลูกค้า All Inclusive ยังสามารถยืมอุปกรณ์ Snorkeling ได้ฟรีที่ Reception อีกด้วย แนะนำให้ลองดำน้ำตื้นดูนะครับ เพราะที่ Safari Island จัดว่าเป็นอีกหนึ่งรีสอร์ทที่มีปะการังรอบๆรีสอร์ท (House reeves) ที่เยอะและสมบูรณ์แห่งหนึ่งทีเดียว สำหรับผู้ที่พักห้อง Water Bungalow ฝั่งตะวันตก สามารถลงดำน้ำจากหน้าห้องได้เลยบริเวณนั้นจะเป็นแนวปะการังเลย อย่างไรก็ตามการเล่นกิจกรรมทางน้ำต่างๆ ต้องเล่นด้วยความระมัดระวังด้วยนะครับ

 

กิจกรรมสุดพิเศษอีกหนึ่งอย่างซึ่งเรียกได้ว่าเป็น Signature Activity ของ Safari Island Maldives ก็คือการล่องเรือ Luxury Dhoni ซึ่งเรือลำนี้จะมีห้องนอน ห้องน้ำพร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน บนเรือก็จะมีเจ้าหน้าที่ไว้คอยบริการ หากสนใจล่องเรือ Luxury Dhoni สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่รีสอร์ทได้เลยครับ บางช่วงทาง Safari อาจมีโปรพิเศษๆ เช่นจอง 2 ห้อง พัก 3 คืนขึ้นไป จะได้ล่องเรือ Luxury Dhoni ฟรี เป็นต้น

 

 

 

 

 

 

 

คอยติดตามโปรดีๆ ของ Safari Island ได้ที่ www.maldiveslover.com หรือ Facebook: all about maldives นะครับ

guest

Post : 2015-09-04 18:26:02.0     Forum: Review Resorts and Useful Information  >  รีวิว Thulhagiri Island Resort & Spa, Maldives รีสอร์ทที่ราคาโดนใจ

Thulhagiri Island Resort & Spa, Maldives

สวัสดีค่ะ วันนี้ทางทีมงาน Maldiveslover จะมารีวิวรีสอร์ทที่มีชื่อว่า Thulhagiri Island Resort & Spa, Maldives กันนะคะ

ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับ Thulhagiri Island Resort & Spa, Maldives

Thulhagiri Island Resort & Spa, Maldives ตั้งอยู่ใน North Male’ Atoll โดยใช้เวลาเดินทางจากสนามบินมาเล่ ไปที่เกาะประมาณ 25 นาที เป็นรีสอร์ทระดับ 3.5 ดาว หรือเป็นรีสอร์ทเริ่มต้นของนักท่องเที่ยวหลายๆคนที่อยากจะไปสัมผัสบรรยากาศสวยๆของประเทศมัลดีฟส์ เพราะราคาจะไม่สูงมาก บรรยากาศภายในรีสอร์ทเป็นแบบ Tropical เพราะการตกแต่งส่วนใหญ่จะเป็นวัสดุทางธรรมชาติ เช่น ไม้ไผ่ ซึ่งจริงๆแล้ว จะหาไม้ไผ่ในมประเทศมัลดีฟส์ไม่ได้ แต่ทางเจ้าของได้สั่งนำเข้าทั้งหมดค่ะ 

การต้อนรับที่สนามบิน

เมื่อเดินทางมาถึงสนามบินมาเล่และผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อยแล้ว รับกระเป๋าและเดินออกมาจากสนามบินจะพบกับเจ้าหน้าที่ของรีสอร์ทต่างๆ มาคอยต้อนรับ โดยเจ้าหน้าที่จะถือป้ายของแต่ละรีสอร์ท เราสามารถเดินเข้าไปหาเพื่อให้เจ้าหน้าที่พาไปที่บูธ ในกรณีที่ไม่เจอเจ้าหน้าที่ถือป้ายต้อนรับ ให้มองหาบูธของ Thulhagiri Island Resort & Spa, Maldives ซึ่งจะอยู่ที่บูธ No. A11 หาง่ายมาก ไม่ต้องกลัวหลงพอออกจากประตูมาแล้วอยู่ซ้ายมือแถวแรก เมื่อไปที่บูธเจ้าหน้าที่จะทำการตรวจสอบเอกสาร พร้อมกับผูกป้ายที่กระเป๋าและพาท่านไปยังท่าเรือซึ่งอยู่ติดกับสนามบินค่ะ

 

การเดินทางเข้าเกาะ

 

การเดินทางไป Thulhagiri จะเดินทางโดย Speed boat จากสนามบินมาเล่ โดยใช้เวลาประมาณ 25 นาที ในเรือจะมีเสื้อชูชีพไว้ให้ผู้โดยสาร ผู้โดยสารทุกท่านต้องสวมใส่เสื้อชูชีพเพื่อความปลอดภัยด้วยนะคะ

 

การเช็คอิน

เมื่อเดินทางมาถึงเกาะทางรีสอร์ทจะมีเจ้าหน้าที่มาต้อนรับที่บริเวณท่าเรือเพื่ออำนวยความสะดวก และนำนักท่องเที่ยวไปที่บริเวณ Reception Area เพื่อทำการเช็คอิน เมื่อทำการเช็คอินเรียบร้อยแล้วพนักงานจะนำกระเป๋าไปส่งยังห้องพักของท่าน พนักงานที่นี่ก็ต้อนรับแขกทุกท่านด้วยความเป็นกันเองอย่างมาก Reception Area หน้าตาประมาณนี้

 

รู้จักกับห้องพัก ของ Thulhagiri Island Resort&Spa, Maldives

Thulhagiri มีห้องทั้งสิ้น 72 ห้อง โดยแบ่งเป็น 3 ประเภท คือ Beach Bungalow, Water Bungalow และ Superior Water Bungalow

 

1. Beach Bungalow

 

ห้องพักแบบ Beach Bungalow เป็นห้องพักแบบมาตรฐานทั่วไปโดยห้องพักประเภทนี้จะตั้งอยู่บนเกาะ ภายในห้องตกแต่งด้วยไม้ เพดานสูงทำให้ผู้เข้าพักรู้สึกสบายไม่อึดอัดเลยค่ะ ส่วนอุปกรณ์อำนวยความสะดวกก็มีให้ค่อนข้างครบถ้วน ข้อดีของห้อง Beach Bungalow คือสะดวกเพราะอยู่ใกล้กับห้องอาหารและ Reception เดินไปนิดเดียวก็ถึง

 

2. Water Bungalow 

ห้อง Water Bungalow เป็นห้องพักกลางน้ำจะมี 2 wing จริงๆเมื่อก่อนมี wing เดียวแต่ทางรีสอร์ททำการก่อสร้าง wing ใหม่ ซึ่งจะเป็นห้อง Superior Water Bungalow ห้องพักก็มีขนาดกว้างขวาง มีโต๊ะกระจกซึ่งสามารถมองลงไปเห็นน้ำทะเลด้านล่างได้ด้วย

ภายนอกจะเป็นระเบียงไว้ให้เรานอนเล่นดูวิวสวยๆ หรือดูดาวตอนกลางคืนก็แจ่มไม่น้อย

สำหรับห้องน้ำที่ Thulhagiri ก็จะมีอ่างล้างหน้า 2 จุด มีทั้งอ่างสำหรับลงไปแช่สบายๆและส่วนที่เป็น Shower Stand ค่ะ

 

ส่วนอุปกรณ์อำนวยความสะดวกก็มีให้ครบถ้วน อาทิเช่น TV, กาน้ำร้อน, ชา กาแฟ ฯลฯ

 

3. ห้อง Superior Water Bungalow เป็นห้องที่มีการปรับปรุงและตกแต่งใหม่ การตกแต่งจึงแตกต่างจากห้อง Water Bungalow 

อาหารและเครื่องดื่ม

ที่ Thulhagiri Island Resort & Spa, Maldives จะมี Meal Plan ให้เลือกหลายอย่างเช่นกันค่ะ ทั้ง Half Board, Full Board และ All Inclusive ทางทีมงานแนะนำแบบ All Inclusive เพราะรวมทุกอย่างที่จำเป็นไว้ค่อนข้างจะครบถ้วนและสามารถคุมค่าใช้จ่ายไม่ให้บานปลายได้เป็นอย่างดีค่ะ อาหารที่นี่ก็จะมีหลากหลายทั้งไทย จีน ฝรั่ง ญี่ปุ่น ลูกค้าสามารถเลือกทานได้ตามใจชอบ

 

 

 

สำหรับลูกค้าที่ซื้อ Package แบบ All Inclusive ก็จะสามารถทานได้ทั้งมื้อ เช้า กลางวัน เย็น และยังมี snack ช่วงสายและบ่ายด้วยนะ เรียกว่าทานกันได้ทั้งวันกันเลยทีเดียว

 

นอกจากอาหารแล้ว All Inclusive Plan ก็ยังมีเครื่องดื่มให้ลูกค้าเลือกได้อีกหลากหลายอย่างเช่นกัน ลูกค้าสามารถสั่งเครื่องดื่มได้ที่บาร์นั่งชิวๆสบายๆได้เลย บริเวณนี้มีสัญญาณ Wifi ด้วยนะ

 

 

ช่วงกลางคืนบริเวณบาร์ก็จะมีโชว์ หรือกิจกรรมต่างๆที่ทางรีสอร์ทจัดขึ้นซึ่งจะเปลี่ยนไปในแต่ละวัน

 

 

กิจกรรม

 

กิจกรรมที่ Thulhagiri ก็มีให้เลือกหลากหลาย สำหรับลูกค้าที่ซื้อ Package แบบ All Inclusive ก็จะสามารถยืมอุปกรณ์ Snorkel ได้ฟรีที่ Reception ลูกค้าสามารถดำน้ำได้บริเวณรอบๆรีสอร์ท สำหรับลูกค้าที่พักห้องกลางน้ำก็สามารถลงน้ำได้จากระเบียงห้องได้เลย

 

Thulhagiri Island Resort เป็นอีกหนึ่งรีสอร์ทที่จัดได้ว่ามีปะการัง (House Reef) ที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งเช่นกัน คุณจะได้ดำน้ำชมปะการังและปลามากมายบริเวณรีสอร์ท อย่างไรก็ตามลูกค้าทุกท่านควรว่ายน้ำด้วยความระมัดระวัง และแนะนำว่าไม่ควรว่ายน้ำคนเดียว ควรจะมี buddy ด้วยจะได้ช่วยกันดูแลนะคะ

 

นอกจากนั้น ลูกค้าที่ซื้อ Package แบบ All Inclusive ยังสามารถเลือกกิจกรรม 1 ใน 2 อย่างฟรี คือ Snorkeling trip หรือ Fishing trip by Dhoni (Local wooden - boat) ซึ่งสามารถลงชื่อเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่ Excursion board บริเวณ Reception ทั้งนี้จะขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและตารางกิจกรรมที่ทางรีสอร์ทจัดไว้ หรือช่วงที่ว่างจากกิจกรรมก็ยังสามารถใช้ฟิตเนส หรือ จะเล่นกีฬาอื่นก็ได้เช่นกัน

 

 

สำหรับท่านที่สนใจกิจกรรมอื่นๆ หรือ ดำน้ำลึกแบบ Scuba ทางรีสอร์ทก็มีบริการโดยจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

 

 

สปา

Thulhagiri Island Resort & Spa, Maldives ก็มี Spa ไว้ให้ท่านผ่อนคลายเช่นกัน โดยจะมี Spa Course ต่างๆหลากหลายให้ลูกค้าได้เลือกตามความต้องการ โดยสามารถสอบถามรายละเอียดและราคาได้กับเจ้าหน้าที่บริเวณ Spa area ได้เลยค่ะ

 

 

**** สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 538-1374, 081 701-0091****

 

guest

Post : 2015-09-04 12:20:32.0     Forum: Review Resorts and Useful Information  >  Review Club Med Finolhu

 

Club Med Finolhu Maldives เป็นรีสอร์ทหรู (Luxury Resort) แห่งใหม่ของ Club Med เปิดให้บริการเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2558 ที่ผ่านมานี่เองคะ  Club Med Finolhu Maldives  หรือฟิโนลูห์วิลล่า เป็นรีสอร์ทประเภทวิลล่า (ไม่มีห้องพักที่เป็นแบบห้องโรงแรมเลย) แห่งแรกของ Club Med ในมหาสมุทรอินเดีย  และคำว่า "ฟิโนลูห์" หมายถึง "เกาะ" ในภาษามัลดีฟส์

 

Location: Club Med Finolhu ตั้งอยู่ที่ Gasfinolhu Island, Male Atoll, Maldives การเดินทางเข้าเกาะใช้เวลาประมาณ 40 นาทีโดยเรือยอร์ชจากสนามบินมาเล่

 

Club Med Finolhu ถือเป็น Green Resort ที่ใส่ใจธรรมชาติเป็นอย่างมาก มีการออกแบบที่ช่วยส่งเสริมการประหยัดพลังงานภายในรีสอร์ท มีการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ในจุดต่างๆของรึสอร์ท ทำให้ฟิโนลูห์ วิลล่าแห่งนี้สามารถใช้พลังงานจากแผงโซลาร์เซลล์ได้ 100% ซึ่งเพียงพอต่อความต้องการพลังงานในช่วงเวลากลางคืนและช่วงหน้าฝนอีกด้วย ผู้ที่เข้าพักที่ Club Med  Finolhu ต้องมีอายุขั้นต่ำ 18 ปี ฟิโนลูห์ จึงเหมาะสำหรับ ลูกค้าที่มาเป็นคู่ และคู่รักฮันนีมูน ที่มองหาที่พักที่หรูที่สุด ความเป็นส่วนตัว และบริการที่ตอบสนองตามความต้องการในแง่ของประสบการณ์ การบริการเหนือระดับ สิ่งอำนวยความสะดวกและกิจกรรมต่างๆ

 

การต้อนรับที่สนามบิน

สนามบินมาเล่

 

     เมื่อเดินทางมาถึงสนามบินมาเล่ และผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อยแล้ว รับกระเป๋าและเดินออกมาจากสนามบินจะพบกับเจ้าหน้าที่ของรีสอร์ทต่างๆมาคอยต้อนรับ ท่านสามารถมองหาเจ้าหน้าที่ที่ถือป้าย Club Med Finolhu เจ้าหน้าที่จะให้บริการ ผูกป้ายที่กระเป๋าและพาท่านไปยังท่าเรือซึ่งอยู่ติดกับสนามบิน ในกรณีที่ไม่พบเจ้าหน้าที่ ท่านสามารถไปที่บู้ธของ Club Med (E9) เพื่อพบเจ้าหน้าที่ที่นั่นได้เช่นกัน

 

 การเดินทางเข้าเกาะ

 

การเดินทางไป Club Med Finolhu จะเดินทางโดย Speedboat จากสนามบินมาเล่ โดยใช้เวลาประมาณ 40 นาที ในการเดินทางโดยภายในเรือจะมีเสื้อชูชีพไว้ให้ผู้โดยสาร ผู้โดยสารทุกท่านต้องสวมใส่เสื้อชูชีพเพื่อความปลอดภัยด้วยนะคะ

 

 การเช็คอิน

 

เมื่อท่านเดินทางมาถึงเกาะจะมีเจ้าหน้าที่มาต้อนรับที่บริเวณท่าเรือของเกาะเพื่ออำนวยความสะดวกในการนำนักท่องเที่ยวไปที่บริเวณ Welcome Lounge ด้วยรถกอล์ฟเพื่อทำการเช็คอิน เมื่อทำการเช็คอินเรียบร้อยแล้วพนักงานจะนำกระเป๋าไปส่งยังห้องพัก

 

รู้จักกับห้องพัก ของ Club Med Finolhu Maldives

 

ห้องพักของ Club Med Finolhu มีจำนวนห้องรวมกันทั้งหมด 52 ห้อง จะแบ่งเป็น 2 ประเภทหลักๆคือห้องพักบนเกาะ (Beach Villa) และ ห้องพักกลางน้ำ (Overwater Villa) โดยแต่ละประเภทห้องพักจะแบ่งเป็นห้องฝั่ง Sunrise และ Sunset ทำให้รวมแล้วที่ Club Med Finolhu มีห้องทั้งหมด 4 ประเภทดังนี้ค่ะ

  1. Sunrise Beach Villa
  2. Sunset Beach Villa
  3. Sunrise Overwater Villa
  4. Sunset Overwater Villa

วิลล่าทุกหลังมีเตียงขนาดคิงไซส์ ไม่มีเตียงแยกหรือเตียงเสริม ห้องพักทุกประเภทจะมาพร้อมกับผู้ให้บริการส่วนตัว (Butler) ที่พร้อมให้บริการคุณอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง ต่อไปเรามาทำความรู้จักกับห้องพักแต่ละ Type กันดีกว่าค่ะ

 

Beach Villa

 

ห้องพักแบบ Beach Villa จะมีทั้งสิ้น 22 ห้อง โดยแบ่งเป็นฝั่ง Sunrise 13 ห้อง และฝั่ง Sunset 9 ห้อง ห้อง Beach Villa มีขนาด168 sqm โดยแบ่งเป็นพื้นที่ภายในห้องพัก 66.5 sqm ภายนอกห้องพัก 101.5 sqm ก็ค่อนข้างกว้างขวางทีเดียวค่ะ ห้อง Beach Villa ทุกห้องจะเป็น Seaview คือออกมาจากห้องก็จะเป็นหาดทรายแล้วก็ทะเลเลยค่ะ

 

 

 

ในห้องมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมากมาย เช่น air conditioning, Wifi, DVD/Blue ray player, MP3 dock, flat TV screen in the room and living area, mini bar, espresso machine, kettle และอีกมากมาย

 

Overwater Villa

ห้อง Overwater Villa มีจำนวน 30 ห้อง แบ่งเป็น Sunrise Overwater Villa 17 ห้อง และ Sunset Overwater Villa 13 ห้อง

 

Sunrise Overwater Villa

 

เป็นห้องพักกลางน้ำหันทางทิศตะวันออก มีขนาด 151 sqm แบ่งเป็นพื้นที่ภายในห้องพัก 66.5 sqm ภายนอกห้องพัก 84.5 sqm ถือว่าเป็นห้องพักกลางน้ำ (Overwater Villa) ที่มีขนาดใหญ่พอสมควร ภายในห้องพักได้ถูกตกแต่งอย่างสวยงามหรูหรา แบ่งพื้นที่ใช้สอยอย่างเป็นสัดส่วน พร้อมเตียงนอนขนาด King Size ที่คุณสามารถนอนหลับผ่อนคลายได้อย่างเต็มที่

 

 

เช่นเดียวกับห้องทุก type ที่ Club Med Finolhu Maldives ภายในห้องก็จะมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกให้ครบครัน พร้อมกับ Butler ส่วนตัวที่คอยให้บริการอย่างใกล้ชิด

 

Sunset Overwater Villa

 

ห้อง Sunset Overwater Villa มีขนาดใหญ่กว่าห้อง Sunrise Overwater Villa เล็กน้อย คือมีขนาด 168 sqm แบ่งเป็นพื้นที่ภายในห้องพัก 78 sqm ภายนอกห้องพัก 90 sqm สระส่วนต้วเป็นแบบสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีขนาดใหญ่กว่าห้อง Sunrise Overwater Villa ในส่วนของห้องน้ำในห้อง Sunset Overwater Villa สามารถมองเห็นวิวทะเลได้ ภายในห้องพักที่กว้างขวางนี้คุณจะรู้สึกได้ถึงความสะดวกสบาย ผ่อนคลาย และเป็นส่วนตัว อีกทั้งยังสามารถนั่งชมวิวช่วงพระอาทิตย์ตกอันสวยงามได้จากบริเวณห้องพักได้อีกด้วย ฟินอ่ะ.....

 

 

สิทธิประโยชน์ของลูกค้าที่ ฟิโนลูห์ วิลล่า

ลูกค้าที่เข้าพักที่ฟิโนลูห์ วิลล่าจะสามารถเพลิดเพลินไปกับความเหนือระดับและความเป็นส่วนตัวบนเกาะแห่งนี้ ซึ่งพร้อมสรรพด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการพิเศษระดับพรีเมี่ยมต่าง ๆ เช่น ห้องอาหารสุดพิเศษ, บาร์, สระว่ายน้ำ, สปา, และพนักงานต้อนรับที่ใส่ใจในการบริการและการดูแลจากบัตเลอร์เป็นอย่างดี อีกทั้งยังมีบริการWi-Fiฟรีทุกพื้นที่ในรีสอร์ทอีกด้วย

 

 

อาหาร

 

ท่านสามารถอิ่มอร่อยกับอาหารที่ได้รับการคัดสรรเป็นอย่างดีได้ที่ Motu Restaurant ซึ่งเป็นอาหารแบบ A la carte โดยจะเปิดให้บริการในช่วง

  • อาหารเช้า 7:00 - 11:00 น.
  • อาหารกลางวัน 12:00 - 14:30 น.
  • อาหารเย็น 18:30 - 21:45 น.

และยังสามารถใช้บริการเครื่องดื่มที่หลากหลายได้ที่บาร์บริเวณสระน้ำ (Pool Bar)

 

 

 

กิจกรรม

ที่ Club Med Finolhu มีกิจกรรมและโปแกรมท่องเที่ยวสุดพิเศษมากมายให้คุณได้เลือกอาทิเช่น กิจกรรมกีฬา: กิจกรรมดำน้ำตื้น (Snorkeling) วันละ 1 รอบ (กิจกรรมนี้ต้องทดสอบว่ายน้ำ)/ ออกกำลังกายในน้ำ/โยคะ /การทำสมาธิ/เทนนิส/ห้องออกกำลังกาย/แบดมินตัน/ปิงปอง เป็นต้น

หรือจะเลือกกิจกรรมเพื่อการพักผ่อนและความบันเทิง เช่น ทำอาหาร (45นาที 3ครั้ง/สัปดาห์)/ กล้องโทรทัศน์ดูดาว/ เกมบอร์ดต่าง ๆ/ เรียนเต้น (3ครั้ง/สัปดาห์)กิจกรรมบันเทิงตอนเย็น เช่น ดนตรีสด/ เต้นรำ และกิจกรรมริมชายหาด หรือจะเป็นการดูภาพยนตร์ใต้แสงดาว

 

 

นอกจากนี้ที่ Club Med Finolhu ยังมีกิจกรรมท่องเที่ยวนอกสถานที่อื่น ๆ (*มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม) เช่น

 

เชื่อมต่อกับวัฒนธรรม

ธรรมชาติใหญ่กว่าชีวิต

ค้นหาความรู้สึก

 เที่ยวเมืองหลวงมาเล่**  Private daylight cruise with lobster 3 ชม.  Jet Ski 30นาที –3ชม.
 เรือดำน้ำและเมืองมาเล่ ½ วัน**  Sunset Cruise dining experience 3 ชม.  Water Ski (เริ่มต้น 30 นาที/Advanced 15นาที)
 Blue Lagoon ½ วัน  Scenic Flight 20 นาที  Surf Trip 2 ชม.***
   ล่องเรือรอบเกาะ 3 ชม.  

 

ยิ่งไปกว่านั้น ลูกค้าที่เข้าพักที่ Club Med Finolhu สามารถไปเล่นกิจกรรมที่ Club Med Kani ได้ฟรีโดยจะมีเรือออกทุก 1 ชั่วโมง ใช้เวลาเดินทางระหว่างเกาะเพียงแค่ 10 นาที

 

 

Spa

 

สนใจ Promotion พิเศษของ Club Med Finolhu Maldives
**** สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 538-1374, 081 701-0091****

 

guest

Post : 2014-11-28 09:29:13.0     Forum: Review Resorts and Useful Information  >  รู้จักกับ Club Med Kani, Maldives

สวัสดีค่ะ วันนี้เราจะมาแนะนำห้องพักของ Club Med Kani, Maldives ซึ่งถือว่าเป็นรีสอร์ทยอดฮิต รีสอร์ทหนึ่งที่นักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศที่สนใจการท่องเที่ยวมัลดีฟส์รู้จักกันเป็นอย่างดีค่ะ

รู้จักกับห้องพัก ของ Club Med Kani

ห้องพักของ Club Med จะทีทั้งหมด 3 แบบ แบ่งเป็น

1. Club Room (Superior Room)

2. Deluxe (Beach Villa)

3. Over Water Suite (Lagoon Suite)

 

ทีนี้เรามาทำความรู้จักกับห้องพักแต่ละแบบกันนะคะ

Club Room (Superior Room)

ห้องพักแบบ Club Room (117 ห้อง) เป็นห้องพักแบบมาตรฐานทั่วไป มีทั้งแบบ Twin (สำหรับ 2 ท่าน) และ Triple (สำหรับ 3 ท่าน: มีจำนวนจำกัด) ห้องพัก แบบ Club Room นี้ มีทั้งแบบ 1 ชั้น และ 2 ชั้น ลูกค้าสามารถ request ห้อง Connecting room ได้แต่จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมเล็กน้อยสำหรับ Connecting room ค่ะ

ห้องพักแบบ Club Room เหมาะกับลูกค้าที่เน้นการออกไปทำกิจกรรมข้างนอกเป็นส่วนใหญ่ค่ะ

Deluxe (Beach Villa)

ห้องพักแบบ Deluxe (24 ห้อง) เป็นห้องพักที่อยู่ใกล้กับชายหาด มีขนาดใหญ่กว่าห้อง Club Room มีห้องน้ำขนาดใหญ่เป็นกระจกใส มีมินิบาร์ให้บริการในห้องฟรี

ห้องพักแบบ Deluxe เหมาะสำหรับคู่รักที่ต้องการไปสวีทหวานกัน ถ้าเป็นเพื่อนๆไปอาจต้องส่งสัญญาณกันให้ดีเวลาเข้าห้องน้ำกันนะคะ 5555

Over Water Suite (Lagoon Suite)  

ห้อง Over Water Suite มีจำนวน 75 ห้อง (1 หลัง เท่ากับ 1 ห้อง) มีลักษณะเป็นกิ่งยื่นลงไปในทะเล ห้อง Over Water Suite เป็นห้องที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะคู่รักที่ต้องการความเป็นส่วนตัว เนื่องจากพื้นที่บริเวณ Over Water Suite จะสงวนสิทธิ์ไว้สำหรับผู้ที่พักห้อง Over Water Suite เท่านั้น  ลักษณะของห้อง Over Water Suite ตัวห้องจะยื่นลงไปในทะเล ทำให้ผู้เข้าพักสามารถสัมผัสกับบรรยากาศแบบธรรมชาติอย่างเต็มที่ ผู้เข้าพักสามารถลงเล่นน้ำได้จากหน้าห้อง  แต่ต้องเล่นด้วยความระมัดระวังเนื่องจากบางกิ่งของ Over Water Suite น้ำจะลึก สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่พักในห้อง Over Water Suite มีอีกมากมายอาทิ เช่น

  • สามารถใช้บริการ Manta Lounge ได้
  • Free minibar
  • Request breakfast on the bed โดยต้องระบุชนิดอาหารและเวลาที่ต้องการให้เสริฟลงในแบบฟอร์มที่ทางรีสอร์ทเตรียมไว้ให้      

นอกเหนือจากห้องพักของ Club Med Kani, Maldives แล้ว ขอแนะนำเรื่องอาหาร/ เครื่องดื่ม และ กิจกรรมเพิ่มเติมนะคะ

อาหารและเครื่องดื่ม

ที่คลับเมดมีห้องอาหารหลักชื่อว่า Veli บริการอาหารและเครื่องดื่ม นานาชาติแบบ Buffet ในมื้อ เช้า กลางวัน เย็น นอกจากนั้น ยังมีห้องอาหารอีกหนึ่งแห่งชื่อ Kandu ซึ่งจะบริการอาหารมื้อสายและมื้อบ่าย รวมถึง Find Dining dinner ในมื้อค่ำด้วย สำหรับบาร์เครื่องดื่ม ที่ Club Med Kani จะมีบาร์ให้บริการ 3 จุด คือ Sunset Bar, Iru Bar (เปิดบริการช่วงเย็นถึงค่ำ) และ Manta Lounge (สำหรับลูกค้าที่พักห้อง Over Water Suite) ลูกค้าสามารถสั่งเครื่องดื่มที่อยู่ในเมนูได้ฟรี และไม่จำกัด บาร์จะเปิดบริการตั้งแต่เวลา 09:00 -23:00 น.

กิจกรรม

 

ที่คลับเมด มัลดีฟส์ มีกิจกรรมพร้อมผู้ฝึกสอน (วันละ 2 รอบ)ให้ผู้เข้าพักเลือกมากมาย กิจกรรมที่รวมอยู่ใน Package แล้ว เช่น การนั่งเรือออกไปดำน้ำตื้น (Snorkeling), คายัค, วินเสริฟ, เรือใบ, ฟิตเนส เป็นต้น นอกจากนี้ในบางวันยังมี Workshop เช่น การแกะสลักผลไม้  การทำอาหาร ที่ผู้เข้าพักสามารถเข้าร่วมได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย อย่างไรก็ตามสำหรับกิจกรรมทางน้ำทุกอย่าง ผู้เข้าร่วมกิจกรรมต้องทดสอบว่ายน้ำในทะเล เพื่อความปลอดภัยในการเล่น กิจกรรมบางอย่างอาจไม่ได้รวมอยู่ใน Package เช่น Water ball, Jet Ski, Parasailing เป็นต้น อีกหนึ่งอย่างที่ถือได้ว่าเป็น Signature ของ Club Med ก็คือ Party ในช่วงกลางคืน ซึ่งจะมี Theme การแต่งตัวให้ผู้เข้าพักได้ร่วมสนุก และ Party Theme จะมีการเปลี่ยนทุกวัน ทุกท่านจะได้ร่วมสนุกสนานไปกับการแสดงของ GO ของคลับเมด โดย Party จะเริ่มเวลาประมาณ 21:00 -23:00 น.

**** สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 538-1374, 081 701-0091****

guest

Post : 2014-11-28 08:30:13.0     Forum: Review Resorts and Useful Information  >  ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับ Club Med Kani Maldives

สวัสดีค่ะ ทางทีมงาน Maldiveslover.com 

ได้เรียบเรียงข้อมูลการเที่ยวมัลดีฟส์ที่น่าสนใจของรีสอร์ทยอดนิยม Club Med Kani Maldives มาเป็นข้อมูลสำหรับผู้ที่สนใจเดินทางไปพักที่ Club Med Kani Maldives กันนะคะ

 

 

รู้จักกับ Club Med Maldives

เมื่อพูดถึง Maldives หลายๆท่านคงนึกถึงชื่อ Club Med เป็นลำดับต้นๆ เพราะ Club Med เป็นรีสอร์ทแรกๆที่ใช้ระบบ All Inclusive Package ใน Maldives ซึ่งกลายเป็นที่นิยมมาจนถึงทุกวันนี้รีสอร์ทของ Club Med ตั้งอยู่บนเกาะชื่อ Kani ซึ่งอยู่ห่างจากสนามบินมาเล่ประมาณ 30 นาที โดยเรือสปีดโบ๊ท

ที่ Club Med Kani, Maldives จะมีเจ้าหน้าที่หลายสัญชาติคอยให้บริการ รวมถึงคนไทยด้วย โดยเราเรียกเจ้าหน้าที่เหล่านี้ว่า GO (Gentle Organizers) ส่วนลูกค้าผู้เข้ามาใช้บริการจะถูกเรียกว่า GM (Gentle Members) สำหรับผู้เข้าพักที่อาจไม่ค่อยถนัดภาษาอังกฤษก็สามารถสอบถามข้อมูลต่างๆกับ GO คนไทยบนเกาะได้เลยค่ะ

 

การต้อนรับที่สนามบิน                                                        

เมื่อนักท่องเที่ยวเดินทางมาถึงสนามบินมาเล่ และผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อยแล้ว ออกมาจากสนามบินจะพบกับบูธของรีสอร์ทต่างๆ ให้มองหาบูธของ Club Med หรือมองหาเจ้าหน้าที่ ที่ถือป้าย Club Med เจ้าหน้าที่จะทำการตรวจสอบเอกสาร ผูกป้ายที่กระเป๋าและพานักท่องเที่ยวไปยังท่าเรือซึ่งอยู่ติดกับสนามบิน  

 

การเดินทางเข้าเกาะ                                                            

               

การเดินทางไปเกาะคานิ (Kani) จะเดินทางโดย Speed boat จากสนามบินมาเล่ โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที ใน Speed Boat จะมีเสื้อชูชีพไว้ให้ผู้โดยสาร ซึ่งผู้โดยสารทุกท่านต้องสวมใส่เสื้อชูชีพเพื่อความปลอดภัย

 

การเช็คอิน                                                          

              

เมื่อเดินทางมาถึงเกาะ Kaniทางรีสอร์ทจะมีเจ้าหน้าที่มาต้อนรับที่บริเวณท่าเรือของเกาะเพื่ออำนวยความสะดวกในการนำนักท่องเที่ยวไปที่บริเวณล็อบบี้ เพื่อทำการเช็คอิน และเมื่อทำการเช็คอินเรียบร้อยแล้วพนักงานจะนำกระเป๋าไปส่งยังห้องพัก

 

ห้องพักที่คลับเมดคานิ จะมีกี่แบบ เดี๋ยวติดตามกันในบทความต่อไปในที่เกี่ยวกับ ข้อมูลห้องพักของ Club Med Kani Maldives กันนะคะ

guest

Post : 2014-11-28 07:31:13.0     Forum: Review Resorts and Useful Information  >  รู้จักกับ Package ต่างๆในการท่องเที่ยว Maldives

สวัสดีค่ะ หลายท่านๆ ที่อยากซื้อแพคเกจเที่ยวมัลดีฟส์ หรือที่เรีกกันทั่วๆไปว่า ทัวร์มัลดีฟส์

แล้ว ..ท่านเคยสงสัยกันหรือไม่ว่า เราจะเลือกเพจเกจยังไงให้เหมาะกับตัวเอง มารู้จัก  

แพจเกจก่อนเลือกซื้อดีกว่าค่ะ

 

รู้จักกับ Package หรือ Meal Plan ต่างๆในการท่องเที่ยวมัลดีฟส์

 

1. ALL INCLUSIVE (AI)

แพคเกจ All Inclusive เป็นแพคเกจที่ได้รับความนิยมอย่างสูงสำหรับผู้ที่เดินทางไปมัลดีฟส์ เนื่องจากได้รวมค่าใช้จ่ายต่างๆที่จำเป็นสำหรับการท่องเที่ยวในมัลดีฟส์ไว้แล้ว ไม่ว่าจะเป็น ค่าเดินทางเข้าเกาะ ค่าอาหาร/เครื่องดื่ม 3 มื้อหลัก (บางรีสอร์ทมีมื้อสายและมื้อบ่ายให้ด้วย) และยิ่งไปกว่านั้นในหลายๆรีสอร์ทก็ยังได้รวมกิจกรรม และ กีฬาทางน้ำไว้ในแพคเกจนี้เพื่อให้บริการอีกด้วย ข้อดีของแพคเกจลักษณะนี้คือนักท่องเที่ยวสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้ ค่าใช้จ่ายในมัลดีฟส์ค่อนข้างสูงโดยเฉพาะค่าอาหาร/เครื่องดื่ม เพราะประเทศมัลดีฟ์มีลักษณะเป็นเกาะ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ ทำให้ต้นทุนสูงจึงเป็นผลให้ค่าใช้จ่ายต่างๆสูงตามไปด้วย แพคเกจ All Inclusive ของแต่ละรีสอร์ทจะแตกต่างกันไปดังนั้นนักท่องเที่ยวต้องตรวจสอบให้ดีก่อนทำการจอง

คราวนี้เราลองมาดูตัวอย่างข้อมูลของ แพคเกจ All Inclusive กันซักหน่อยนะคะ

ตัวอย่างนี้จะอธิบายว่า แพคเกจนี้รวมอะไรบ้าง

•รับ-ส่ง สนามบิน – รีสอร์ท – สนามบิน ด้วยเครื่องบินน้ำ / Round Trip transfer by Seaplane

•ที่พักในรีสอร์ท / Accommodation at the resort

•อาหารและเครื่องดื่มทุกมื้อ (รวมเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์) / All Inclusive Meal Plan: including alcoholic & non-alcoholic beverages

•มีพนักงานไปรับและอำนวยความสะดวกที่สนามบิน มาเล่ / Meet and greet at Male airport

•ค่าประกันภัยการเดินทาง

ตัวอย่างนี้จะบอกข้อมูลว่า แพคเกจนี้ไม่รวมอะไรบ้าง

Packages DO NOT include: แพคเกจนี้ไม่รวม

•ตั๋วเครื่องบินไป-กลับ กรุงเทพฯ-มัลดีฟส์ / Round Trip Air ticket Bangkok - Maldives 

•ดำน้้าลึก, การรับประทานอาหาร หรือกิจกรรมสันทนาการใดๆ ที่ไม่ได้ระบุไว้ข้างต้น / Scuba diving, other meals or activities that do not mentioned in the package

 

2. Full Board (FB)

Full Board เป็นแพคเกจรวมที่พัก และ อาหาร 3 มื้อ (เช้า กลางวัน เย็น) ไม่รวมเครื่องดื่ม ซึ่งรีสอร์ทจะจัดไว้ในห้องอาหารหลัก อาหารที่ให้บริการก็จะสลับสับเปลี่ยนไปตามเมนูในแต่ละมื้อ และการเปิดให้บริการก็มักจะมีการกำหนดเวลาที่แน่นอน ถ้าผู้เข้าพักพลาดการเข้าใช้บริการตามกำหนดเวลานั้น จะถือว่าสละสิทธิ์

 

3. Half Board (HB)

แพคเกจ Half Board เป็นแพคเกจที่พักรวมอาหารเช้าและอาหารเย็น (ไม่รวมมื้อเที่ยง) แต่บางรีสอร์ทเปิดโอกาสให้แขกหรือผู้เข้าพักเลือกเป็นมื้อเช้าและมื้อเที่ยงได้ แพคเกจนี้โดยทั่วไปจะไม่รวมเครื่องดื่มหรือกิจกรรม แพคเกจ Half Board เป็นอีกหนึ่งแพคเกจที่เป็นที่นิยมสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการทำกิจกรรมในช่วงกลางวันแบบต่อเนื่อง 

 

4. Bed and Breakfast (BB) 

แพคเกจแบบ Bed and Breakfast เป็นแพคเกจที่พักรวมอาหารเช้า 1 มื้อ เท่านั้น เหมาะสำหรับผู้ชอบเล่นกิจกรรมและอยากสั่งอาหารตามที่ตัวเองชอบ ผู้เข้าพักสามารถเปลี่ยนบรรยากาศ โดยการเปลี่ยนร้านอาหารไปในแต่ละมื้อ 

ทางทีมงานหวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่านคงได้ประโยชน์จากข้อมูลข้างต้นไม่มากก็น้อย แล้วคอยพบกับบทความน่าสนใจบทใหม่ในครั้งต่อไปนะคะ 

guest

Post : 2014-11-28 07:30:13.0     Forum: Review Resorts and Useful Information  >  การเดินทางท่องเที่ยวมัลดีฟส์

การเดินทางท่องเที่ยวมัลดีฟส์
 
สวัสดีค่ะวันนี้เราขอแนะนำการเดินทางไปท่องเที่ยวมัลดีฟส์โดยเครื่องบินจากกรุงเทพฯกันนะคะ
 
สายการบินหลักๆ จากกรุงเทพฯไปมัลดีฟส์ มีด้วยกันหลายสายการบิน เช่น Bangkok Airways, Singapore Airlines, Srilankan Airlines, Malaysia Airlines แต่ที่นิยมจะเป็น สายการบิน บางกอกแอร์เวย์ และ สายการบิน Srilankan Airlines
 
มาลองดูข้อมูลเบื้องต้นในการเดินทางของแต่ละสายการบินกันนะคะ

 

Bangkok Airways 

 

สายการบิน บางกอกแอร์เวย์ เป็นสายการบินที่บินตรงจากกรุงเทพฯไปยังหมู่เกาะมัลดีฟส์ ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง สายการบินนี้เป็นที่นิยมค่อนข้างมากในหมู่นักท่องเที่ยวที่เดินทางจากประเทศไทยไปมัลดีฟส์ เนื่องจากเป็นสายการบินเดียวที่มีตารางการบินทุกวันโดยบินตรงจากกรุงเทพฯไปมัลดีฟส์เลยค่ะ
 
สายการบิน Bangkok Airways ใช้เวลาน้อยกว่าในการเดินทางไปมัลดีฟส์เมื่อเที่ยบกับสายการบินอื่น และถึงมัลดีฟส์ประมาณช่วงเที่ยงตามเวลาในมัลดีฟส์ นักท่องเที่ยวจึงมีเวลา enjoy บนเกาะในวันแรกที่มาถึงในช่วงบ่ายอย่างเต็มที่ ส่วนขากลับก็ออกประมาณช่วงเที่ยงกว่าๆเช่นกัน ทำให้ในวันสุดท้ายนักท่องเที่ยวต้องเช็คเอ้าท์จากรีสอร์ทค่อนข้างเช้านิดนึงค่ะ 
 

Srilankan Airlines

 

 

สายการบิน Srilankan Airlines (สายการบินศรีลังกัน แอร์ไลน์) เป็นอีกสายการบินที่เป็นที่นิยมมากในการเดินทางท่องเที่ยวมัลดีฟส์ การเดินทางไปมัลดีฟส์นักท่องเที่ยวต้องแวะพัก (transit) ที่เมืองโคลอมโบ ประเทศศรีลังกา ก่อนจะเดินทางต่อไปยังมัลดีฟส์ ใช้เวลาเดินทางโดยรวมประมาณ 7 ชั่วโมง รวมการแวะ 
 
Srilankan Airlines จะเดินทางถึงมัลดีฟส์ประมาณช่วงบ่ายสองครึ่ง แต่ในวันกลับจะมี flight ออกจากมัลดีฟส์ในช่วงค่ำๆ ทำให้นักท่องเที่ยวได้ใช้เวลาอยู่ในมัลดีฟส์ในวันกลับได้อย่างเต็มที่ 

 

Singapore Airlines

  

 

สายการบิน Singapore Airlines (สิงค์โปร์  แอร์ไลน์) เป็นสายการบินที่ต้องแวะพักเครื่องที่ประเทศสิงคโปร์ก่อนเดินทางต่อไปยังมัลดีฟส์ flight ส่วนใหญ่จะไปถึงมัลดีฟส์ในช่วงค่ำ
 
 
Malaysia Airlines

 

สายการบิน Malaysia Airlines เป็นสายการบินที่ต้องแวะพักที่ประเทศมาเลเซียก่อนที่จะเดินทางต่อไปยังมัลดีฟส์ เวลาถึงที่มัลดีฟส์จะเป็นช่วงค่ำเช่นกันค่ะ
 
 
รู้จักกับสนามบินนานาชาติมาเล่
 
ได้รู้จักกับสายการบินที่เดินทางไปท่องเที่ยวมัลดีฟส์กันแล้วคราวนี้เรามารู้จักกับสนามบินที่มัลดีฟส์และการเดินทางไปยังรีสอร์ทต่างๆ กันบ้างนะคะ
 

 

สนามบินนานาชาติของมัลดีฟส์มีชื่อว่า Ibrahim Nasir International Airport ตั้งอยู่บนเกาะในมาเล่ อะตอล (Male’ Atoll) ซื่งอยู่ใกล้กับเมืองหลวงของมัลดีฟส์นั่นก็คือ มาเล่ การเดินทางจากสนามบินไปยังเกาะต่างๆ สามารถเลือกได้โดยการใช้เครื่องบินน้ำ (Seaplane) หรือ เรือด่วน (Speed boat) หรือ เครื่องบินภายในประเทศ (Domestic Plane) และ ต่อเรือด่วน ขึ้นอยู่กับระยะทางในการเดินทางไปแต่ละรีสอร์ท ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถต่อ Seaplane หรือ Speed boat หรือ Domestic Plane บริเวณใกล้ๆสนามบินได้เลยค่ะ
 
 
Seaplane
 
  
 
 
Speed boat
 
 

 Domestic Plane

 

 

 

 
   
 

 

guest

Post : 2014-11-28 07:29:13.0     Forum: Review Resorts and Useful Information  >  ABOUT MALDIVES รู้จักกับมัลดีฟส์

รู้จักกับมัลดีฟส์

(ภาษาอังกฤษ: Maldives) หรือชื่อทางการคือ สาธารณรัฐมัลดีฟส์ เป็นประเทศที่มีพื้นที่ประกอบด้วย

หมู่เกาะปะการังจำนวนมากในมหาสมุทรอินเดีย และตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ

อินเดียและศรีลังกา 

 

สภาพภูมิศาสตร์

มัลดีฟส์มีพื้นที่ความยาวจากเหนือจรดใต้ 821 กิโลเมตร จากตะวันออกจรดตะวันตก 120 กิโลเมตร แต่เป็นพื้นที่พื้นดินรวมเพียง 300 ตารางกิโลเมตร จุดสูงสุดของมัลดีฟส์มีความสูงเพียง 2.3 เมตร ประกอบด้วยหมู่เกาะปะการัง 26 กลุ่ม (atoll) รวม 1,190 เกาะมีประชากรอาศัยอยู่เพียงประมาณ 200 เกาะ และได้รับการพัฒนาเป็นโรงแรมสำหรับนักท่องเที่ยว ประมาณ 90 เกาะและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

 

 

การแบ่งเขตการปกครองของมัลดีฟส์

มัลดีฟส์แบ่งการปกครองออกเป็น 19 เขต (atoll) และ 1 เขตบริหารพิเศษ

 

สกุลเงิน

สกุลเงินของมัลดีฟส์คือรูฟิยาร์ (Rufiyaa) แต่สำหรับนักท่องเที่ยวแล้ว สามารถใช้ Major Currency เช่น US Dollar หรือ สกุลเงินยูโรได้ และ สามารถใช้บัตรเครดิต เช่น VISA, Master Card, AMEX, Diner Club ได้เช่นกัน

 

 

เชื้อชาติ

ชนพื้นเมืองที่อพยพมาตั้งถิ่นฐานในประเทศมัลดีฟส์ คือกลุ่มผู้ใช้ตระกูลภาษาอินโด-อารยัน

ซึ่งอพยพมาจากศรีลังกา เมื่อหลายศตวรรษแล้วและเป็นบรรพบุรุษของชาวมัลดีฟส์

ต่อมาในศตวรรษที่ 12 ก็มีชาวแอฟริกัน และชาวอาหรับ อพยพเข้ามามากขึ้น

 

ศาสนา

กลุ่มชนกลุ่มแรกของมัลดีฟส์ ช่วงแรกนั้นจะนับถือพระพุทธศาสนา นิกายเถรวาท 

แต่ต่อมามีการเข้ารีตนับถือศาสนาอิสลามนิกายสุหนี่จำนวนมาก และในปัจจุบัน

ประชากรส่วนใหญ่ของประเทศมัลดีฟส์นับถือศาสนาอิสลาม

 

สภาพภูมิอากาศของมัลดีฟส์

มัลดีฟส์มีพื้นที่ที่เป็นทะเลถึง 99% ของประเทศ และตั้งอยู่บนเส้นศูนย์สูตร สภาพอากาศจะเป็นแบบร้อนชื้น อบอุ่นตลอดทั้งปี อุณหภูมิโดยเฉลี่ยประมาณ 29 - 32 องศาเซลเซียส ฤดูในมัลดีฟส์จะแบ่งเป็น 2 ช่วง หลักๆ คือ
1. ช่วงลมตะวันออกเฉียงเหนือ ระหว่างเดือนพฤศจิกายน - เมษายน ช่วงนี้ฟ้าปลอดโปร่ง แดดจ้า เดือนที่ร้อนที่สุดจะเป็นเดือนเมษายน

 

2. ช่วงลมตะวันตกเฉียงใต้ ระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงเดือนตุลาคมเป็นช่วงที่มีฝนตก ฝนที่นี่จะตกแบบเป็นช่วงสั้นๆส่วนใหญ่ประมาณไม่เกิน 30-40 นาที ยกเว้นกรณีที่มีพายุเข้าอาจมีฝนตกนานกว่านั้น 

โดยทั่วไปสภาพอากาศของมัลดีฟส์คือมีแดด โดยเกาะทางใต้นั้นได้รับแสงอาทิตย์กว่า 2,700 ชั่วโมงต่อปี 

ด้วยเหตุนี้มัลดีฟส์จึงเป็นสถานที่ซึ่งเหมาะสำหรับการพักผ่อน เนื่องจากมีสภาพอากาศที่ดี 

โดยเฉพาะในช่วงเดือนธันวาคมถึงเมษายน ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าวถือเป็นฤดูการท่องเที่ยวมัลดีฟส์ 

ส่งผลให้ค่าที่พักสูงกว่าปกติและรีสอร์ทต่างๆ มักถูกจองล่วงหน้าจนเต็ม สำหรับช่วงที่ไม่ใช่ฤดูกาลท่องเที่ยว

จะมีฝนตกประปราย การท่องเที่ยวมัลดีฟส์ในช่วงนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบความสงบ กล่าวได้ว่าหมู่เกาะแห่งนี้

เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวตลอดทั้งปี

처음 이전 1 | 2

 

Tel: (02) 538-1374, (081) 701-0091, (090) 912-0987| Email: thanut@maldiveslover.com